เมื่อวันที่ 17 ก.พ.68 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้นัดฟังคำพิพากษาคดีมาตรา 112 และ ฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ของ “ฟ้า” พรหมศรหรือพรหมลิขิต วีระธรรมจารี และ “ปูน” ธนพัฒน์ (สงวนนามสกุล) กรณีปราศรัยในการชุมนุม #ราษฎรประสงค์ยกเลิก112 เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2564 . พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุกทุกข้อหา รวมโทษจำคุกคนละ 7 ปี ปรับคนละ 30,000 บาท ก่อนลดโทษให้ เหลือโทษจำคุกฟ้ารวม 3 ปี 6 เดือน และปรับ 15,000 บาท และโทษจำคุกปูนรวม 4 ปี 8 เดือน และปรับ 20,000 บาท.

เมื่อพิจารณาถึงพฤติการณ์แห่งคดี เห็นว่า เป็นการปราศรัยทางการเมือง ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ มีการจัดการเลือกตั้ง มีหลายกลุ่มที่ออกมาแสดงความเห็นทางการเมือง เป็นการแสดงความเห็นเพื่อต้องการให้ประเทศพัฒนาดีขึ้น และธนพัฒน์ จำเลยที่ 1 อายุยังน้อย ขาดความยับยั้งชั่งใจ โทษจำคุกไม่เป็นประโยชน์แก่จำเลยทั้งสอง จึงให้รอการลงโทษเป็นเวลา 3 ปี คุมประพฤติ 2 ปี โดยให้รายงานตัวต่อเจ้าพนักงานคุมประพฤติทุก 4 เดือน และให้ทำประโยชน์สาธารณะเป็นเวลา 12 ชั่วโมง

ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำคุกในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีอื่น เมื่อศาลพิพากษาให้รอการลงโทษ จึงไม่สามารถนับโทษต่อได้ ให้ยกคำขอของอัยการโจทก์

หลังอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น พรหมศรได้ร้องไห้ด้วยความดีใจและสวมกอดเพื่อน ธนพัฒน์เองก็ขอบคุณทนายความและเพื่อน ๆ ที่มาให้กำลังใจ และทั้งสองได้กล่าวขอบคุณผู้พิพากษาก่อนที่จะไปจ่ายค่าปรับรวม 35,000 บาท

สำหรับพรหมศร คดีนี้เป็นคดีมาตรา 112 คดีที่ 2 ที่ศาลมีคำพิพากษา ในจำนวนคดี 112 ที่พรหมศรถูกดำเนินคดีทั้งหมด 6 คดี โดยก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในคดีปราศรัยและร้องเพลงหน้าศาลจังหวัดธัญบุรี เรียกร้องให้ศาลปล่อยตัวนักศึกษาธรรมศาสตร์ ลงโทษจำคุก 4 ปี ก่อนลดเหลือ 2 ปี แต่คดียังอยู่ระหว่างอุทธรณ์ และได้รับการประกันตัวระหว่างอุทธรณ์

ส่วนธนพัฒน์ คดีนี้เป็นคดีมาตรา 112 คดีที่ 2 ที่ศาลมีคำพิพากษาเช่นเดียวกัน ก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในคดีวางเพลิงพระบรมฉายาลักษณ์หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม จำคุก 1 ปี และได้รับการประกันตัวระหว่างอุทธรณ์เช่นกัน