เปิดเส้นทาง “ตำป่นจั๊กจั่น” เมนูพื้นบ้านจากวัตถุดิบธรรมชาติในป่า กำลังเป็นที่นิยมตามฤดูกาลในร้านอาหารอีสาน สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านวันละ 1,000 – 3,000 บาท จากการจับจั๊กจั่นป่าขายให้ร้านอาหารอีสานชื่อดังอย่าง “ลาวทาวน์” อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ซึ่งนำมาปรุงเป็นเมนูซิกเนเจอร์ช่วงฤดูแล้ง
ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เมนู “ตำป่นจั๊กจั่น” กลายเป็นจานแนะนำของร้านอาหารอีสานในช่วงหน้าแล้ง โดยเฉพาะร้าน "ลาวทาวน์" ที่ดึงดูดลูกค้าด้วยเมนูหายากจากธรรมชาติ เช่น ไข่มดแดง และจั๊กจั่นป่า ที่นิยมนำมาปรุงเป็นคั่ว ทอด หรือแกงใส่ผักหวาน แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ "ตำป่นจั๊กจั่น" ซึ่งมีรสชาติคล้ายแจ่วหรือน้ำพริกป่น ให้กลิ่นอายธรรมชาติ กินคู่กับผักสดหลากชนิด อร่อยลงตัว
แม้จะมีราคาสูงจานละ 200 – 300 บาท แต่ลูกค้ายินดีจ่าย เพราะเป็นเมนูหายากตามฤดูกาล ร้านลาวทาวน์เผยว่า นิยมใช้จั๊กจั่นตัวเมียซึ่งมีเนื้อมากและมีไข่ โดยก่อนนำมาปรุงจะเด็ดปีกแล้วคั่วให้สุก หรือบางรายนิยมตำดิบ แล้วปรุงรสตามสูตรพื้นบ้าน ใส่ปลาร้าและมะม่วงเปรี้ยวสับ เพิ่มความกลมกล่อม เปรี้ยวนิด เค็มหน่อย เป็นเอกลักษณ์
นายกิตติ หงษาวงศ์ หรือ เชฟเอ้ เจ้าของร้านลาวทาวน์ เปิดเผยว่า เมนูตำป่นจั๊กจั่นเป็นที่นิยมอย่างมากในช่วงนี้ เพราะให้รสชาติของจั๊กจั่นชัดเจนที่สุด และมีกรรมวิธีการปรุงที่อิงกับภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างแท้จริง
ด้านแหล่งที่มาของจั๊กจั่นนั้น เป็นแมลงขนาดใหญ่ที่พบได้เฉพาะช่วงฤดูแล้ง ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน ส่วนใหญ่อาศัยในป่าจิก ป่าเต็ง และป่ารัง โดยจะฟักตัวอยู่ใต้ดินหลายปี ก่อนจะลอกคราบและขึ้นมาเกาะบนต้นไม้เพื่อผสมพันธุ์ ชาวบ้านอีสานใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจับจั๊กจั่น ด้วยการเดินส่องไฟตอนกลางคืน ใช้ไม้ไผ่ติดกาวหรือน้ำมันยางเพื่อดักปีก โดยมีทักษะเฉพาะตัวในการหาจั๊กจั่นบนยอดไม้สูง
ปัจจุบันราคาจั๊กจั่นสดอยู่ที่ตัวละ 1 – 2 บาท ขึ้นอยู่กับช่วงฤดูกาล โดยชาวบ้านที่มีความชำนาญสามารถจับขายได้วันละ 1,000 – 3,000 บาท กลายเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ดีในช่วงหน้าแล้ง