วันที่ 21 มี.ค.2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ว่า พรรคได้โควต้า สส. 1 คน กับเวลาอีกราว 50 นาที ถึง 1 ชั่วโมงในการอภิปราย โดยมีการเตรียมข้อมูลซักซ้อมกันเรียบร้อยแล้ว
ส่วน สส.พรรคที่อาจจะโหวตสวนมติพรรค ในการอภิปรายนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่าจะเก็บไว้เป็นหลักฐานเพิ่มเติมไปเรื่อยๆ ในยื่นสอบจริยธรรม เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานให้กับทุกพรรคการเมือง ไม่ว่าสมัยนี้หรือสมัยต่อไปก็ไม่ควรที่จะเกิดพฤติกรรมอันน่ารังเกียจนี้ ซึ่งขณะนี้มี สส. ของพรรคที่ลงมติสนับสนุนญัตติของฝ่ายค้าน 3 ราย เราก็เชื่อว่าขณะนี้คนเหล่านั้นยังหน้าที่ของฝ่ายค้าน
เมื่อถามถึงระยะเวลาการอภิปรายที่ลากยาวจนถึงตีห้าครึ่ง คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ถึงสมัยที่ตนเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลของนายบรรหาร ศิลปอาชา และเมื่อสมัยเป็น สส.ในรัฐบาลของ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ มีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว ในทั้งสองครั้งที่ผ่านมาอดีตนายกรัฐมนตรี มีการกำหนดระยะเวลาในการอภิปราย 3 วัน ลงมติอีก 1 วัน รวมเป็น 4 วัน โดยอดีตนายกฯ ให้เกียรติในที่ประชุม อยู่ร่วมฟัง ตอบคำถามของฝ่ายค้านทุกข้อด้วยตัวเอง แม้เวลาจะล่วงถึง 03.00 น.
ครั้งนี้ตนเห็นว่าควรจะให้เวลาฝ่ายค้านตรวจสอบอย่างเต็มที่ อย่างน้อยควรใช้บรรทัดฐานในอดีต การบีบเวลาไปถึงตี 4 ตี 5 คุณภาพคนอภิปรายก็ไม่ไหว คนฟังก็ฟังไม่ได้ คุณภาพการตรวจสอบก็ด้อยลง ซึ่งรัฐบาลหากมั่นใจจริง ก็ควรเปิดเวลาได้ตรวจสอบจะทำให้สังคมไม่เกิดคำถามแบบนี้ แต่เมื่อมีการตกลงกันอย่างนี้ก็เชิญชวนพี่น้องประชาชนอดตาหลับ ขับตานอนช่วยกันฟังการอภิปราย ซึ่งตนก็อยากฝากว่าถ้านายกรัฐมนตรี พิสูจน์ตัวเอง ยืนตอบคำถามเหมือน นายบรรหาร หรือ พล.อ.ชวลิต ก็คิดว่าจะทำให้คะแนนนิยมของนายกรัฐมนตรีดีขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามถึงการอภิปรายที่อาจจะเกี่ยวข้องกับเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมแพลกซ์ และการพนันออนไลน์หรือไม่นั้น คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า ไทยสร้างไทยเป็นพรรคที่มีจุดยืนชัดเจนในการทำการเมืองสุจริต ค้านพนันออนไลน์ 100% ส่วนเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมแพลกซ์ ถ้าอยากทำจริง ก็ลองให้รัฐเป็นตัวแทนในการทำสักที่หนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ใช่พรรคเราที่อภิปรายฯคนเดียว เพราะยังมีพรรคอื่นร่วมด้วย ส่วนจะสะเทือนรัฐบาลหรือไม่ ระบุว่าขอให้นำความจริงมาพูดดีกว่า อีกทั้งมีข้อเท็จจริงมาให้นายกรัฐมนตรีฟัง เพื่อหวังว่าจะให้เปลี่ยนใจกับโครงการดังกล่าว