กรมชลประทาน บริหารจัดการน้ำฤดูแล้งเป็นไปตามแผนที่วางไว้ เกษตรกรทำนาปรังไปแล้วกว่า 9.11 ล้านไร่ ปริมาณน้ำในอ่างฯเก็บกักทั่วประเทศรวม 70% ของความจุอ่างฯ 

วันที่ 17 ก.พ.68 ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (17 ก.พ. 68) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 53,789 ล้าน ลบ.ม. (70% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) เป็นน้ำใช้การได้ 29,848 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 17,251 ล้าน ลบ.ม. (69% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) เป็นน้ำใช้การได้ 10,555 ล้าน ลบ.ม. ภาพรวมปริมาณน้ำต้นทุนอยู่ในเกณฑ์ดี ทางด้านสถานการณ์ค่าความเค็มในแม่น้ำ 4 สายหลัก ได้แก่ แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำเจ้าพระยา และ แม่น้ำบางปะกง อยู่ในเกณฑ์ปกติ

ในส่วนของผลการจัดสรรน้ำฤดูแล้งปี 67/68 ปัจจุบันจัดสรรน้ำทั้งประเทศไปแล้วกว่า 17,043 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 58% ของแผนฯ (แผนจัดสรรน้ำทั้งประเทศ 29,170 ล้าน ลบ.ม.) เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีการจัดสรรน้ำไปแล้วกว่า 5,740 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 64% ของแผนฯ (แผนจัดสรรน้ำลุ่มเจ้าพระยา 9,000 ล้าน ลบ.ม.) ขณะนี้มีการเพาะปลูกข้าวนาปรังทั้งประเทศไปแล้วกว่า 9.11 ล้านไร่ คิดเป็น 91% ของแผนฯ เฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยามีการเพาะปลูกข้าวนาปรังไปแล้วกว่า 6.33 ล้านไร่ คิดเป็น 98% ของแผนฯ 

ทั้งนี้ กรมชลประทานได้ปฏิบัติตามมาตรการรองรับฤดูแล้งปี 2567/68 อย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการคาดการณ์และป้องกันพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ วางแผนจัดสรรน้ำและกำหนดพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้ง พร้อมบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปตามลำดับความสำคัญการใช้น้ำตามที่คณะกรรมการลุ่มน้ำกำหนด และประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำให้ประชาชนและเกษตรกรรับรู้รับทราบอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำตลอดในช่วงฤดูแล้ง อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในปีนี้ปริมาณน้ำเก็บกักจะอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัด เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำเพื่อลดการสูญเสียน้ำ สำรองไว้ใช้ต้นฤดูฝนหน้าได้อย่างเพียงพอ