วันที่ 24 มี.ค.2568 เวลา 10.50 น.มีการประชุมสภาฯ ที่มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในการประชุม พิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 151  เป็นวันแรก 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงการอภิปรายของนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน มีการประท้วงเป็นระยะของสส.พรรคเพื่อไทยไม่ว่าจะเป็นนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สส.สุรินทร์ นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ นพ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สส.บัญชีรายชื่อ 

โดยเฉพาะช่วงหลังจากที่นายวิโรจน์ อภิปรายถึงประเด็นการใช้นิติกรรมอำพราง เพื่อเลี่ยงการชำระภาษีแล้ว กล่าวพาดพิงถึงบุคคลในครอบครัว ทำให้นายโรจน์ ได้ตอบโต้ด้วยว่า “หากอยู่ในสภาฯ ต้องอยู่ในฐานะลิ่วล้อ เป็นบริวาร ไม่มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จะอยู่ทำไม ผมถามแค่นี้ ไม่มีศักดิ์ศรีของความเป็นสส. จะอยู่ทำไม” 

ทำให้นายพิเชษฐ์ ได้ควบคุมการประชุมและได้ปิดไมโครโฟน แต่ไม่เป็นผล นายวิโรจน์ยังตะโกนอภิปราย จนมีเสียงดังภายในห้องประชุมดังสวนขึ้นว่า “ออกไป” 

ขณะที่นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย อภิปรายประท้วงนายวิโรจน์ ว่า "ผมใช้สติความเป็นผู้แทนฯ ตั้งแต่หัวหน้าเท้ง บอกว่าอย่าให้เกียรติ โดยมารยาทอย่าประท้วง ผมนั่งฟังนายวิโรจน์ ว่าทุจริต อภิปรายเองยังทุจริต เชิญชวนให้คนสนับสนุนพรรคด้วยการบริจาคเงิน และขู่ผมว่าถ้าโหวตให้นายกฯ จะผิดข้อบังคับ และกรรโชกผมอีก ขอให้น้องใจเย็น น่าจะดีกว่านี้ เป็นห่วงเหมือนคนสติแตก”

ส่วนนายวิโรจน์พยายามประท้วงตอบโต้ แต่นายพิเชษฐ์ ไม่อนุญาติ แต่กลับให้สิทธิ กับนายธีระชัย แสนแก้ว สส.บัญชีรายชื่อ ประท้วงว่า ขอให้นายวิโรจน์ได้ใช้สมองด้วย ที่ผ่านมาใช้ 2 ซีก คือ ซีกที่ยกตนข่มท่าน เหยียดยามคนอื่น อีกซีกคือ ยกย่องพวกตัวเองเท่านั้น คนแบบนี้เหมาะเป็นหัวหน้าม็อบเท่านั้น คนแบบนี้ต้องวินิจฉัยเอาจริงเอาจัง จะได้ใจ ไอ้เหลือก” 

ซึ่งนายวิโรจน์ ประท้วงตอบว่า “การพูดให้คำนึงถึงศักดิ์ศรีสส. และส่วนอีกคนบอกว่าให้ใช้สมอง แต่ยังดีที่ใช้สมอง แต่คำพูดของท่านชัดเจนไม่ใช้สมอง” ทำให้นายธีระชัยลุกประท้วงว่า “ให้ระวังปากด้วย” 

ทั้งนี้ในช่วงท้าย นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคเพื่อไทย ลุกหารือว่า ในการอภิปรายของนายวิโรจน์มีการอภิปรายพาดพิงถึงบุคคลภายนอก ดังนั้นในรายงานหรือบันทึกการประชุมช่วยนำชื่อคนนอกออก เพื่อความถูกต้องของการอภิปราย ตามข้อบังคับด้วย

นายพิเชษฐ์ ชี้แจงว่า การเอ่ยชื่อคนนอกต้องรับผิดชอบเอง จากนั้นได้ให้ผู้จะอภิปรายในลำดับถัดไปได้อภิปรายต่อไป