เมื่อวันที่ 22 มี.ค.68 นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "ก่อแก้ว พิกุลทอง - Kokaew Pikulthong" ระบุว่า ในการเจรจาเรื่องเวลาในการ #อภิปรายไม่ไว้วางใจ ครั้งนี้ ก็เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เกิดจากการ “เจรจาตกลงร่วมกันของวิป 3 ฝ่าย“ ได้แก่ตัวแทนคณะรัฐมนตรี วิปรัฐบาลและ วิปฝ่ายค้าน โดยมีประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานการหารือ โดยครั้งนี้มีรองพิเชษฐ เชื้อเมืองพาน ทำหน้าที่แทน

ก่อนหน้านี้วิปรัฐบาล จะให้เวลาอภิปราย 1 วัน แต่ล่าสุดจะมีมติให้เวลาฝ่ายค้านเป็น 23 ชั่วโมง ในขณะที่วิปฝ่ายค้านต้องการ 30 ชั่วโมง แต่ในการเจรจาร่วมกันครั้งล่าสุด ฝ่ายรัฐบาลยอมตามโอนอ่อนผ่อนตามข้อเรียกร้องของฝ่ายค้าน ทั้งนี้ฝ่ายค้านได้เวลา 28 ชั่วโมง ครม.กับพรรคร่วม 7 ชั่วโมง และประธานสภา 2 ชั่วโมง รวม 37 ชั่วโมง  โดยกำหนดทำให้การอภิปรายวันที่ 24  เวลา 8.00 น - 05.30 น. วันที่ 25 เวลา 8.00 - 23.30 น. และลงมติวันที่ 26 มีนาคม เวลา 10.00 น.
การที่ฝ่ายค้านออกมาแขวะท่านนายกฯ ทำนองว่าจะอยู่ฟังการอภิปรายไม่ถึงตี 5 นั้น เป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะทุกคนก็ทราบดีว่า นอกจากดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว ท่านยังเป็นคุณแม่ของลูกๆที่ยังเล็ก เป็นตำแหน่งที่ไม่สามารถลาออก ไม่สามารถละทิ้งการทำหน้าที่ได้ การที่จะบังคับให้ท่านนายกฯนั่งฟังการอภิปรายและทำการชี้แจง ทั้ง 37 ชั่วโมง โดยไม่ได้ทำหน้าที่คุณแม่ และไม่ได้พักผ่อนเลย จึงเป็นไปได้ยากในความเป็นจริง 

และในที่ประชุมวิปตกลงเรื่องเวลาของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ไปร่วมประชุมเจรจาหรือเกี่ยวข้องด้วย การไปแขวะหรือโวยวายถึงตัวนายกรัฐมนตรีจนเกินข้อเท็จจริงในครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เป็นสภาวะ “หลง” และเป็นการฟาดงวงฟาดงา อย่างผิดฝาผิดตัวครับ 

ตามหลักมารยาท เมื่อมีการเจรจาตกลงกันจบแล้ว ถือว่าเป็นมติของการตกลงร่วม ทุกฝ่าย โดยเฉพาะพรรคฝ่ายค้าน ไม่ควรจะออกมาตีโพยตีพาย หรือโทษใคร ทุกฝ่ายควรมุ่งเน้นไปในการเตรียมข้อมูลของการอภิปรายหรือชี้แจงจะดีกว่า อย่าโหมโรงกันเกินจริงจนทำให้สังคมมองว่าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เป็นเพียง "ลิเก" ฉากหนึ่ง