นายชินวัฒน์ ตั้งสุทธิจิต กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิสโมสรมิตรภาพวัฒนธรรมสากล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ชินวัฒน์ ตั้งสุทธิจิต ระบุว่า... 

ครั้งแรกในประวัติศาสตร์คณะสงฆ์เถรวาทอินโดนีเซียถวายสมณสัญญาบัตรกิตติมศักดิ์ธรรมแด่พระสงฆ์ต่างชาติ

เช้าวันนี้(16มีนาคม2568) ณ วัดทานาห์ปูติห์ เมืองเซอมารัง ทางตอนเหนือเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย คณะสงฆ์เถรวาทอห่งประเทศอินโดนีเซียพร้อมคณะศรัทธาผู้นับถือพระพุทธศาสนาชาวอินโดนีเซียได้มีพิธีถวายสมณสัญญาบัตรกิตติมศักดิ์ธรรมแด่พระภิกษุไทยและประเทศศรีลังกา


ตามมติคณะสงฆ์เถรวาทแห่งประเทศอินโดนีเซียได้มีมติถวายสมณศักดิ์แห่งสงฆ์ต่างชาติเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการฟื้นฟูพนะพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทขึ้นในประเทศอินโดนีเซียโดยมีมติประกาศสังฆายกสภา (คณะกรรมการบริหารคณะสงฆ์) แห่งคณะสงฆ์เถรวาท อินโดนีเซีย
ลงเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2567 


ถวายสมณศักดิ์สัญญาบัตรแด่ พระครูสังฆสิทธิกร (อิริค สิริภทฺโท) วัดบวรนิเวศวิหาร ที่สมณศักดิ์สัญญาบัตรนาม "วราชินาสาสณปวีระเถระ" และพระโกตาปิจิราหุลมหาเถระ วัดทวา เมืองตัลปิตยา อุปสังฆนายกแห่งประเทศศรีลังการ ที่สมณศักดิ์สัญญาบัตรนาม "วรวิสุตญาญา อตุละสุนทรานายกะ ปาวาคานาติกะ อัคกานุชาสาสนะ สิริติปิตกะเมธี"

นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของคณะสงฆ์เถรวาทแห่งประเทศอินโดนีเซียตั้งแต่ก่อตั้งซึ่งชาวพุทธในอินโดนีเซียส่วนใหญ่เป็นคนจีน แม้จะเป็นพุทธที่ผสมผสานกับความเชื่อของบรรพบุรุษคือลัทธิเต๋าและขงจื้อ แต่คนจีนส่วนใหญ่ชอบบอกว่าตนเป็นคนพุทธและกลมกลืนกับชาวฮินดู


ก่อนหน้านี้พระพุทธศาสนาได้เลือนหายไปจากอินโดนีเซีย แต่ก็ยังมีชาวพุทธส่วนหนึ่งพยายามรักษาธรรมเนียมชาวพุทธโดยการสวดมนต์ตามเจติยะต่างๆซึ่งมีอยู่จำนวนมากทั่วประเทศ มีพระภิกษุสงฆ์จากศรีลังกา พม่า เดินทางเข้าไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาเพื่อให้ฟื้นฟึ้นมาอีกครั้ง  แต่ก็ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนัก


         
จนกระทั่งปีพุทธศักราช   2512 พระชินรักขิตหัวหน้าชาวพุทธในประเทศอินโดนีเซียขณะนั้น ได้เดินทางเข้ามาประเทศไทย และพักที่วัดบวรนิเวศวิหาร ได้มาทบทวนถึงเรื่องการขอให้คณะสงฆ์ไทยออกไปช่วยฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในประเทศอินโดนีเซียอีกครั้งหนึ่ง ดังที่ได้เคยปรารภไว้กับพระสาสนโสภณ (สุวฑฺฒนมหาเถร) ภายหลังคือ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชืรญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่19แห่งรัตนโกสินทร์ เมื่อครั้งเยือนอินโดนีเซียครั้งแรก (พ.ศ. 2511) เป็นเหตุให้คณะสงฆ์ร่วมกับกรมการศาสนาในนามของรัฐบาลไทย ได้จัดส่งพระภิกษุผู้สำเร็จการฝึกอบรมจากสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศแล้วเป็นพระธรรมทูตออกไปช่วยฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในอินโดนีเซียชุดแรก 4 รูป คือ

 

         1. พระครูปลัดอรรถจริยานุกิจ (วิญญ์ วิชาโน) วัดบวรนิเวศวิหาร ต่อมาได้เลื่อนสมณศักดิ์ที่พระราชวราจารย์ ปัจจุบันมรณภาพแล้ว
         2. พระครูปลัดสัมพิพัฒนวิริยาจารย์ (บุญเรือง ปุญฺญโชโต) วัดพระศรีมหาธาตุ ปัจจุบันคือพระพรหมมุนี เจ้าอาวาสวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน กรุงเทพฯ,กรรมการมหาเถรสมาคม และกรรมการบริหารสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศและที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 ธรรมยุต
         3. พระมหาประแทน เขททสฺสี วัดยานนาวา ไม่ทราบข้อมูลแน่ชัดว่าลาสิกขาหรือมรณภาพ
         4. พระมหาสุชีพ เขมาจาโร วัดระฆังโฆษิตาราม ไม่ทราบข้อมูลแน่ชัดว่าลาสิกขาหรือมรณภาพ


        
 พระธรรมทูตชุดนี้ออกเดินทางจากประเทศไทย เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2512 นับเป็นพระธรรมทูตที่สำเร็จการฝึกอบรมจากสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศรุ่นแรก ที่ออก ไปปฏิบัติศาสนาในต่างประเทศ และประสบผลสำเร็จในการปฏิบัติศาสนกิจเป็นอย่างดียิ่ง

 


คณะผู้บริหารคณะสงฆ์ในปัจจุบันมีพระปัญญาวราภรณ์(ศรี ปัญญาวโรมหาเถระ)ดำรงตำแหน่งสังฆปาโมกข์  พระศรี สุพลรตโนมหาเถระเป็นอุปสังฆปาโมกข์  พระสุเขโมมาหเถระเป็นอธิกรณนายก พระธัมมสุโภเถระเป็นประธานคณะสงฆ์ผู้อาวุโส(เถรนายก) พระโชติธัมโม เป็นสังฆนายก การกสังฆสภา นอกจากนั้นยังมีอีกหลายตำแหน่งเช่นด้านการศึกษา สังคมวัฒนธรรม ธุรการสมาคม เลขานุการ ภัตตุเทสสังฆทาน ผู้ที่ไม่คุ้นเคยฟังแล้วอาจมึนงง แต่การบริหารของคณะสงฆ์เถรวาทแห่งอินโดนีเซียมีการจัดตั้งองค์กรยังเมืองต่างๆมีพระเถระทำหน้าที่คล้ายๆเจ้าคณะจังหวัดในประเทศไทย ปัจจุบันในอินโดนีเซียมีเจ้าคณะจังหวัดถึง 23 จังหวัดเช่นพระสิริรตโนเป็นเจ้าคณะจังหวัดสูลเวสีใต้เป็นต้น

 

 

โดยคณะสงฆ์เถรวาทในอินโดนีเซียปัจจุบันที่สำคัญมีสองกลุ่มคือคณะสงฆ์เถรวาทอินโดนีเซียโดยตรงและคณะสงฆ์ไทยสายพระธรรมทูตที่สังกัดคณะสงฆ์ไทย

 

ขออนุโมทนามุทิตาจิตกับสองพระเถระทั้ฃสองรูปที่ได้รับการถวายสมณสัญญาบัตรกิตติมศักดิ์ธรรมในครั้งนี้ พร้อมกับฉลองครบ 50  ปีแห่งการสร้างวัดทานาห์ปูติห์อารามแห่งแรกที่มีการบรรพชาสามเณรให้แก่ชาวอินโดนีเซีย นับตั้งแต่ พ.ศ. 2520 สมเด็จพระสังฆราชเจ้าได้เสด็จไปบรรพชากุลบุตรชาวอินโดนีเซียอีกจำนวน 43 คน ณ เมืองเซอมารัง ตามคำอาราธนาของคณะสงฆ์สังฆเถรและการนี้คณะศรัทธาได้ร่วมถวายภัตตาการเนื่องในวาระฉลองอายุวัฒนมงคล พระครูสังฆสิทธิกร และพระมหาสุประยิตฺตโน ธมฺมฺธีโร พระชาวอินโดนีเซีย รองสังฆนายก คณะสงฆ์เถรวาทของอินโดนีเซีย อีกด้วย