วันที่ 22 มีนาคม 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีกล่าว ถึงการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ว่า ตนในฐานะเป็นผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจมานับสิบครั้ง อยากให้การอภิปรายในวันจันทร์นี้ โดยคนรุ่นใหม่ หรือรุ่นเก่าแต่ยังเก๋าของพรรคฝ่ายค้าน อภิปรายด้วยเนื้อหาเชิงสร้างสรรค์เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาประเทศร่วมกัน โดยวันนี้หมดยุคใช้วาทกรรมแบบในอดีตแล้ว ประชาชนเบื่อความขัดแย้งอยากเห็นประเทศเดินหน้าพัฒนาอย่างเจริญรุ่งเรืองอยากให้เศรษฐกิจดีขึ้นหลังจากจมปลักกันมาเป็นสิบๆปี

ทั้งนี้ ตนเห็นว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในรอบ หลายทศวรรษ มานี้ไม่เคยเห็นการลงมติ “ไม่ไว้วางใจ” เลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะยังไงเมื่อลงมติเสียงข้างมากในสภาก็จะยกมือให้ผ่านอยู่แล้ว  ฝ่ายบริหารพร้อม รับฟังและชี้แจง แต่อยากให้สมาชิกพรรคฝ่ายค้านอภิปรายในเชิงสร้างสรรค์ ไม่มี “น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง” และอยากให้อภิปรายเสนอแนะ เพื่อช่วยกันเป็นสปอตไลท์นำทางให้ประเทศไทยเจริญมากยิ่งขึ้น เพราะตั้งแต่ต้นปีมานี้ดัชนีการเติบโตในทุกมิติของประเทศดีขึ้นกว่าหลายปีที่ผ่านมา จึงไม่อยากให้การเมืองไปฉุดรั้งการเติบโตของประเทศ

นายจิรายุ กล่าวต่อว่า ตนมั่นใจว่านายกรัฐมนตรี แพทองธาร จะชี้แจงได้ทุกประเด็น เพราะท่านเป็นคนรุ่นใหม่ที่เก่งจริง เห็นได้ หลักการสั่งการข้อราชการในแต่ละเรื่องที่หมักหมมในสังคมไทยมานานนับสิบปี ก็สามารถสั่งการแก้ไขอย่างทันท่วงที

และจากการลงพื้นที่ด้วยตนเอง หรือขึ้นปราศรัยในฐานะหัวหน้าพรรค หรือ ปาฐกถา หรือแสดงวิสัยทัศน์ในทุกเวที ในฐานะนายกรัฐมนตรี ทั้งระดับประเทศไทยและระดับโลกต่างได้รับความชื่นชม ว่าเป็นผู้นำคนรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์มองเห็นโลกใน2มุมและมองเห็นมุมของความคิดของคน 2 วัยได้อย่างดี ตนจึงคาดหวังว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ จะเป็นการอภิปรายรูปแบบใหม่ ที่สมฐานะฝ่ายค้านรุ่นใหม่จริงๆ ที่จะช่วยกันแนะนำและส่งเสริมการบริหารราชการแผ่นดินของฝ่ายบริหาร จากมุมมองของฝ่ายค้านได้อีกด้วย

"ไม่อยากให้ผู้อภิปรายฝ่ายค้านบางคน ไปใช้คำล่อแหลมส่อเสียดหยาบคาย หรือ บูลลี่ ด้อยค่ากันเหมือนสัปดาห์ที่ผ่านมาเพราะสังคมไทยรับไม่ได้กับการสบประมาท หรือหลอกด่าบุพการีของกันและกัน เพราะผมก็เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากให้ใครพาดพิง หรือด่าบุพการีของคนอภิปรายจากฝ่ายค้านอย่างแน่นอน"  นายจิรายุ กล่าว