สยามรัฐ ยึดมั่นอุดมการณ์ปกป้องเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ยืนหยัดรับใช้สังคมด้วยจิตสำนึกแห่งความรับผิดชอบ…*…
สองประเด็นร้อนที่กำลังเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ในบ้านเราเวลานี้ ประเด็นหนึ่งเป็นคดีอาชญากรรม อีกประเด็นเป็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองเกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่ดูแล้วไม่น่ามีอะไรเกี่ยวข้องกัน แต่ก็ถูกจับไปโยงเป็น “คนละเรื่องเดียวกัน” …*…
ประเด็นแรกมาจากเรื่องราวของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ หรือที่รู้จักกันในนาม “ผู้กำกับโจ้” ซึ่งเคยเป็นข่าวอื้อฉาวระดับประเทศจากคดีใช้ถุงดำคลุมศีรษะผู้ต้องหาคดียาเสพติดจนเสียชีวิตเมื่อปี 2564 ถูกพบเสียชีวิตภายในเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อวันที่ 7 มีนาคม ที่ผ่านมา …*…
เบื้องต้น กรมราชทัณฑ์รายงานว่า พบ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ นั่งพิงประตูห้องขังและไม่ตอบสนอง เจ้าหน้าที่จึงเข้าช่วยเหลือแต่ไม่สำเร็จ โดยกรมราชทัณฑ์แถลงว่าพ.ต.อ.ธิติสรรค์มีโรคประจำตัวหลายอย่าง รวมถึงอาการป่วยทางจิตเวช แต่กลับมีคำยืนยันจากนายเผด็จ หริ่งรอด รักษาราชการแทนผบ.เรือนจำคลองเปรมว่า พ.ต.อ.ธิติสรรค์ไม่ได้ป่วยจิตเวช เป็นเพียงมีอาการกังวลและเครียดเท่านั้น ...*...
ขณะที่ครอบครัวและทนายความของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ แสดงความสงสัยเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต โดยระบุว่า พ.ต.อ.ธิติสรรค์ไม่มีแรงจูงใจที่จะจบชีวิตตนเอง และเพิ่งพูดถึงการใช้ชีวิตหลังออกจากเรือนจำ …*…
เมื่อเกิดความสับสนระหว่างข้อมูลจากกรมราชทัณฑ์ กับรักษาราชการแทน ผบ.เรือนจำคลองเปรม บวกรวมหลายๆ ข้อข้องใจของครอบครัว พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ที่มีการนำเสนอข่าวแพร่ไปทั่วนั้น ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และตั้งคำถามดังกระหึ่มว่า ผู้กำกับโจ้เสียชีวิตเพราะอะไร เป็นการฆ่าตัวตาย หรือถูกทำให้ตาย เพราะข้อมูลที่มาจากผู้เกี่ยวข้องค่อนข้างชวนให้สับสน …*…
จนในที่สุดกรมราชทัณฑ์ต้องเปิดเผยคลิปบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดในเรือนจำบริเวณทางเดินหน้าห้องขังผู้กำกับโจ้ก่อนที่จะเสียชีวิต เพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครเข้าออกในห้องขังผู้กำกับโจ้ในช่วงเวลาก่อนพบการเสียชีวิตของผู้กำกับโจ้ …*…
ทว่า การเปิดคลิปดังกล่าว นอกจากไม่ได้ลบข้อกังขาได้อยากหมดจนเท่านั้น หากแต่ยังนำไปสู่การแตกยอดบานปลายกลายเป็นเรื่องการเมือง เมื่อมีคนตั้งข้อสังเกตุว่าแล้วทำไมทีกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่อ้างว่ามีอาการเจ็บป่วยขั้นวิกฤติสุ่มเสี่ยงกับการเสียชีวิต ต้องมีการนำส่งตัวมารักษาโรงพยาบาลตำรวจ ทางกรมราชทัณฑ์ถึงไม่นำคลิปเกี่ยวกับนายทักษิณมาเปิดเผยบ้าง ทั้งที่มีเสียงเรียกร้องมากมายจากหลายฝ่าย …*…
ถึงวันนี้ แม้ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าฝ่ายค้านจะสามารถเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ เพราะยังมีการยื้อกันอยู่ระหว่างฝ่ายค้าน กับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้ส่งหนังสือถึงนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้แก้ไขญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร เนื่องจากในญัตติมีการระบุชื่อบุคคลภายนอก คือ นายทักษิณ ซึ่งอาจทำให้บุคคลภายนอกได้รับความเสียหายและไม่มีโอกาสชี้แจงในที่ประชุมสภา และหากฝ่ายค้านไม่แก้ไขญัตติตามที่ขอ อาจไม่บรรจุญัตติดังกล่าวเข้าสู่วาระการประชุมสภา แต่ได้รับการปฏิเสธที่จะแก้ไขญัตติจากผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งได้ทำหนังสือโต้แย้งว่าประธานสภาฯ ไม่มีอำนาจในการแก้ไขเนื้อหาของญัตติ และข้อบังคับการประชุมสภาไม่ได้ห้ามการเอ่ยถึงบุคคลภายนอก…*…
เชื่อว่าถ้าฝ่ายค้านสามารถใช้เวทีสภาซักฟอกนางสาวแพทองธารได้ทันในสมัยประชุมนี้ เรื่องราวการส่งตัวนายทักษิณจากเรือนจำมารักษาอาการโรงพยาบาลตำรวจ และนอนยาวจนได้รับการปล่อยตัว จะถูกหยิบยกมาอภิปรายไม่ไว้วางใจนางสาวแพทองธาร โดยมีการเทียบเคียงกับกรณีของอดีตผู้กำกับโจ้อย่างแน่นอน…*…
ฉะนั้น แม้ในที่สุด นางสาวแพทองธารจะชนะในสภา แต่สำหรับสายตาประชาชนแล้ว ต้องรอดูว่าคดีอดีตผู้กำกับโจ้จะสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อรัฐบาลมากน้อยเพียงไหน …*…
ที่มา : เจ้าพระยา (13/3/68)