วันที่ 13 มี.ค.2568 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมพร้อมในการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ว่า มั่นใจว่ามีการอภิปรายแน่นอน แต่จากที่เห็นว่าญัตติการอภิปรายของพรรคฝ่ายค้านที่มีการใส่ชื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ามาเราก็เห็นผู้ประท้วงคนแรกแล้ว แม้จะยังไม่ได้เริ่มต้นอภิปราย ยืนยันว่าเราไม่ต้องมาเถียงกันเรื่องกฎเกณฑ์กติกากันอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่เหมือนกับญัตติทั่วไป ในระบบรัฐสภามีกฎเกณฑ์เรื่องการควบคุมอยู่
ยืนยันว่าเราไม่ได้ทำผิด แต่เป็นการใช้อำนาจโดยพละการของประธานสภาผู้แทนราษฎรในการที่จะบังคับพวกเราให้ถอนชื่อนายทักษิณ ออก โดยหากไม่ถอนชื่อนายทักษิณออกก็จะไม่ให้อภิปราย โดยตั้งใจว่าภายในวันนี้จะมีการไปพูดคุยกับประธานสภาผู้แทนราษฎรในเรื่องนี้ ส่วนการเตรียมความพร้อมของตน ขณะนี้ก็กำลังเตรียมอยู่ และยืนยันว่าสัปดาห์นี้จะเริ่มต้นหรือช่วงวันที่ 24 มี.ค.นั้น จะได้เห็นการอภิปรายของตนแน่นอน
“ผู้ที่ประท้วงคนแรกวันนี้แม้จะอยู่ในฝ่ายรัฐบาลแต่ก็ไม่ได้ทำหน้าที่สส.ทั่วไป หรือไม่ได้เป็นรัฐมนตรี แต่กลับเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ประท้วงคนแรก ฉะนั้น ผมคิดว่าเราจะเห็นบรรยากาศแล้วว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าการแตะต้องนายทักษิณนั้น คงมีแรงต้านจากฝั่งรัฐบาลที่สูง ซึ่งก็แปลกประหลาดมาก ท่านเองอยากมีส่วนร่วมในการบริหารราชการแผ่นดินในหลายเรื่อง แต่ที่ผ่านมาเรากลับไม่เคยได้ยินนายกรัฐมนตรีพูดถึงวิสัยทัศน์หรือทิศทางของบ้านเมืองอะไรเลย ได้ยินแต่คุณทักษิณ
ขณะเดียวกันการที่ฝ่ายค้านจะตรวจสอบนายกรัฐมนตรี และอาจมีการผูกโยงให้เห็นภาพว่านายทักษิณอาจเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ แม้จะไม่ได้เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยตรงคุณทักษิณ แต่กลับกลายเป็นว่าทุกฝ่ายมีแรงต้านมา ซึ่งคงต้องถามกลับไปที่คุณทักษิณว่าคุณทักษิณนั้นเข้าไปเกี่ยวข้องกับการบัญชาการเรื่องนี้หรือไม่
หรือคุณทักษิณสามารถพูดแฟร์ๆ ออกสื่อได้เลยว่าสามารถพาดพิงได้ ผมพร้อม ผมเป็นคนสาธารณะที่สามารถตรวจสอบได้ หากท่านพูดแฟร์ๆ แบบนี้บรรดานั่งร้านทั้งหลายก็จะได้ไม่ต้องมาใช้เวทีนี้ในการเอาซีนปกป้องนาย และจะสามารถทำให้ฝ่ายค้านนั้นสามารถทำหน้าที่ได้มากกว่า” นายรังสิมันต์ กล่าว
เมื่อถามว่า มีการพาดพิงจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่าหากฝ่ายค้านไม่อภิปรายนายทักษิณก็จะไม่มีเรื่องอภิปรายเลย นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเป็นวิธีการของพรรค พท.ที่พยายามทำตัวเหนือกว่าคนอื่น พยายามทำตัวเหมือนสั่งสอน แต่ตัวเอง ก็ไม่ได้มีคุณค่าหรือความสามารถอะไรที่จะมาสั่งสอนคนอื่นได้ ถามว่าตอนที่พรรค พท.กับพรรคก้าวไกลในขณะนั้นเป็นฝ่ายค้านร่วมกัน การอภิปรายของพรรค พท.ในเวลานั้น มันดีจนเป็นที่น่าจดจำหรือไม่ ก็ไม่
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ หากไปดูนายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท.ที่ออกมาพูดราวกับสอนนั้น พูดกี่ชั่วโมง แล้วถามว่ามีเนื้อหาเท่าไหร่ ก็นิดเดียว แต่กลับพูดราวกับว่าตัวเองเก่งแน่ ราวกับนี่คือมหัศจรรย์ นี่คือโรนัลโดแห่งสภาฯ ตนคิดว่าอย่าประเมินตัวเองสูงเกินไป ขอให้รอดูการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านและยืนยันว่าการทำหน้าที่ของเราไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของน้ำท่วมทุ่ง แต่อยู่บนพื้นฐานของเนื้อหาสาระ การทำหน้าที่ของเราในครั้งนี้เราเตรียมตัวมาดี และเรายังมีอีกหลายคนที่เป็นหมากเด็ดแน่นอน สิ่งที่ไม่คาดว่าจะได้เห็นก็จะได้เห็น
เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านจะต้องระวังเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายทักษิณมากขึ้นหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เราอยากให้ประชาชนรู้ความจริงมากที่สุด เราจึงพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด จะหากต้องมาระมัดระวังเพื่อให้ความจริงไม่ประจักษ์ต่อประชาชน นั่นไม่ใช่พรรค ปชน. ยืนยันว่าหากเรื่องไหนที่นายทักษิณเข้าไปเกี่ยว เราก็จะอภิปราย แต่ไม่ได้เป็นการอภิปรายโดยตรง ยืนยันว่านี่คือการทำหน้าที่ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลโดยในกรณีคือนายกรัฐมนตรี หากต้องมีองค์ประกอบคือคนนั้นคนนี้เข้ามาเกี่ยวข้อง ก็มีความจำเป็น
“ถามว่าการทุจริตคอร์รัปชั่นนายกรัฐมนตรีทำได้คนเดียวหรือ ต้องมีบุคคลภายนอก ฉะนั้น ผมคิดว่าวันนี้สถานการณ์ของพรรคเพื่อไทยทำตัวเป็นคนที่แกล้งไม่เข้าใจ ไม่รู้แกล้งหรือไม่ แต่ตัวท่านเองก็เข้าใจ เพราะเคยอภิปรายไม่ไว้วางใจและมีการพาดพิงบุคคลภายนอกไม่ได้น้อยไปกว่าพวกเรา แต่วันนี้พอตัวเองต้องมาอยู่ในบทนี้ ก็พยายามตีฆ้องร้องป่าว เขียนเสือให้วัวกลัว ทำตัวราวกลับว่าเป็นพระอรหันต์ แต่ขอโทษเถอะ พอไปดูเนื้อหาสาระไม่มีเลย” นายรังสิมันต์ กล่าว
เมื่อถามว่า พร้อมใช่หรือไม่ที่หากอภิปรายแล้วอาจจะมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนพร้อมยืน 3 ชั่วโมงในการอภิปราย ส่วนเรื่องการฟ้องหมิ่นประมาทนั้น ตนถูกฟ้องดำเนินคดีมาเยอะแล้ว ซึ่งก็ไม่สามารถควบคุมหรือห้ามให้ใครมาฟ้องได้ แต่การทำหน้าที่ของตนคือการทำหน้าที่เพื่อประชาชน ทำหน้าที่เหมือนเป็นวันสุดท้ายเสมอ
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น จึงทำหน้าที่อย่างเต็มที่จะมีคนฟ้องก็ห้ามไม่ได้ วันนี้เราเจอความท้าทายเรื่องกระบวนการยุติธรรมมากมาย ได้แต่วิงวอนว่าอย่างน้อยเมื่อฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ ขอให้ความยุติธรรมกับคนเหล่านี้บ้าง ประเทศจะได้มีความทัดทานไม่ให้ทุกอย่างแย่ไปกว่านี้ และเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้าทำอย่างนั้นประธานสภาฯ จะต้องแบกรับผลลัพธ์ทางกฎหมาย วันนี้คงหาทางออกกันได้