“นิด้าโพล” เผย “แพทองธาร” ยังครองอันดับ 1 บุคคลที่ “ปชช.” หนุนให้เป็นนายกฯ ด้าน “อนุทิน” เผย​ “ภูมิใจไทย” เตรียมขับ​ “เอกราช​ ช่างเหลา” พ้นพรรค ส่วน “เรืองไกร” ยื่นร้อง ป.ป.ช.สอบ “ก่อแก้ว” ทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเข้าข่ายร่ำรวยผิดปกติ หรือไม่

เมื่อวันที่ 30​ มี.ค.68 เวลา 11.00 น.ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน​ ชาญวี​รกูล​ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงความคืบหน้าในการประชุมพรรคเพื่อขับ นายเอกราช​ ช่างเหลา​ สส.​ขอนแก่น​ พรรคภูมิใจไทยหลังไปปรากฏตัวร่วมประชุมจัดตั้งสาขาพรรคกล้าธรรม​ ที่จังหวัดขอนแก่นว่า​ มีสมาชิกพรรคภูมิใจไทยทำเรื่องเพื่อขับออกเสนอมาแล้ว ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุมพรรค ส่วนจะขับออก ด้วยพฤติกรรมอะไรนั้น ต้องขอดูรายละเอียดอีกครั้ง และยังไม่ทราบว่าจะมีการประชุมพรรควันไหนเนื่องจากขณะนี้กำลังยุ่งอยู่กับการแก้ปัญหา เหตุการณ์แผ่นดินไหว

เมื่อถามถึงการเลือกตั้งซ่อม สส.​ นครศรีธรรมราช หลังผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยถูกใบแดง นายอนุทินกล่าวว่า เราก็ต้องส่งผู้สมัครในการเลือกตั้งซ่อมที่จะมีขึ้น ส่วนจะส่งใครลงรักษาเก้าอี้​ ได้มอบหมายให้นายพิพัฒน์​ รัชกิจประการ​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้เป็นผู้พิจารณา

ส่วนร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร​ พ.ศ….หรือร่างพ.ร.บ. เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์​ จะนำเข้าสู่ การพิจารณาของที่ประชุมพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนายอนุทินกล่าวว่ายังไม่ทราบ​ แต่ในส่วนของร่างที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ได้มีการแก้ไขตามความเห็นของหน่วยราชการ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ให้ความเห็นไปแล้ว ทั้งนี้เมื่อเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรก็เป็นเอกสิทธิ์ของสส.​ แต่โดยหลักแล้ว เมื่อผ่านความเห็นชอบวาระแรก จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณา แล้วไปว่ากันในชั้นกรรมาธิการ

เมื่อถามว่าขณะนี้ ยังมีเสียงต้านเรื่อง กฎหมายดังกล่าวจะชี้แจงอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า เสียงต้านต่างๆ เราได้นำไปประกอบระหว่างการยกร่าง และเป็นร่างที่คณะกรรมการกฤษฎีกา สรุปออกมา จึงเชื่อว่าร่างนี้มีความชอบธรรมตามกฎหมาย และได้มีการรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกฝ่ายเรียบร้อยแล้ว

ขณะที่ นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคเพื่อไทย ฐานะเลขานุการคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ส่งรายละเอียดและร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ... (เอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์) มายังวิปรัฐบาลแล้ว โดยวิปรัฐบาลได้นัดประชุมพรุ่งนี้ (31 มี.ค.)  เพื่อพิจารณารายละเอียด อย่างไรก็ดีเบื้องต้นคาดว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ ในสัปดาห์หน้า เนื่องจากวาระการประชุม วันที่ 2-3 เม.ย. ได้กำหนดไว้แล้ว

เมื่อถามว่าสำหรับการอภิปรายร่างพ.ร.บ.ประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร จะให้เวลามากเป็นพิเศษหรือไม่ นายศรัณย์ กล่าวว่า ต้องหารือกันในวิปอีกครั้ง และขณะนี้ยังไม่ได้พูดถึงรายละเอียดขนาดนั้น

เมื่อถามว่าสำหรับการขอเสียงพรรคร่วมรัฐบาลต้องเน้นเอกภาพและทิศทางเดียวกันทั้งหมดหรือไม่ นายศรัณย์ กล่าวว่า ต้องคุยกันอีกครั้ง เบื้องต้นเมื่อผ่าน ครม.แล้ว เชื่อว่าจะทำความเข้าใจร่วมกันมาแล้ว

เมื่อถามว่าสำหรับสส.ร่วมรัฐบาลที่นับถือศาสนามุสลิมจะต้องพูดหรือขอเสียงอย่างไรหรือไม่ เลขานุการวิปรัฐบาล กล่าวว่า เบื้องต้นจะหารือในวิปรัฐบาล และสอบถามไปยัง สส.ด้วยว่า ในเนื้อหานั้นสามารถร่วมพิจารณาได้มากน้อยแค่ไหน

เมื่อถามย้ำว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่าร่างกฎหมายการประกอบสถานบันเทิงครบวงจรจะผ่านวาระแรกได้ในสมัยประชุมนี้ นายศรัณย์กล่าวว่า “ตามกรอบเวลาเป็นไปได้”

ด้าน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ  สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า วันนี้ตนได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อป.ป.ช. ทำการตรวจสอบเปรียบเทียบบัญชีทรัพย์สินของนายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ   พรรคเพื่อไทย ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.)  เพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ยื่น ต่อ ป.ป.ช. เข้าข่ายมีเหตุอันควรสงสัยว่าร่ำรวยผิดปกติ ตามความในพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 115 หรือไม่

นายเรืองไกร กล่าวว่า ในหนังสือดังกล่าว ขอให้ ป.ป.ช. พิจารณาตรวจสอบเป็นข้อ ๆ ดังนี้ ข้อ 1. จากการนำบัญชีทรัพย์สินของนายก่อแก้ว พิกุลทอง ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. จำนวน 4 ครั้ง มาเปรียบเทียบกัน เฉพาะในส่วนของนายก่อแล้ว พิกุลทอง พบว่า กรณีวันที่ 2 สิงหาคม 2554 นายก่อแล้ว พิกุลทอง ยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน เป็นเงิน 74,052,959.41 บาท กรณีวันที่ 9 ธันวาคม 2556 นายก่อแล้ว พิกุลทอง ยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน เป็นเงิน 86,114,497.40 บาท กรณีวันที่ 8 ธันวาคม 2557 นายก่อแล้ว พิกุลทอง ยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน เป็นเงิน 100,399,398.45 บาท กรณีวันที่ 7 สิงหาคม 2567 นายก่อแล้ว พิกุลทอง ยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน เป็นเงิน 153,035,103.61 บาท

              ข้อ 2. จากตารางเปรียบเทียบที่แนบมาด้วย จะเห็นได้ว่า นายก่อแก้ว พิกุลทอง มีทรัพย์สินสุทธิเพิ่มขึ้นแต่ละครั้งพอสมควร  กรณี จึงมีเหตุควรสงสัยว่าทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นมานั้นเข้าข่ายร่ำรวยผิดปกติ ตามความในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 115 หรือไม่ ข้อ 3. ทั้งนี้ เพื่อให้ ป.ป.ช. มีข้อมูลนำไปประกอบการตรวจสอบ จึงได้ค้นข่าวจาก Google เพื่อให้ ป.ป.ช. รวมรวมข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณาด้วย ข้อ 4. ดังนั้น จึงขอให้ ป.ป.ช. ทำการตรวจสอบตามความในมาตรา 116 โดยนำตารางเปรียบเทียบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนายก่อแก้ว พิกุลทอง (ตามที่แนบ)ไปพิจารณาเพื่อเทียบเคียง กับทรัพย์สินที่มีอยู่ในขณะดำเนินการไต่สวน  ประกอบกับรายได้และรายจ่าย  และการเสียภาษีเงินได้ของนายก่อแก้ว ที่ยื่นต่อ กกต. และที่ยื่นต่อกรมสรรพากรทุกปี มาประกอบการตรวจสอบด้วย

ส่วน ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 1/2568 ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 24-27 มีนาคม 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,000 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับคะแนนนิยมทางการเมือง เมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 30.90 เป็น นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พรรคเพื่อไทย เพราะชื่นชอบการทำงานและนโยบายของพรรคเพื่อไทย พร้อมทั้งอยากให้โอกาสบริหารต่อไปเพื่อพิสูจน์ผลงาน อันดับ 2 ร้อยละ 25.80 เป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน เพราะ ประชาชนต้องการเห็นคนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ที่มีแนวคิดใหม่ ซื่อตรง โปร่งใส และมีนโยบายที่เข้าถึงประชาชนได้จริง อันดับ 3 ร้อยละ 23.70 ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 4 ร้อยละ 8.45 เป็น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค พรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ซื่อสัตย์ ยุติธรรม และมีนโยบายที่ชัดเจน

ส่วนอันดับ 5 ร้อยละ 3.90 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) เพราะ มีประสบการณ์ การบริหาร นโยบายซื่อตรง และอุดมการณ์หนักแน่น อันดับ 6 ร้อยละ 2.85 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) เพราะ มีความรู้ ความสามารถ และมีนโยบายที่ตอบสนองประชาชนได้ อันดับ 7 ร้อยละ 1.70 ระบุว่าเป็น นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน (พรรคประชาธิปัตย์) เพราะ มีความสามารถด้านการบริหาร เป็นคนทำงานจริงจัง และมีประสบการณ์ทางการเมือง อันดับ 8 ร้อยละ 1.20 ระบุว่าเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ)เพราะ มีประสบการณ์การทำงานที่ยาวนาน และมีภาพลักษณ์ที่สื่อถึงความมั่นคง และร้อยละ 1.50 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง (พรรคประชาชาติ) นายวราวุธ ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ (พรรคกล้าธรรม) นายเทวัญ ลิปตพัลลภ(พรรคชาติพัฒนา) นายกันวีร์ สืบแสง (พรรคเป็นธรรม) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร (พรรคประชาชน) และนายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์)