วันที่ 24 มี.ค.68 มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในการประชุม เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล

ต่อมาเมื่อเวลา 09.06 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ลุกขึ้นอภิปรายต่อจากนายณัฐพงษ์ แต่ปรากฏว่า พล.อ.ประวิตร ยังไม่ได้อภิปราย แต่ถูกนายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วงว่าตั้งแต่มาเป็นสส.ตนไม่เคยเห็นพล.อ.ประวิตรมาประชุมสภาเลย แต่ประธานในที่ประชุมชี้แจงว่าไม่ผิดข้อบังคับ

จากนั้นพล.อ.ประวิตร อภิปรายต่อว่า นายกฯมีพฤติการณ์ไม่อาจไว้วางใจให้บริหารราชการแผ่นดินได้ต่อไปอีก การดำเนินนโยบายทางด้านเศรษฐกิจผิดพลาด ล้มเหลว วันนี้พี่น้องประชาชเดือดร้อนแสนสาหัส เกิดความทุกข์ยากทุกหัวระแหง ปัญหาปากท้องไม่ได้รับการแก้ไขอย่างที่รัฐบาลได้ให้คำมั่นสัญญา พนักงานถูกเลิกจ้าง พนักงานห้างร้านปิดกิจการจำนวนมาก การแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด ผิดที่ผิดทาง ประชาชนเกิดปัญหาทั้งในระบบ และนอกระบบ หนี้ครัวเรือนสูงถึง 104 เปอร์เซ็นต์ ราคาข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน พืชผลทางการเกษตรตกต่ำ เศรษฐกิจมืดมน รัฐบาลนิ่งเฉยไม่มีมาตรการใดๆ มาแก้ปัญหาปากท้องให้กับพี่น้องประชาชน 

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จริงๆตนพยายามเอาใจช่วยนายกฯแก้ไขปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชนให้สำเร็จ เพราะเคยแก้ปัญหาด้านธุรกิจมาก่อน เอาประสบการณ์มาช่วยแก้ปัญหาประเทศชาติได้บ้าง แต่ปรากฎว่านายกฯไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ดีขึ้น ซ้ำยังถอยหลังไปอีกจนจีดีพีของไทยรั้งท้ายในกลุ่มอาเซียน และที่สำคัญตัดสินใจที่ผิดพลาดขาดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องเศรษฐกิจและยังตัดงบประมาณ 1 แสนล้านบาท อัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ แต่เอาเงินไปแจกเงินหมื่น ซึ่งทางธนาคารโลก และกองทุนไอเอ็มเอฟออกมาเตือนแต่ไม่ฟัง ว่าการแจกเงินหมื่นไม่ได้ผล กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการต่างๆแทน วันนี้ประชาชนก็คงไม่ลำบากทุกข์ใจ จะทำให้ประเทศรอดพ้นปัญหานี้ได้อย่างไร 

“ผมห่วงประเทศชาติเป็นอย่างมาก และไม่สบายใจต่อการดำเนินนโยบายต่างประเทศ คือเรื่องเอ็มโอยู 44 ที่วันนี้พาประเทศชาติเสี่ยงต่อการสูญเสียดินแดน และทรัพยากรทางทะเลมูลค่ามหาศาล ที่น่าเศร้าใจคือลูกเรือคนไทยที่นายกฯได้รับปากว่าจะนำกลับมาแต่ก็ผ่านมา 4 เดือนแล้วก็ยังไม่ได้กลับ ในฐานะที่ผมทำงานด้านความมั่นคงมาตลอดชีวิต ผมทราบดีว่าจำเป็นต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจในหลายมิติอย่างมาก ผมเห็นใจนายกฯที่ต้องมาตัดสินใจในเรื่องที่ไม่มีประสบการณ์ แต่เรื่องความมั่นคงของชาติสำคัญอย่างยิ่ง ประเทศชาติไม่ใช่ให้มือสมัครเล่นมาซ้อมมือได้” พล.อ.ประวิตร กล่าว 

พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า การบริหารราชการแผ่นดินโดยเฉพาะการบริหารสถานบันเทิงครบวงจร เอ็นเตอร์เทนเมนคอมแพลกซ์ รัฐบาลพยายามที่จะผลักดัน มีช่องที่จะเปิดให้เกิดการทุจริตเชิงนโยบาย เอื้อประโยชน์ส่วนตน ขอย้ำว่าจะทำชาติไปสู่หายนะ อันตรายอย่างที่สุดเพราะจะทำให้สังคมอ่อนแอ ตามมาด้วยธุรกิจสีเทา ซึ่งทุกวันนี้การปล่อยปละละเลยต่างๆก็ปล่อยให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งฟอกเงินธุรกิจสีเทา ปัญหายาเสพติด อาชญากรรม พนันออนไลน์มากมายอยู่แล้ว และที่สำคัญนายกฯขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ได้ทำนิติกรรมอำพรางยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ขัดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

เรื่องการถือหุ้นอัลไพน์ ทั้งๆที่รู้เป็นที่ธรณีสงฆ์ ไม่ควรแสวงประโยชน์ในทางที่ผิด และยังปล่อยปละละเลยให้คนในครอบครัวมากระทำให้เกิดผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ การที่บุคคลในครอบครัวของนายกฯได้เรียกแกนนำไปพูดคุยในการจัดตั้งรัฐบาลที่บ้านจันทร์ส่องหล้า และบุคคลในครอบครัวทำตัวมีอิทธิพลเหนือพรรคส่อไปในทางครอบงำหรือไม่ ขอให้เป็นหน้าที่ขององค์กรที่จะตรวจสอบต่อไป ตนเชื่อว่าประชาชนจะตัดสินใจเอง 

“ทั้งหมดที่พูดมาไม่ใช่ด้วยอคติ แต่ตามหลักฐานทุกประการ ซึ่งสส.ของพรรคพลังประชาชน จะมาชี้แจงเพิ่มเติม และขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่รับฟัง ผมพูดไม่เก่งอาจไม่กระฉับกระเฉงเหมือนตอนหนุ่ม แต่ก็บริหารประเทศสำเร็จมาได้หลายอย่าง

นายกฯเป็นคนหนุ่มสาวที่ยังแข็งแรงถ้าบริหารประเทศด้วยสติปัญญาและความอ่อนน้อม แต่หนักแน่นในหลักการและยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติ มากกว่าครอบครัวและพวกพ้องประชาชนจะนับถือท่านเอง ขอจบเพียงเท่านี้และโชคดีครัฐ” พล.อ.ประวิตร กล่าว 

จากนั้นมีเสียงตบมือ แต่ประธานสภาฯบอกว่าไม่ต้องตบมือ

จากนั้นเวลา 09.19 น.นายกฯ ได้ลุกขึ้นชี้แจงครั้งแรกว่า " เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีสมาชิกฝ่ายค้านขึ้นมาอภิปรายประเด็นต่างๆอีกหลายท่าน และดิฉันก็จะพยายามจะตอบทุกหัวข้อ เพื่อให้มีความสบายใจเกิดขึ้น  สำหรับสมาชิกหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐผู้อาวุโส ดิฉันได้ฟังท่านพูดและจับเวลาด้วยนาฬิกาของตัวเอง ท่านพูดประมาณ 10 นาที และอยากจะบอกว่าที่ท่านอาวุโสพูดเมื่อกี้ไม่เป็นความจริงค่ะ ขอบคุณค่ะ"