"สุริยะ" ปัดลาออกเซ่นคานทางด่วนพระราม 2 ถล่ม ยันสิ้นปีนี้ก่อสร้างเสร็จแน่นอน
เมื่อวันที่ 17 มี.ค.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมด่วนเพื่อหารือร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบที่เกื่ยวข้องเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างถนนและเส้นทางคมนาคม ภายหลังเกิดเหตุคานสะพานก่อสร้างโครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก สัญญาที่ 3 ทรุดตัวลง ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย และผู้เสียชีวิต 6 ราย
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า นายกรัฐมนตรี ได้ให้กระทรวงคมนาคมรายงานถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น และสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ทั้งหมด หากพบว่าเกิดจากความผิดของบริษัทผู้รับเหมา หรือผู้ควบคุมงาน ก็ขอให้ใช้บทลงโทษสูงสุด ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 มาตรา 109 หมวด 12 ว่าด้วยการทิ้งงานต่อไป
สำหรับการออกมาตรการสมุกพกผู้รับเหมา เพื่อตัดคะแนนผู้รับเหมาที่รับงานแล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้นนั้น จากการหารือกรมบัญชีกลางได้แจ้งว่า ปัจจุบันการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของกรมบัญชีกลาง สามารถนำมาใช้ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องรอออกมาตรการสมุกพกผู้รับเหมา แต่ในการประชุมกังวลว่า หากนำข้อบังคับของกรมบัญชีกลางมาใช้ อาจมีความเสี่ยงให้ถูกฟ้องร้องต่อมาภายหลังได้ ที่ประชุมจึงได้ขอให้ไปตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อน หากผู้รับเหมาเกิดการบกพร่องจริง ก็จำเป็นต้องใช้มาตรการลงโทษสูงสุด เหตุเพิ่งเกิดเมื่อสองวันก่อน ทางการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เจ้าของโครงการจะไปตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน 1 เดือน ส่วนเรื่องแบล็กลิสต์นั้น ก็ได้สั่งการให้ตรวจสอบก่อนถ้าพบว่าผิดจริงก็ให้ขึ้นแบล็กลิสต์ต่อไป
ขณะที่ความมั่นใจเรื่องโครงสร้างของงานก่อสร้าง เท่าที่มีการก่อสร้างมาในหลายๆโครงการ ยังไม่พบว่ามีโครงการไหนประสบปัญหานี้เลย ในขั้นตอนการออกแบบจะมีมาตรการกำกับตามหลักวิศวกรรมอยู่แล้ว เพียงแต่ในขั้นตอนการก่อสร้างอาจจะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาทั้งการควบคุมงานหรือความประมาทเลินเล่อของผู้รับเหมา ก็อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ส่วนวัสดุก่อสร้างได้มาตรฐานหรือไม่นั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในประเด็นนี้ น่าจะเป็นประเด็นการดำเนินการตามขั้นตอนมากกว่า ซึ่งหน่วยงานมีการกำกับดูแลอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นสะท้อนความหละหลวมในการทำงานหรือไม่ นายสุริยะกล่าวว่า ที่ผ่านมาได้กำชับหน่วยงานที่ต้องก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ให้คำนึงถึงความปลอดภัยแล้ว และในส่วนของกระทรวงเองก็ได้เชิญผู้รับเหมามาหารือถึงมาตรการทางด้านปลอดภัยแล้ว แต่สุดท้ายก็เกิดเหตุการณ์อีก จึงมีการเสนอมาตรการสมุดพกขึ้นมา พอถึงจุดหนึ่งเมื่อมีการเสียชีวิตขึ้นจะให้บริษัทนั้นขึ้นบัญชีดำ ทำให้เข้ามารับงานของรัฐไม่ได้ ซึ่งอาจจะส่งผลให้บริษัทนั้นล้มละลายได้
เมื่อถามว่า กระทรวงคมนาคมจะมีการทบทวนการแบ่งสัญญาโครงการต่างๆใหม่หรือไม่ เพราะที่ผ่านมามีการแบ่งสัญญาออกเป็นหลายๆสัญญา จนอาจจะกระทบกับงานที่อาจจะได้ผู้รับเหมาที่ไม่มีประสิทธิภาพนั้น นายสุริยะกล่าวว่า ที่ผ่านมามีการแบ่งงานออกเป็นหลายๆสัญญาจริง อย่างพระราม 2 มีการซอยสัญญาออกเป็น 14 สัญญาทำให้บางสัญญางานไม่เดิน เป็นฟันหลอ จึงได้สั่งการแล้วว่า การแบ่งสัญญาต้องแบ่งเท่าที่จำเป็น ไม่เยอะเกินไป
เมื่อถามอีกว่า กระแสสังคมมีความเห็นอยากให้กระทรวงคมนาคมรับผิดชอบเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยอาจจะให้รัฐมนตรีพิจารณาลาออกจากตำแหน่ง นายสุริยะกล่าวว่า เรื่องนี้ได้อธิบายข้อเท็จจริงให้ทราบแล้วว่า สิ่งที่กระทรวงดำเนินการมาตลอดจนในที่สุดมีเรื่องมาตรการออกมาให้ชัดเจน มีเรื่องของการขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมา ตรงนั้นทำให้เชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้นแน่นอน โดยงานก่อสร้างบนถนนพระราม 2 ต้องเสร็จในสิ้นปีนี้แน่นอน
#พระราม2 #ถนนพระราม2 #ข่าววันนี้ #คมนาคม #สยามรัฐ #สยามรัฐออนไลน์