เมื่อกลุ่มเซ็นทรัลได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในการลงทุนโรงแรมและรีสอร์ตในมัลดีฟส์ จึงทำให้ในช่วงที่ผ่านมา นายธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา บริษัท โรงแรมเซ็นทรัล พลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ เซ็นเทล ได้ลงทุนในโครงการใหม่และรีโนเวตโครงการเดิมในช่วงปี 2567-2568 รวม 3 ปี ประมาณ 13,000-20,000 ล้านบาท โดยในปี 2568 มีโรงแรมที่มัลดีฟส์ขึ้นมาใหม่ 2 แห่ง คือ เซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์ และเซ็นทารา แกรนด์ ลากูน มัลดีฟส์
หวังเจาะกลุ่มครอบครัว
โดย นายแอนดรูว์ แจนสัน ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมเซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์ และโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ลากูน มัลดีฟส์ กล่าวถึงเซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์ ได้ เปิดให้บริการเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 เป็นโรงแรมแห่งที่ 3 ของกลุ่มเซ็นทาราในมัลดีฟส์ และเป็นโรงแรมเซ็นทารา มิราจ ธีมรีสอร์ตยอดนิยมสำหรับครอบครัวแห่งที่ 4 ของเซ็นทารา ต่อจากที่พัทยา มุยเน่ และดูไบ
สำหรับเซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์ อยู่ในโครงการลงทุนส่วนแรกของเซ็นทาราบนเกาะมาเล่ อะทอลล์เหนือ เป็นเกาะหนึ่งในกลุ่มมัลดีฟส์ที่มีความสวยงาม ขณะที่ส่วนที่ 2 จะเป็นเซ็นทารา แกรนด์ ลากูน มัลดีฟส์ มีกำหนดเปิดให้บริการในวันที่ 1 เมษายน 2568 ซึ่งหลังจากเปิดเซ็นทารา แกรนด์ ลากูน มัลดีฟส์แล้ว กลุ่มเซ็นทารา จะมีโรงแรมในมัลดีฟส์ทั้งหมด 4 แห่ง ได้แก่ 1.เซ็นทารา แกรนด์ ไอส์แลนด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา มัลดีฟส์ (มัชฉาฟูชิ) เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว จำนวน 112 ห้อง 2.เซ็นทารา ราสฟูชิ รีสอร์ตระดับ 4 ดาว สำหรับผู้ใหญ่ที่เหมาะสำหรับคู่รักและผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 140 ห้อง 3.เซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์ เป็นรีสอร์ตสำหรับกลุ่มครอบครัว จำนวน 145 ห้อง ที่เพิ่งเปิดให้บริการไปเมื่อปลายปี 2567 และ 4.เซ็นทารา แกรนด์ ลากูน มัลดีฟส์ จำนวน 142 ห้อง ซึ่งอยู่ในแผนเปิดให้บริการในวันที่ 1 เมษายน 2568
ได้รับการตอบรับที่ดีมาก
ทั้งนี้ นายแอนดรูว์ กล่าวต่อว่า ทั้ง 2 โรงแรมใหม่ที่อยู่ในความรับผิดชอบตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ใช้งบฯลงทุนไปมากกว่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 6,800 ล้านบาท มีพื้นที่ทั้งหมด 170,000 ตารางเมตร โดยเซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์ เป็นธีมรีสอร์ตสำหรับกลุ่มครอบครัว จำนวน 154 ห้อง ขนาดตั้งแต่ 45-196 ตารางเมตร ได้รับการออกแบบให้โดดเด่นด้วยคอนเซ็ปต์โลกใต้น้ำ มีสวนน้ำและกิจกรรมทางน้ำอันเป็นเอกลักษณ์ ตอบโจทย์กับความต้องการของลูกค้ากลุ่มครอบครัว และเพื่อความสะดวกสบายของทุกคนในครอบครัว
ในส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการนั้น รีสอร์ตแห่งนี้มีคอมเพล็กซ์กลางแจ้งพร้อมสระว่ายน้ำ Water Playground, Lazy River สปาเซ็นวารีที่ฟิตเนสเซ็นเตอร์ครบวงจร Kids’ Club and Games Room มีบริการห้องอาหารและบาร์ให้เลือกจำนวนมาก ได้แก่ The Sailhouse บริการอาหารนานาชาติตลอดทั้งวัน พร้อมที่นั่งทั้งในร่มและนอกอาคาร ห้องอาหารสวนบัว ให้บริการอาหารไทย ห้องอาหาร Acqua ให้บริการอาหารอิตาเลียน Mirage Beach Bar บาร์ริมหาดพร้อมวิวพระอาทิตย์ตกดิน เป็นต้น
โดยนายแอนดรูว์ กล่าวว่า โรงแรมเซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์ ถือเป็นเซ็กเมนต์ใหม่ที่กำลังเติบโตในตลาดมัลดีฟส์ ซึ่งหลังจากเปิดให้บริการ พบว่าได้รับการตอบรับที่ดีมาก มีอัตราการเข้าพักรวมเฉลี่ยที่ประมาณ 60% และในเดือนกุมภาพันธ์นี้ขยับขึ้นเป็นประมาณ 65-70% โดยลูกค้าคนไทยมีสัดส่วนสูงสุดเป็นอันดับ 1 รองลงมาคือ จีน รัสเซีย และยูเครน จากท่องเที่ยวตลาดใหญ่ของมัลดีฟส์คือ จีน รัสเซีย ไทย ยูเครน อินเดีย โดยช่วงไฮซีซั่นคือธันวาคม-เมษายน ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นยุโรป สหราชอาณาจักร รัสเซีย และจีน หลังจากนั้นตลาดจะค่อนข้างหลากหลาย โดยเฉพาะชาวเอเชีย
ตอบโจทย์ความต้องการ
ซึ่ง นายแอนดรูว์ กล่าวต่อว่า กลุ่มเป้าหมายของโรงแรม เป็นกลุ่มครอบครัวที่มีแนวโน้มเติบโต ขณะเดียวกันก็ยังเป็นกลุ่มที่มีคู่แข่งน้อย โดยรีสอร์ตส่วนใหญ่หรือประมาณ 60% จับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคู่รัก ประมาณ 30% จับกลุ่มครอบครัว ที่เหลืออีก 10% เป็นกลุ่ม Solo Traveler หรือกลุ่มเดินทางคนเดียว ขณะที่เซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์ จับกลุ่มครอบครัว 70% จับกลุ่มคู่รัก 20% ที่เหลืออีก 10% คือ สำหรับกลุ่มเดินทางคนเดียว
อย่างไรก็ตามโรงแรมแห่งนี้ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าทุกช่วงอายุ มีความสนุกหรรษาเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะสวนน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่ ที่มาพร้อมสระว่ายน้ำทั้งสำหรับผู้ใหญ่และเด็ก รวมถึงสระน้ำวนเลซี่ริเวอร์ และโซนเครื่องเล่นน้ำสำหรับเด็กโดยเฉพาะ คิดส์คลับและแคนดี้สปาสำหรับคุณหนู ๆ และสปาเซ็นวารีสำหรับพ่อแม่