หลังจาก “ฉนวนกาซา” ต้องย่อยยับอย่างยากจะหวนกลับมาดีดังเดิมในอนาคตอันใกล้ จนสะท้านใจไปทั้งโลกมารอบหนึ่งแล้ว จากผลพวงของ “สงครามกาซา (Gaza war)” ซึ่งเป็นการสู้รบระหว่าง “อิสราเอล” กับ “กลุ่มฮามาส” ในช่วงรอบปีกว่าที่ผ่านมา หรือตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2023 (พ.ศ. 2566)

ล่าสุด ฉากหายนะจากสงครามการสู้รบโดย “อิสราเอล” กับ “กลุ่มฮามาส” ข้างต้น ก็ได้ขยายมายัง “เวสต์แบงก์” เขตพื้นที่ตอนในของอิสราเอล ที่อิสราเอลยึดครองมาตั้งแต่หลังสิ้นสุด “สงครามหกวัน” เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 1967 (พ.ศ. 2510) ซึ่งเป็นอีกเขตหนึ่งที่มีชาวปาเลสไตน์ตั้งถิ่นฐานพำนักอาศัยอยู่

ทหารอิสราเอล เคลื่อนทัพไปกับรถถัง บุกจู่โจมเข้าไปในเขตเวสต์แบงก์ (Photo : AFP)

โดยการสู้รบในเขตเวสต์แบงก์ ก็ได้มีควบคู่กับการสู้รบในฉนวนกาซา แต่การรบราในเขตเวสต์แบงก์ในช่วงรอบปีกว่าที่ผ่านมา ยังเป็นเพียงประปราย ไม่รุนแรงเมื่อเปรียบเทียบกับการรบในฉนวนกาซา หรือแม้กระทั่งในพื้นที่ตอนใต้ของประเทศเลบานอน ที่กองทัพอิสราเอลเข้าไปกวาดล้างกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นกลุ่มก่อการร้าย กองกำลังติดอาวุธที่เป็นพันธมิตรกับกลุ่มฮามาสของชาวปาเลสไตน์

กระทั่งย่างเข้าสู่ปี 2025 (พ.ศ.2568) นี้ ในช่วงมกราคมเดือนที่แล้ว ถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่กำลังจะผ่านพ้นไป ปรากฏว่า การสู้รบในเขตเวสต์แบงก์ ได้มีสัญญาณท่าทีว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับ

เมื่ออิสราเอล ได้ระดมกองทัพ “กองกำลังป้องกันอิสราเอล” หรือ “ไอดีเอฟ (IDF : Israel Defense Forces)” พร้อมด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนอาวุธประจำกายหลักของกำลังพลอย่างครบครัน กรีธาพลเข้ามาในเขตเวสต์แบงก์

กล่าวกันว่า ได้มีนักวิเคราะห์เคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้ว่า การศึกในเขตเวสต์แบงก์ อาจจะเป็นสงครามอีกเฟสหนึ่ง ที่อิสราเอลหมายมั่นปั้นมือเอาไว้ ในการกวาดล้างกลุ่มฮามาสในพื้นที่ดังกล่าวด้วย ภายหลังจากปราบปรามกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาแล้ว

สัญญาณท่าทีที่ส่งออกมาจากอิสราเอลว่า จะเปิดศึกครั้งใหญ่ในเขตเวสต์แบงก์ ก็เป็นการเผยโฉมของอาวุธยุทโธปกรณ์ชนิดหนึ่ง นั่นคือ “รถถัง” หรือ “ยานรบหุ้มเกราะ” (Tank) ที่จะมาควบคู่กับอุปกรณ์สำหรับการปรับหน้าดิน นั่นคือ “รถปราบดิน (Bulldozer)” และ “รถแบ็คโฮ”

รถปราบดินที่ถูกส่งมาพร้อมรถถังของกองทัพอิสราเอล เคลื่อนพลเข้าไปในเขตเวสต์แบงก์ (Photo : AFP)

โดยทั้งรถถังและรถปราบดิน ได้ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่เขตเวสต์แบงก์ พร้อมกับกำลังพลไอดีเอฟของอิสราเอล

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ประชาชนในเขตเวสต์แบงก์ ไม่ได้เห็นรถถังของกองทัพอิสราเอล เข้ามาในพื้นที่หลายทศวรรษแล้ว โดยการมาแต่ละครั้ง ก็สร้างความสูญเสีย และเสียหาย ให้แก่ผู้คนในพื้นที่เป็นอย่างมากจากเหตุการณ์ในช่วงที่ผ่านมา

ตามการรายงาน ก็ระบุว่า ได้เห็นฉากการโจมตีในเขตเวสต์แบงก์ในลักษณะนี้ ก็ต้องย้อนกลับไปในช่วงปลายของคริสต์ทศวรรษ 1980 ถึงต้นคริสต์ทศวรรษ 1990 จนนำไปสู่ “ข้อตกลงออสโล” ที่มีการลงนามที่ประเทศนอร์เวย์ เมื่อปี 1993 (พ.ศ. 2536) ซึ่งทำให้อิสราเอลครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของเขตเวสต์แบงก์

ก่อนที่ในปี 2002 (พ.ศ. 2545) อิสราเอลก็ได้กรีธาทัพเข้ามาในเขตเวสต์แบงก์ โดยมีรายงานว่า อิสราเอลส่งกองทัพรถถังเข้ามาลุยในค่ายผู้อพยพ “เจนิน” ซึ่งถือเป็นครั้งแรก ที่อิสราเอลส่งรถถังเข้ามาบุกในค่ายดังกล่าว ตามมาด้วยปี 2005 (พ..ศ. 2548) รถถังอิสราเอลที่มากับไอดีเอฟ ก็ได้บุกเข้ามาในเขตเวสต์แบงก์เป็นคำรบสอง

ทหารอิสราเอลบุกตรวจค้นผู้คนในเขตเวสต์แบงก์ เพื่อกวาดล้างกลุ่มฮามาสของชาวปาเลสไตน์ ที่กบดานเคลื่อนไหวในเขตดังกล่าว (Photo : AFP)

ส่วนการบุกเขตเวสต์แบงก์ในปี 2025 (พ.ศ. 2568) นี้ ก็เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา โดยกองทัพอิสราเอล พร้อมรถถังและรถปราบดิน รุกคืบข้ามเข้ามาในเขตเวสต์แบงก์ดังกล่าว ซึ่งมุ่งตรงมาที่ค่ายผู้อพยพเจนิน นัยว่า เพื่อมาขับไล่ผู้อพยพชาวปาเลสไตน์ซึ่งมีจำนวนประมาณกว่า 40,000 คน ให้ออกไปจากบ้านเรือนของพวกเขา ก่อนใช้รถปราบดิน ทำลายบ้านเรือนที่พักอาศัยของพวกเขาจนแทบจะราบเป็นหน้ากลอง

ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า การสู้รบ และการไล่รื้อถิ่นที่อยู่อาศัยของชาวปาเลสไตน์ในย่านผู้อพยพเจนินของเขตเวสต์แบงก์ดังกล่าว ทวีความหนักหน่วงรุนแรงมากขึ้น หลังจากที่อิสราเอล บรรลุข้อตกลงหยุดหยิงชั่วคราวกับกลุ่มฮามาสของทางฝั่งฉนวนกาซาแล้ว

เรียกว่า อิสราเอลตะลุยศึก ทำสงคราม กันไปเป็นด้านๆ หรือหน้าๆ ไป ไม่ทำศึกสงครามหลายด้าน หลายหน้า พร้อมๆ กันในเวลาเดียวกัน

และมิใช่กองทัพอิสราเอลจะหยุดอยู่เพียค่ายผู้อพยพในย่านเจนินเท่านั้น แต่ทว่า ไอดีเอฟ พร้อมรถถังและรถปราบดิน ยังตะลุยรุกคืบไปยังค่ายผู้อพยพอื่นๆ ที่อยู่ทางตอนใต้ของเจนิน ลากเลยไปถึงย่านกาบาติยา และลามไปถึงฟากตะวันตกถึงย่านบูร์กิน และทางตะวันออกของย่านตุลคาเรม ไปจนถึงค่ายผู้อพยพนูร์ชามส์

รถแบ็คโฮและรถปราบดิน ช่วยกันรื้อถอน ซากปรักหักของบ้านเรือนของชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ หลังถูกกองทัพอิสราเอลโจมตี (Photo : AFP)

นอกจากนี้ กองทัพอิสราเอล ยังบุกโจมตีในย่านโคบาร์ และซิลวาด ทางตอนเหนือของรามัลเลาะห์ เลยไปจนถึงไบตูเนีย ย่านบ้านใกล้เรือนเคียงของรามัลเลาะห์ และย่านเฮบรอน ในเขตเวสต์แบงก์อีกด้วย

โดยปฏิบัติการของกองทัพอิสราเอลทันทีที่ไปถึงพื้นที่เป้าหมาย นอกจากมีปฏิบัติการทางทหารเพื่อกวาดล้างฮามาส และกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ ในพื้นที่แล้ว กองทัพอิสราเอล ก็ยังขับไล่ประชาชนออกจากที่พักอาศัย ก่อนทำลายบ้านเรือนของประชาชนเหล่านั้น ซึ่งมีบ้านบางหลังที่ไม่ถูกทำลาย ก็จะถูกใช้เป็นที่บัญชาการของกองทัพอิสราเอลในพื้นที่ดังกล่าวไป นอกจากนี้ ยังทำลายถนนหนทางสายต่างๆ และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในเขตเวสต์แบงก์หลายแห่ง ตลอดจนการบังคับใช้มาตรการเคอร์ฟิว คือ การกำหนดเวลาออกจากเคหสถานของประชาชน รวมไปถึงการปิดพื้นที่ในหลายๆ จุดของเมือง ไม่ให้ประชาชนเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว

รถปราบดินของอิสราเอล ทำลายถนน หนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในเขตเวสต์แบงก์ (Photo : AFP)

นายอิสราเอล คาทซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล เปิดเผยถึงแผนการด้วยว่า ปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ อาจจะลากยาวไปถึงปีหน้า สำหรับการกวาดล้างกลุ่มฮามาสและกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ รวมถึงการรื้อถอนค่ายผู้อพยพของชาวปาเลสไตน์ ที่กลุ่มฮามาสและกลุ่มติดอาวุธต่างๆ แฝงตัวปะปนกับบรรดาผู้อพยพทั่วไป ตลอดจนการกักกันควบคุมพื้นที่ดังกล่าว ไม่ให้ชาวปาเลสไตน์ หวนกลับมาใช้เป็นค่ายผู้อพยพในเขตเวสต์แบงก์แห่งนี้ได้อีก