กรมชลประทาน ดำเนินการบริหารจัดการส่งน้ำจากประตูระบายน้ำวังแร่ลงสู่แม่น้ำยมกระจายช่วยเหลือเกษตรกรในหลายพื้นที่ สร้างความพอใจให้เกษตรกร จากการบริหารจัดการน้ำแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ ในพื้นที่ อ.สามง่าม จ.พิจิตร

วันนี้ (9 ม.ค.62) ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดว่า ตามที่น้ำในแม่น้ำยมแห้งขอด และได้มีกลุ่มเกษตรกรตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร และเกษตรกรอำเภอโพธิ์ประทับช้างได้ร้องขอความช่วยเหลือให้กรมชลประทานเติมน้ำลงในแม่น้ำยม สำนักงานชลประทานที่ 3 โดยโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายม-น่าน ได้ดำเนินการระบายน้ำจากประตูระบายน้ำวังแร่ เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2562 เวลา 16.00 น. ปริมาณน้ำที่ระบาย ประมาณ 2-3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยในเช้าของวันที่ 5 ม.ค.2562 น้ำได้ไหลมาถึงฝายยางสามง่าม และไหลล้นข้ามกระสอบทรายที่วางกั้นน้ำไว้ตั้งแต่ช่วงปลายฤดูฝน ต่อมาในเวลาประมาณ 12.00 น. น้ำได้ไหลมาถึงบริเวณหน้าวัดรังนก หมู่ 4 ตำบลรังนก อำเภอสามง่ามแล้ว และยังคงไหลต่อเนื่องลงไปตามลำน้ำยมสู่อำเภอโพธิ์ประทับช้าง ต่อไป

สำหรับกรณีที่เกษตรกรบริเวณคลองซอยซี35-ซี39 ร้องขอให้กรมชลประทานปล่อยน้ำไปช่วยเหลือเหลือนาข้าว โดยเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา สำนักงานชลประทานที่ 3 ได้ประชุมหารือกับผู้แทนกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำในคลองซี35 และ ซี38 ณ วัดโนนห้วยปัด ตำบลย่านยาว อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร และได้ข้อสรุปว่า จะควบคุมระดับน้ำในคลอง ซี1 ด้านหน้า ท่อระบายน้ำปากคลอง ซี35 ที่ระดับ +40.729 เมตร และให้กลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำคลองซอย ซี35 เป็นผู้บริหารงานส่งน้ำในคลอง ซี35–ซี39 ซึ่งรอบเวรการส่งน้ำรอบที่ 2 ได้เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2562 สิ้นสุดวันที่ 13 มกราคม 2562 โดยได้วางแผนการส่งน้ำ แบบรอบเวรการส่งน้ำ 6 วัน หยุดรับ 15 วัน ในพื้นที่การเกษตร จำนวน 22,000 ไร่

ทั้งนี้ ปริมาณน้ำที่กรมชลประทานเติมลงสู่แม่น้ำยมไปยังพื้นที่ต่างๆ ในครั้งนี้ จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ขาดแคลนน้ำ สามารถทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้งของปีนี้ได้อย่างดีในหลายพื้นที่ ซึ่งจากการลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินการพบว่าเกษตรในพื้นที่ได้รับความพึงพอใจจากแผนการส่งน้ำที่วางไว้และสามารถทำการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป