การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมงาน South Asia Travel and Tourism Exchange (SATTE) 2025 งานส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในสาธารณรัฐอินเดียและภูมิภาคเอเชียใต้ นำผู้ประกอบการไทย 50 ราย เข้าร่วมเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐอินเดียและทั่วโลก ที่ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย มุ่งส่งเสริมและกระตุ้นการเดินทาง เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ ดันตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียสร้างรายได้กว่า 1 แสนล้านบาทในปี 2568
นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจํากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า เนื่องในโอกาสต้อนรับปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 รัฐบาลยังคงสานต่อนโยบาย Ease of Traveling เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างประสบการณ์ที่ดีทุกย่างก้าวแก่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะตลาดอินเดียซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ซึ่งได้รับแรงเสริมจากมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราให้แก่ผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาอินเดียเดินทางเข้าประเทศไทย เพื่อการท่องเที่ยวและติดต่อธุรกิจระยะสั้น ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นมา
อีกทั้งยังมีปัจจัยสนับสนุนอื่น ๆ ที่ช่วยเพิ่มการตัดสินใจในการเลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายสำหรับนักท่องเที่ยวอินเดีย ได้แก่ นโยบายส่งเสริมให้พลเมืองออกเดินทางของรัฐบาลอินเดีย และความตื่นตัวของสายการบินหลังจากมีการเพิ่มเพดานความจุโดยสารเที่ยวบินระหว่างไทย-อินเดียในเดือนมีนาคม 2567 ทำให้จำนวนที่นั่งโดยสารเครื่องบินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากในปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 2.9 ล้านที่นั่ง คาดว่าจะเพิ่มถึง 3.5 ล้านที่นั่งในปี 2568
นอกจากนี้ ยังมุ่งส่งเสริมตลาดร่วมกับพันธมิตรบริษัทนำเที่ยวและสายการบินตลอดปี 2568 เพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวอันทรงคุณค่าและน่าประทับใจในปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025
ด้าน นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชีย และแปซิฟิกใต้ ททท. กล่าวว่า ตลาดอินเดียถือเป็นหนึ่งในตลาดดาวรุ่งของตลาดระยะใกล้ (Short-haul Market) นับเป็นตลาดที่มีแนวโน้มในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 มีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยกว่า 2 ล้านคน ซึ่งถือเป็นจำนวนสูงที่สุดในประวัติการณ์ ในปี 2568 ททท. จึงวางทิศทางส่งเสริมการตลาดโดยมุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพในตลาดอินเดีย ได้แก่ กลุ่ม Family, Incentive, Wedding & Celebrations, Lady Travelers, Active Senior, Millennials, Luxury Leisure และ Golf ควบคู่กับการทำการตลาด นักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ที่มีศักยภาพ (New Segment) ได้แก่ Women Travelers, Senior Citizen, Celebrations, Self-drive, Rejuvenating และ Adventure ผ่านการเข้าร่วม
สำหรับ กิจกรรมส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวของสาธารณรัฐอินเดีย ทั้งนี้ เพื่อเป็นเวทีเจรจุรกิจที่สามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการไทยในการนำเสนอแพ็คเกจท่องเที่ยวที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย กระตุ้นให้เกิดการเดินทางครั้งแรกของนักท่องเที่ยวอินเดีย (First Visitor) เพื่อกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวพร้อมทั้งผลักดันนักท่องเที่ยวอินเดียสู่เป้าหมาย 2,300,000 คน และสร้างรายได้กว่า 1 แสนล้านบาทในปี 2568
โดย งาน South Asia Travel and Tourism Exchange (SATTE) 2025 ณ India International Convention & Expo Centre กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดียในปีนี้มีคูหาจัดแสดงกว่า 1,200 คูหาจากทั่วโลก จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 32 และนับเป็นครั้งที่ 16 ที่ ททท. ได้เข้าร่วมงาน โดยปีนี้ ททท. นำทีมผู้ประกอบการไทยจำนวน 50 ราย ประกอบด้วย ผู้ประกอบการโรงแรมที่พัก 26 ราย ผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยว Destination Management Company (DMC) 14 ราย ผู้ประกอบการธุรกิจสวนสนุกและเอนเตอร์เทนเมนต์ 8 ราย และ ผู้ประกอบการบริษัทเรือเฟอร์รี่/เรือนำเที่ยว 2 ราย เพื่อเข้าร่วมเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการตลาดอินเดีย พร้อมนำเสนอสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยคาดว่าจะเกิดจำนวนการนัดหมายเจรจาธุรกิจภายในงานกว่า 5,000 นัดหมาย
ซึ่งคูหาประเทศไทยขนาด 300 ตารางเมตร ททท. ได้นำเสนอแบรนด์ Amazing Thailand ชูเสน่ห์ไทย 5 Must Do in Thailand สร้างสรรค์ด้วยแนวคิด“Sustainable and Luxury” ที่มุ่งนำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นไทยที่ทันสมัย มีคุณค่า ควบคู่กับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยการออกแบบและตกแต่งจากวัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่นที่แสดงถึงภูมิปัญญาของคนไทย รวมถึงภาพแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวอินเดีย ผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสินค้าทางการท่องเที่ยวของประเทศไทย ภายในคูหาจัดกิจกรรม ประกอบด้วย การเจรจาธุรกิจทางการท่องเที่ยวระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจทางการท่องเที่ยวไทยกับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวต่างประเทศ พื้นที่ให้ข้อมูลข่าวสารสินค้าทางการท่องเที่ยวของประเทศไทย และกิจกรรมสาธิตศิลปวัฒนธรรมไทย ได้แก่ กิจกรรมการเพ้นท์ร่มบ่อสร้าง เขียนลวดลายลงบนร่มแบบล้านนา ถือเป็นภูมิปัญญาด้านศิลปะและวัฒนธรรมของชาวไทยภาคเหนือ เพื่อเผยแพร่แก่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไปในสาธารณรัฐอินเดียที่เข้าร่วมงาน
ทั้งนี้ ตลาดอินเดียถือเป็นหนึ่งในตลาดเป้าหมายหลัก โดยในปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าประเทศไทยทั้งสิ้น 2,129,149 คน อยู่ใน TOP 5 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทยมากที่สุด โดย ร้อยละ 77 เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตนเอง หรือ FIT และรูปแบบทัวร์ ร้อยละ 23 รวมทั้งเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทยครั้งแรกถึงร้อยละ 68 โดยมีจำนวนวันพักเฉลี่ย 6.58 คืน และมีค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวต่อทริปโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 34,920 บาทต่อคนต่อทริป นิยมเดินทางท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนหย่อนใจชื่นชอบการทำกิจกรรมชายหาด รับประทานอาหารไทย ชมแสงสียามค่ำคืน แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี กระบี่ ภูเก็ต และสุราษฏร์ธานี โดยในปี 2568 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 18 กุมภาพันธ์ 2568 มีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 290,092 คน