กรมชลประทาน เฝ้าระวังพื้นที่ 9 จังหวัดภาคใต้ พร้อมระดมเครื่องจักรเครื่องมือเข้าช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยงได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุ “ปาบึก” แม้จะเคลื่อนตัวออกสู่ทะเลอันดามันไปแล้ว

วันนี้ (5 ม.ค.62) ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 22 เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันนี้ (5 ม.ค. 62) พายุดีเปรสชัน “ปาบึก” (PABUK) บริเวณทะเลอันดามัน มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 15 กิโลเมตร จากชายฝั่งทางทิศตะวันตกของอำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ โดยจะมีผลกระทบต่อไปอีก 1 วัน ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก นั้น

กรมชลประทาน ได้ประเมินสถานการณ์และเฝ้าระวังเตรียมพร้อมในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม 9 จังหวัดภาคใต้ ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ปัจจุบัน(5 ม.ค. 62) ในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 14 ได้แก่จ.เพชรบุรี มีจุดเฝ้าระวังที่แม่น้ำเพชรบุรี ที่สถานี B.10 อ.ท่ายาง ระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่ง 7.24 เมตร มีแนวโน้มทรงตัว สถานี B.15 อ.เมืองเพชรบุรี ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 3.25 เมตร มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และสถานี B.16อ.บ้านลาด ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 5.21 เมตร แนวโน้มระดับน้ำทรงตัว พร้อมให้การช่วยเหลือ โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จำนวน 5 เครื่อง และสำรองไว้อีกจำนวน 5 เครื่อง และรถขุดจำนวน 1 คัน จ.ระนอง มีจุดเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ บริเวณคลองหัวสุย และบริเวณคลองโรงหัด อ.เมืองระนอง และสำรองเครื่องสูบน้ำจำนวน 4 เครื่อง จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีจุดเฝ้าระวังที่คลองบางสะพาน บริเวณ สถานี Gt.7 อ.บางสะพาน ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 6.51 ม. แนวโน้มระดับน้ำลดลง สถานี Gt.20 อ.บางสะพาน ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 2.58 ม. แนวโน้มระดับน้ำทรงตัว แต่ยังคงมีความเสี่ยงที่น้ำจะล้นตลิ่ง โดยได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จำนวน 2 เครื่อง และสำรองเครื่องสูบน้ำไว้อีกจำนวน 12 เครื่อง รถบรรทุกน้ำจำนวน 2 คัน รถแบคโฮ จำนวน 1 คัน รถขุด จำนวน 10 คัน จ.ชุมพร บริเวณจุดเฝ้าระวังคลองหลังสวน สถานี X.212 อ.หลังสวน ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 3.88 ม. ระดับน้ำมีแนวโน้นเพิ่มขึ้น จุดเฝ้าระวังคลองท่าแซะ สถานี X.64 อ.ท่าแซะ ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 8.94 ม. แนวโน้มระดับน้ำลดลง และจุดเฝ้าระวังท่าตะเภา บริเวณสถานี X.158 อ.ท่าแซะ ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 7.77 ม. แนวโน้มระดับน้ำทรงตัว สถานี X.180 อ.เมืองชุมพร ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 1.87 ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ได้เตรียมพร้อมให้การช่วยเหลือโดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จำนวน 5 เครื่อง ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ จำนวน 62 เครื่อง พร้อมสำรองรถแบคโฮ จำนวน 1 คัน เครื่องสูบน้ำขนาด 16x12 นิ้ว จำนวน 15 เครื่อง เครื่องสูบน้ำ ขนาด 8x8 นิ้ว จำนวน 3 เครื่อง เครื่องสูบน้ำ ขนาด 4x4 จำนวน 1 เครื่อง และรถขุด จำนวน 5 คัน

สำหรับเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 15 ได้แก่ จ.สุราษฎร์ธานี มีจุดเฝ้าระวังที่แม่น้ำตาปี สถานี X.5C อ.พุนพิน ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 0.59 ม. ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สถานีX.217 อ.เคียนชา ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 3.65 ม.ระดับน้ำมีแนวโน้มทรงตัว สถานีX.37A อ.พระแสง ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 3.39 ม. ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และจุดเฝ้าระวังบริเวณคลองพุมดวง สถานี X.36 อ.คีรีรัฐนิคม ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 7.88 ม. มีแนวโน้มระดับน้ำเพิ่มขึ้น พร้อมให้การช่วยเหลือโดยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 3 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 6 เครื่อง จ.นครศรีธรรมราช จุดเฝ้าระวังบริเวณคลองท่าดี สถานี X.200 อ.ลานสกา ระดับน้ำสูงสุด เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 62 เวลา 20.00 น. วัดได้ 35.65 ม.จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ปริมาณ 606.0 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(ลบ.ม./วิ) ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 1.75 ม. (ระดับตลิ่ง 33.90 ม.รทก./ความจุ 225 ลบ.ม./วิ) ปัจจุบันระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 1.32 ม. ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง และ สถานี X.203 อ.เมือง วัดระดับน้ำสูงสุด ณ วันที่ 5 ม.ค. 62 เวลา 01.00 น. ได้ 10.80 ม.รทก. ปริมาณน้ำ 62.50 ลบ.ม./วิ (ระดับตลิ่ง 10.80 ม.รทก./ความจุ 62.50 ลบ.ม/วิ) ปัจจุบันระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 0.06 แนวโน้มระดับน้ำลดลง ซึ่งปัจจุบันยังคงมีปริมาณน้ำไหลล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำเขตเทศบาลเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช คาดว่าจะมีระดับน้ำสูงสุดอยู่ที่ 0.70 ม. และท่วมขังอยู่เป็นเวลา 1-2 วัน กรมชลประทานพร้อมให้การช่วยเหลือโดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 55 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำอีกจำนวน 50 เครื่อง จ.พังงา บริเวณจุดเฝ้าระวังคลองตะกั่วป่า สถานี X.188A อ.กะปง ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 3.93 ม. มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และ สถานี X.186 อ.ตะกั่วป่า ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 5.00 ม. มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จ.ภูเก็ต จุดเฝ้าระวังบริเวณคลองบางใหญ่ สถานีX.190A อ.เมืองภูเก็ต ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 2.22 ม. มีแนวโน้มลดลง และ สถานี X.191 อ.เมืองภูเก็ต ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 2.33 ม. มีแนวโน้มลดลง จ.กระบี่ ยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำพื้นที่เฝ้าระวังในอ่างเก็บน้ำ 5 แห่ง

ทั้งนี้ กรมชลประทานยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์พายุ “ปาบึก” ต่อไปอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยทำการติดตั้งเครื่องจักร เครื่องมือ พร้อมช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัย และพื้นที่จุดเสี่ยง 9 จังหวัด เพื่อลดผลกระทบให้เกิดกับประชาชนน้อยที่สุด