วันที่ 15 ก.พ.68 นายมานะ จิตบานชื่น ประธานสหกรณ์บริการผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร กล่าวถึงการยื่นหนังสือถึงนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. พร้อมผู้ค้าตลาดนัดจตุจักรกว่า 30 คน โดยมีนายแสนยากร อุ่นมีศรี รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นผู้รับเรื่องแทน เมื่อวันที่ 13 ก.พ.68 ที่ศาลาว่าการ กทม. ว่า เพื่อขอให้ชี้แจงการบริหารตลาดนัดจตุจักร ตั้งแต่ปี 65 ถึงปัจจุบัน โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2561 ให้โอนความรับผิดชอบการบริหารตลาดนัดจตุจักรเนื้อที่ 68 ไร่ 1 งาน 88 ตารางวา จาก การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ไปอยู่กรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยตกลงให้ กทม.จ่ายค่าเช่าให้ รฟท. ในอัตราปีละ 169,423,250 บาท ซึ่งกทม.ตกลงให้ผู้ค้าตลาดนัดจตุจักรจ่ายค่าเช่าแผงค้า ตามขนาดแผงค้า ตั้งแต่ 900-2,400 บาทต่อเดือน

แต่ข้อเท็จจริงผู้ค้า ยังต้องจ่ายเพิ่มเติมอีกหลายรายการ ทั้งค่าส่วนกลาง 1,000 บาท พื้นที่ริมราง 500 บาท ค่าทำเล 1,000 บาท หากขายเกินเวลา จะต้องเสียค่าขายเกินเวลาอีก 1,500 บาท ทั้งที่ในอดีตผู้ค้าสามารถขายของได้ตั้งแต่ 05.00 -24.00 น. จำนวน 3 วัน ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ และยังมีค่าประกันอัคคีภัย 199 บาทต่อปี หากเกิดอัคคีภัยสิทธิ์ของผู้ค้าจะถูกยึดคืนทันที แต่ในพื้นที่ตลาดนัดจตุจักร มีตลาดอินดี้มาปูผ้าขายของบนถนนจำนวนมาก หากเกิดไฟไหม้ขึ้นจะทำให้รถดับเพลิงไม่สามารถเข้ามาได้อาจเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายดังกล่าวอยู่นอกเหนือจากค่าเช่าเท่าตัว เมื่อผู้ค้าจ่ายค่าเช่าและค่าอื่น ๆ ตลาดนัดจตุจักรจะเขียนใบเสร็จรับเงินด้วยลายมือทั้งหมด และเจ้าหน้าที่ที่เก็บค่าเช่าไม่แต่งเครื่องแบบ หรือแสดงบัตรประจำตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากตลาดนัดจตุจักร จึงตั้งข้อสังเกตเหตุใดตลาดนัดจตุจักรไม่ออกใบเสร็จอย่างเป็นทางการแบบสากลแทนการเขียนด้วยลายมือ

นอกจากนี้ค่าเช่าที่ผู้ค้าตลาดนัดจตุจักรชำระไป เหตุใด กทม.จึงไม่เคยชำระค่าเช่าให้กับ รฟท. นำไปสู่การยื่นฟ้องคดี โดยศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ กทม.ชำระค่าเช่าให้กับ รฟท. นับตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 61 จนถึงวันฟ้องวันที่ 27 มิ.ย. 65 เป็นจำนวนเกือบ 700 ล้านบาท

ขณะเดียวกันกทม.ได้ชี้แจงต่อศาลปกครองถึงการยกเลิกเช่าแผงค้าโครงการ 30 เพราะผู้ค้า 529 แผงค้า ไม่จ่ายค่าเช่า ทำให้ไม่มีรายได้ จึงต้องการนำพื้นที่มาพัฒนา โดยเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาบริหารตลาดนัดจตุจักร 5 ด้าน เพื่อให้ตลาดนัดจตุจักรเป็นศูนย์กลางซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย โดยมีการประกาศประกวดราคา เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา และกำหนดให้ผู้สนใจยื่นประมูลภายในวันที่ 25 ก.พ.นี้ แต่ข้อเท็จจริงผู้ค้าจ่ายค่าเช่ามาโดยตลอด จึงตั้งข้อสังเกตเงินที่จ่ายค่าเช่าหายไปไหนและเหตุใดจึงไม่ลงบัญชีรายรับ แต่กทม.ชี้แจงเป็นเพียงสรุปงบการเงินสำหรับส่ง รฟท. เท่านั้น จึงตั้งข้อสังเกตบัญชีรายรับดังกล่าว เป็นฉบับเดียวกับที่ชี้แจงต่อศาลปกครองหรือไม่

นายมานะ กล่าวต่อว่า ช่วงเกิดการแพร่ระบาดโรคโควิด ผู้ค้าตั้งแต่โครงการ 1-32 ขายของไม่ได้ เพราะไม่มีประชาชนซื้อของ ทำให้ผู้ค้าจ่ายค่าเช่าแผงค้าล่าช้า ตลาดนัดจตุจักรกลับเก็บค่าปรับ 1,800% ต่อปี หรือ 5% ต่อวัน การเก็บค่าปรับที่ผู้ค้าจ่ายล่าช้าในอัตราที่สูงถึง 1,800% ต่อปี เสมือนเป็นการรีดไถ ผู้ค้าบางรายถูกปรับหลักล้าน บางรายหลักแสน ทำให้ผู้ค้าบางรายเกิดความเครียดและฆ่าตัวตาย ถือเป็นยุคที่ยากลำบากที่สุด ตั้งแต่ขายของในตลาดแห่งนี้มากว่า 50 ปี

นอกจากนี้ ยังมีข้อกังขาว่า การบริหารงานและการทำสัญญาต่าง ๆ ของสำนักงานตลาด เป็นไปตามระเบียบการบริหารตลาดภายใต้ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครหรือไม่