วันที่ 22 มีนาคม 2568 นางจุรีรัตน์  ชาวอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียน ต่อ ดร. วิเชียร ชุบไทสง นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อขอความช่วยเหลือด้านกฎหมาย กรณีธนาคารรัฐวิสาหกิจ แห่งหนึ่งในอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่งบัญชี จำนวนเงินที่เอาไปฝากแต่กลายเป็นเงินกู้ แถมเวลาไปติดต่อธนาคารเจ้าหน้าที่ไล่ออกจากธนาคาร และปกปิดความจริงบางอย่างไม่ให้ดูข้อมูลแต่อย่างใด เคยไปเดินทางร้องเรียนที่จังหวัดแล้วก็ไม่ได้ผล จึงได้เดินทางมาร้องเรียนกับนายกสภาทนายความฯ เพื่อทำการสอบสวนทำให้ได้รับคามโปร่งใสและได้รับความเป็นธรรม และดำเนินคดีกับเจ้าที่หน้าที่ ที่มีส่วนเกี่ยวกับตกแต่งหรือเอาเงินไปต่อไป

 

สืบเนื่องจาก  นางจุรีรัตน์  อายุ 48 ปี อยู่บ้าน หมู่ที่ 6 ตำบลขุนยวม อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เจ้าของบัญชีเงินฝากธนาคาแห่งหนึ่งใน อ.ขุนยวม ได้ทำการกู้เงินแบบกลุ่ม โดยจำนวนเงินที่กู้ยืมแต่ละครั้งธนาคารฯจะดำเนินการโอนเข้าบัญชีเงินฝากดังกล่าว ซึ่งยืนยันว่าได้ทำการกู้เงินและได้รับเงินที่กู้ยืมจากธนาคารฯ 3 ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 1 กู้จำนวน  20,000 บาท(สองหมื่นบาทถ้วน) ธนาคารฯโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากข้างต้น เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2560 ในรายการบัญชี ปรากฏอักษรย่อเป็นภาษาอังกฤษว่า SD ครั้งที่ 2 กู้จำนวน 30,000 บาท(สามหมื่นบาทถ้วน) ธนาคารฯโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากข้างต้น เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2561 ในรายการบัญชี ปรากฏอักษรย่อเป็นภาษาอังกฤษว่า SD  ครั้งที่ 3 กู้จำนวน 50,000 บาท(ห้าหมื่นบาทถ้วน) ธนาคารฯโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากข้างต้น เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2561 ในรายการบัญชี ปรากฏอักษรย่อเป็นภาษาอังกฤษว่า SD   

แต่ธนาคารฯกล่าวอ้างว่า นอกจากการกู้ยืมเงินทั้งสามครั้งดังกล่าว นางจุรีรัตน์ฯยังได้กู้เงินอีกจำนวน 50,000 บาท ตามสัญญากู้เงิน ฉบับลงวันที่ 25 กันยายน 2561 และ เงินที่กู้ยืมถูกโอนเข้าบัญชีข้างต้น ในวันที่ 25 กันยายน 2561 แต่ในรายการบัญชี ปรากฏอักษรย่อเป็นภาษาอังกฤษว่า SDTR แตกต่างจากการกู้ทั้งสามครั้ง ซึ่งนางจุรีรัตน์ฯยืนยันว่า เงินจำนวนนี้ เป็นเงินที่ตนเป็นผู้ฝาก และเป็นเงินที่ได้จากการขายกระบือ ไม่ใช่เงินที่กู้ยืมและไม่ใช่เงินที่ธนาคารฯโอนมาเหมือนเช่นการกู้ยืมครั้งก่อนๆแต่อย่างใด


  
แม้ที่ผ่านมาจะได้รับคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ธนาคารฯหลายครั้ง แต่ข้าฯยังมีความเคลือบแคลงและคาใจ ทั้งหมดหวังกับการโต้แย้ง ประกอบกับธนาคารฯได้ทวงถามให้ชำระเงินจำนวนดังกล่าว ทำให้ข้าฯต้องชำระจนครบถ้วน แต่อย่างไรก็ตาม ข้าฯยังคงติดใจและขอยืนยันว่าไม่เคยกู้ยืมเงินและไม่เคยได้รับเงิน จำนวน 50,000 บาท ตามสัญญากู้เงิน ฉบับลงวันที่ 25 กันยายน 2561 จึงเรียนมายังท่านใครขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือด้านกฎหมายหรือคดีความแก่ข้าฯต่อกรณีดังกล่าวด้วย