นายวินเซนต์ แมคโอเว่น ชาวอังกฤษ ผู้รับมอบอำนาจจากญาตินายสตีเว่น เจมส์ แกรนด์วิลล์ อดีตนักธุรกิจชาวอังกฤษ เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ตรวจสอบคดีที่นายสตีเว่น เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ

นายวินเซนต์ ระบุว่า เหตุเกิดขึ้นหลังจากที่นายสตีเว่นได้เข้ามาลงทุนทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทำรีสอร์ทในจังหวัดภูเก็ต ใต้ชื่อโครงการ ปุระวนา รีสอร์ท มูลค่ากว่า 800 ล้านบาท เมื่อปี 2543 ต่อมาได้มีคดีความฟ้องร้องข้อหาฉ้อโกงประชาชนกับนักธุรกิจชาวอินเดีย ทำให้นายสตีเว่นถูกคุมขังในเรือนจำนานกว่า 1 ปี แต่ภายหลังศาลยกฟ้อง นายสตีเว่นจึงกลับมาทำธุรกิจต่อ

กระทั่ง ปี 2555 นายสตีเว่นได้ร่วมลงทุนทำธุรกิจกับนายทุน เป็นสองพี่น้องคนไทยตระกูลดัง ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนักการเมือง โดยได้ยื่นข้อเสนอให้นายสตีเว่นโอนหุ้น ร้อยละ 99 ของโครงการปุระวนา รีสอร์ท ให้กับกลุ่มนายทุนดังกล่าว โดยอ้างว่านายสตีเว่นเคยมีคดีความอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ แต่หลังจากทำสัญญาโอนหุ้นเพียง 3 เดือน ในวันที่ 24 มีนาคม 2556 นายสตีเว่น ประสบอุบัติเหตุ บิ๊กไบค์พลิกคว่ำ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดในพื้นที่ สภ.กะรน จังหวัดภูเก็ต แต่พบข้อสงสัยว่ามีเพียงบาดแผลถูกกระแทกด้วยของแข็งที่ศีรษะอย่างรุนแรง แต่ไม่พบบาดแผลถลอกหรือฟกช้ำอื่นๆ ตามร่างกาย ทั้งที่ประสบอุบัติเหตุทางถนน ทำให้นายสตีเว่น ต้องนอนพักรักษาตัวนาน 4 ปี จนเสียชีวิต เมื่อปี 2560

โดยทางญาติมีความเคลือบแคลงใจในสาเหตุการเสียชีวิต แต่ตำรวจเจ้าของคดี ไม่ได้ติดตามคดีให้มีความคืบหน้า จึงเข้าร้องเรียนให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบคดีดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมา ได้ใล้เงินไปกว่า 15 ล้านบาทในการต่อสู้คดีและหาความจริง

ทั้งนี้ นายวินเซนต์ ยังระบุอีกว่า มีข้อสงสัยว่านายทุนสองพี่น้องต้องการหุ้นทั้งหมดไปครอบครอง โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการต่อสู้คดีในขั้นศาล เพื่อให้มีการโอนหุ้นคืนให้แก่ญาตินายสตีเว่น