จากรายงานของ SiteMinder’s Hotel Booking Trends พบว่าในปี 2567 ยอดจองโรงแรมในประเทศไทยมีจำนวนมากกว่า 125 ล้านครั้ง นับเป็นยอดการจองปริมาณมากที่สุดภายใต้แพลตฟอร์มเดียว ซึ่งการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยมีความชัดเจนและติดอันดับโลกจากการต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทย ทำให้อัตราค่าห้องพักปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 15% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าการเติบโตนี้เป็นการตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยนำหน้าประเทศอื่น ๆ ในเอเชียด้านจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีแขกผู้เข้าพักชาวต่างชาติคิดเป็น 77% ของการเช็กอินทั้งหมด ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 48% ตัวเลขนี้ทำให้ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 2 ของโลก เป็นรองเพียงประเทศออสเตรียเท่านั้น

ตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ขยายตัว

สอดรับกับข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เปิดเผยถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวระหว่างวันที่ 20 - 26 มกราคม 2568  ว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul) ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.98 จากการมีมาตรการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และมาตรการด้านวีซ่าของรัฐบาล โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20.30

 

สรวงศ์ เทียนทอง

อีกทั้ง นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย และเกาหลีใต้เดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์นี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 880,610 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 59,714 คน หรือร้อยละ 7.27 คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 125,801 คน โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ จีน (178,762 คน) มาเลเซีย (95,062 คน) รัสเซีย (53,820 คน) เกาหลีใต้(51,268 คน) และอินเดีย (44,054 คน) โดยนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย จีน และเกาหลีใต้ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า ร้อยละ 21.14 ร้อยละ 20.32 และร้อยละ 9.84 ตามลำดับ ในขณะที่นักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย และอินเดีย มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าเล็กน้อย

มุ่งบริหารภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย

ขณะที่เหตุการณ์ดาราจีนถูกลักพาตัวได้ส่งผลกระทบผลต่อความรู้สึกชาวจีนบนโลกโซเชียลมีเดียในระยะสั้นๆ จนยกเลิกการเดินทางมาเมืองไทยกับกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนในกลุ่มเมืองรองที่ยังไม่เคยเดินทางมาเที่ยวซึ่ง  นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวถึงในเรื่องนี้ ว่า  สิ่งที่ ททท.ทำอย่างเร่งด่วนในขณะนี้คือมุ่งบริหารภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทยบนโลกออนไลน์ ด้วยการนำเสนอความเป็นจริง นำบรรยากาศการท่องเที่ยวจริง พร้อมใช้กลยุทธ์อินฟลูเอนเซอร์ช่วยนำเสนอภาพการท่องเที่ยวไทย รวมถึงจัดโปรโมชันร่วมกับบริษัทท่องเที่ยวออนไลน์ และสายการบินต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นยอดจองการเดินทางเข้าไทยในช่วงเทศกาลต่างๆ ในช่วงนี้

ซึ่ง  นางสาวฐาปนีย์  กล่าวต่อว่า จากการประเมินเบื้องต้นของ ททท. นักท่องเที่ยวจีนน่าจะหายไปราว 10,000 คน ในช่วงหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน ส่วนใหญ่เป็นกรุ๊ปทัวร์ เดินทางด้วยเที่ยวบินเช่าเหมาลำ หรือ ชาร์เตอร์ไฟลต์ จากเมืองรอง ซึ่งเดินทางมาไทยเป็นครั้งแรก  แต่จำนวนที่เหลือเดินทางเข้ามายังเป็นจำนวนน่าพอใจ โดยอยู่ในระดับกว่า 20,000 คนต่อวัน และยังเป็นตลาดอันดับ 1 ต่อเนื่อง และคาดว่าตลอดทั้งเดือนมกราคมนี้จะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาไม่ต่ำกว่า 600,000 คน และมั่นใจว่าตลอดทั้งปี 2568 นี้ ประเทศไทยจะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาถึง 8 ล้านคนตามเป้าหมายที่วางไว้ จากเป้าหมายเชิงนโยบายของรัฐบาล 8.8-9 ล้านคน

 

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยว ปี 2568 นี้จะยังสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ กล่าวคือ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติกรณี Best Case จำนวน 38 ล้านคน และจะพยายามขับเคลื่อนให้ได้ถึง 39 ล้านคน ตามเป้าหมายเชิงนโยบายของรัฐบาล 40 ล้านคน  และสร้างรายได้รวมที่ 2.8-3 ล้านล้านบาท โดยแบ่งเป็นรายได้จากตลาดต่างประเทศ 2 ล้านล้านบาท และตลาดในประเทศ หรือไทยเที่ยวไทย 1 ล้านล้านบาท จากเป้าหมายคนไทยเที่ยวไทยจำนวน 200-220 ล้านคนครั้ง

จุดหมายปลายทางเพื่อการพักผ่อนชั้นนำ

ด้าน นาย สุภกฤษฎิ์ แผนสมบูรณ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย SiteMinder  ได้กล่าวย้ำถึงข้อมูล ของ SiteMinder’s Hotel Booking Trends ว่า นักท่องเที่ยวที่เข้าพักในโรงแรมของไทยจองห้องพักล่วงหน้านานขึ้น เฉลี่ยอยู่ที่ 27 วัน ซึ่งยาวนานที่สุดในเอเชีย และใกล้เคียงกับช่วงเวลาการจอง 29 วันล่วงหน้าในปี 2562 อีกทั้งยังพบว่าประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางเพื่อการพักผ่อนชั้นนำ โดยโรงแรมท้องถิ่นถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 5 ของโลก ด้านระยะเวลาการเข้าพักที่ยาวนานที่สุด โดยมากกว่า 15% ของการจองมีระยะเวลา 3 คืนขึ้นไป สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 11% รองจากโรงแรมในโปรตุเกส (21%) และโคลัมเบีย เม็กซิโก และสเปน (18% เท่ากัน)

ส่วน  พิชยา ชยวรประภา ผู้บริหารทายาทรุ่นที่สองแห่งบัดดี้ กรุ๊ป กล่าวว่า กาลนาน ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท  ย่านปากเกร็ดเป็นรีสอร์ตขนาด 82 ห้องพัก ทั้งหมดล้วนโดดเด่นด้วยอัตลักษณ์ของการออกแบบที่สะท้อนความเป็นไทย พร้อมมีพื้นที่ส่วนตัวและสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลายสำหรับทุกกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่ครอบครัว คู่รัก ไปจนถึงกลุ่มองค์กรและการจัดงาน MICE  มีตลาดต่างชาติประมาณ 10% อาทิ ออสเตรเลีย จีน สหรัฐอเมริกา เยอรมนี ฯลฯ จากช่องทาง OTA ที่เหลือเป็นคนไทย โดยปีที่ผ่านมามีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึง 70-80% โดยมีตลาดกลุ่มคอร์ปอเรตประมาณ 40% และมีเป้าหมายเพิ่มเป็น 50-60%

นอกจากนี้ นายเดวิด มาร์เท่นส์  รองประธานฝ่ายปฏิบัติการ และผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเซ็นทารา กะรน รีสอร์ท ภูเก็ต 2567  กล่าวว่า ทาง รีสอร์ทได้ผสานความทันสมัยเข้ากับความงามทางธรรมชาติของเกาะภูเก็ตเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ทั้งห้องพักหลากหลายประเภท เพื่อมอบจุดหมายปลายทางแห่งการพักผ่อนอันน่าประทับใจให้แก่ลูกค้าทุกกลุ่มทั้งครอบครัว คู่รัก และผู้เข้าพักรายบุคคล  โดยได้เตรียมความพร้อมในเรื่องของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่หายไป หรือลดลง ด้วยการทำตลาดในกลุ่มนักท่องเที่ยวใหม่ที่มีศักยภาพมาทดแทน ซึ่งทางงรีสอร์ทมีกลุ่มลูกค้ารัสเซียประมาณ 40% ออสเตรเลีย 40% ส่วนยุโรป และเอเชียจะมีประมาณ 20% ขณะที่ในอนาคตกำลังวางแผนเจาะกลุ่มลูกค้าตะวันออกกลางมากขึ้น