สัปดาห์พระเครื่อง/อ.ราม วัชรประดิษฐ์
พระพุทธรูปองค์แรกของโลก เกิดขึ้นที่แคว้นคันธารราฐ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย ปัจจุบันอยู่ในปากีสถานและบางส่วนของอัฟกานิสถาน
พระพุทธรูป อุบัติขึ้นได้อย่างไร?
คำตอบก็คือ.... พระพุทธรูปองค์แรกของโลก เกิดขึ้นที่แคว้นคันธารราฐ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย ปัจจุบันอยู่ในปากีสถานและบางส่วนของอัฟกานิสถาน ในอดีตเป็นศูนย์กลางอารยธรรมของเปอร์เซีย กรีก โรมัน และอินเดีย
ต้นสายปลายเหตุ.... ต้องนับเนื่องจากการเข้ายึดอาณาจักรเปอร์เซีย ของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช กษัตริย์กรีกแห่งมาซิโดเนีย (Macedonia) ก่อนคริสตกาลราว 330 ปี ข้ามเทือกเขาฮินดูกูฐ ยึดตักศิลาและแคว้นปัญจาบของอินเดีย ทำให้อารยธรรมกรีก-โรมันมีอิทธิพลในบัคเตรีย (Bactria) และคันธารราฐ แม้จะถูกพระเจ้าจันทรคุปต์ราชวงศ์โมริยะขับไล่ออกไปในเวลาต่อมาก็ตาม
ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช อินเดียเป็นผู้นำทางการเผยแผ่พุทธศาสนา พระองค์ขยายอาณาเขตยึดบัคเตรีย และสถาปนาพุทธศาสนาโดยการส่งมัชฌินติกเถระและมหารักขิตเถระมายังดินแดนแถบนี้ พระองค์ทรงสร้างสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนามากมาย อาทิ ธรรมจักรกับกวางหมอบแทนการปฐมเทศนาที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน, แท่นดอกบัวแทนการประสูติ, พระสถูปแทนการปรินิพพาน หรือการสร้างรอยพระพุทธบาท หากยังมิได้มีการสร้าง “พระพุทธรูป” แต่ประการใด
หลังสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ผู้เลื่อมใสศาสนาพราหมณ์เข้ามามีอำนาจแทนที่ ช่วงนี้เป็นกลียุคของพุทธศาสนาในอินเดีย จนกระทั่งแม่ทัพกรีกชื่อเมนันเดอร์ (Menander) หรือรู้จักกันดีในชื่อพระเจ้ามิลินท์ ผู้ถกเหตุผลทางพุทธศาสนากับพระนาคเสนใน "มิลินทปัญหา" ได้ยึดครองบัคเตรีย อิทธิพลของการนับถือ “รูปเคารพ” เยี่ยงกรีกและโรมันจึงได้แพร่หลายไปตามแถบลุ่มแม่น้ำคาบูลและสินธุ ในแคว้นคันธารราฐ และหลังพุทธศตวรรษที่ 6 พระเจ้ากนิษกะ แห่ง ราชวงศ์กุษาณะ ได้ยึดครองคันธารราฐ พระองค์ทรงประกาศตัวเป็นองค์อุปถัมภกพระพุทธศาสนาและแก้ไขดัดแปลงศิลปะ “พระพุทธรูป” ขึ้น
จึงกล่าวได้ว่า พระพุทธรูปองค์แรกในโลกอุบัติขึ้นในแคว้นคันธารราฐ โดยได้รับอิทธิพลของกรีก-โรมัน ทั้งด้านความเชื่อในการสร้างรูปเคารพและศิลปะผสมผสานอยู่ในระดับสูง อันนับเป็นการกำหนดพุทธลักษณะของพระพุทธองค์ในลักษณาการเยี่ยงมนุษย์ครั้งแรกในโลก พระพุทธปฏิมากรรุ่นแรกๆ ที่ปรากฏจึงดูคล้ายเทพเจ้าต่างๆ เช่น ซีอุส อพอลโล โดยมี พระนาสิกโด่ง พระมัสสุดกงาม พระเกศาหยิกเป็นลอน เยี่ยงฝรั่งชาติกรีก ส่วนจีวรเป็นริ้วธรรมชาติแบบประติมากรรมโรมัน
ลักษณาการของพระพุทธรูปนั้น ช่างได้สร้างขึ้นตามทฤษฎี “มหาบุรุษ” เพื่อให้พระพุทธรูปดูแตกต่างจากมนุษย์ปุถุชนทั่วไป ซึ่งสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้นิพนธ์ในตำนานพุทธเจดีย์ ว่า
"...ในขณะเมื่อแรกคิดแบบพระพุทธรูปนั้น พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้วหลายร้อยปี รูปพรรณสัณฐานของพระพุทธองค์จะเป็นอย่างไรก็ไม่มีตัวผู้เคยเห็น มีแต่คำบอกกล่าว...เช่นว่ามีลักษณะอย่างมหาบุรุษในคัมภีร์มหาปุริสลักขณของพราหมณ์ ซึ่งแต่งไว้แต่ก่อนพุทธกาล...ถ้าทำเป็นพระพุทธรูป แต่เป็นอย่างสมณะ ก็จะสังเกตยากว่าพระพุทธรูปหรือรูปพระสาวก...พระพุทธรูปจึงมีพระเกตุมาลาด้วยประการฉะนี้..."
พระพุทธรูป จึงถือเป็นสัญลักษณ์แทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่พุทธศาสนิกชนทุกชาติทุกภาษากราบไหว้บูชา เพื่อระลึกถึงคำสั่งสอนของพระองค์ แต่ด้วยเหตุที่การสร้าง “พระพุทธรูป” ได้ล่วงเลยเวลาที่พระพุทธองค์ปรินิพพานมานาน ทำให้การสร้างยึดตามแบบคัมภีร์ อันจะน้อมนำไปสู่คำสั่งสอนของพระพุทธองค์มากกว่าที่จะสร้างให้เหมือนจริง ต่อมามีผู้นิยมสร้างพระพุทธรูปกันอย่างแพร่หลาย และคิดทำเป็นพระพุทธรูปปางต่างๆ หลายปาง ตามเรื่องราวและอิริยาบถต่างๆ ในพุทธประวัติ
สำหรับในสยามประเทศ มีหลักฐานการสร้างพระพุทธรูปปางต่างๆ มาตั้งแต่สมัยทวารวดี มีการกำหนดพระพุทธรูปปางต่างๆ ประจำวันตามนพเคราะห์ สำหรับสักการบูชาเนื่องด้วยพิธีทักษา สืบเนื่องจากศาสนาพราหมณ์เข้ามามีอิทธิพลในด้านความเชื่อที่ว่า เทพเจ้ากำหนดดวงชะตามนุษย์โลก ดังนั้น การบูชาเทพเจ้าจะนำมาซึ่งความสุขความเจริญ โดยศาสนาพุทธยึดเอาคุณพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง และเมื่อเกิดเคราะห์หามยามร้ายก็จะกำหนดเอาพระปริตรเข้ามาสวดคุ้มครอง และตกแต่งพระปริตรแต่ละบทให้เข้ากับเรื่องราวของเทวดาแต่ละองค์ไปแทนโศลก (บทสวดของพราหมณ์) และกำหนดพระพุทธรูปปางต่างๆ ให้ตรงกับเทวดาที่เข้ามาเสวยอายุ ดังนี้
พระอาทิตย์ ปางถวายเนตร
เป็นพระพุทธรูปยืน พระหัตถ์ทั้งสองห้อยลงมาประสานทับกันอยู่หน้าพระเพลา พระหัตถ์ขวาประกบทับพระหัตถ์ซ้าย ลืมพระเนตรทั้งสอง อยู่ในพระอาการสังวร
พระจันทร์ ปางห้ามสมุทร
เป็นพระพุทธรูปยืน ยกพระหัตถ์ทั้งสองป้องไปข้างหน้า
พระอังคาร ปางไสยาสน์ หรือ ปางปรินิพพาน
เป็นพระพุทธรูปนอน ตะแคงข้างขวา หลับพระเนตร พระเศียรหนุนพระเขนย ฝ่าพระหัตถ์ขวารองรับพระเศียร พระกรซ้ายทาบไว้บนพระปรัศว์ซ้าย พระบาทซ้ายซ้อนไว้บนพระบาทขวา เหยียดปลายพระบาทเสมอกันทั้งสองข้าง
พระพุธ ปางอุ้มบาตร
เป็นพระพุทธรูปยืน พระหัตถ์ทั้งสองข้างประคองบาตร มีบาตรวางอยู่ที่ฝ่าพระหัตถ์ทั้งสอง
พระพฤหัสบดี ปางสมาธิ
เป็นพระพุทธรูปนั่งขัดสมาธิ หงายพระหัตถ์ทั้งสอง พระหัตถ์ขวาซ้อนบนพระหัตถ์ซ้าย
พระศุกร์ ปางรำพึง
เป็นพระพุทธรูปยืน พระหัตถ์ทั้งสองประสานพระอุระ พระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้ายเป็นกิริยารำพึง
พระเสาร์ ปางนาคปรก
เป็นพระพุทธรูปปางนาคปรกมีลักษณะเด่นคือ พญานาคเจ็ดเศียรแผ่พังพานปกคลุมพระพุทธองค์ในอิริยาบถนั่งสมาธิ
ด้วยเหตุนี้ พุทธศาสนิกชนจึงนิยมบูชาพระพุทธรูปหรือสร้างพระพุทธรูปถวายวัดตามปางต่างๆ ประจำวันเกิดของตน เพื่อความร่มเย็นเป็นสุขและความเจริญรุ่งเรืองต่อชีวิตและครอบครัว เช่น เกิดวันจันทร์บูชาพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร ครับผม