อนุทิน นั่งหัวโต๊ะระดมสมอง ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ แก้ฝุ่นพิษ ผุดไอเดีย มอบเงินช่วยเหลือหยุดเผา ขู่ควํ่าบาตรสินค้าเกษตรนําเข้า ที่มาจากการเผา ส่วน คนกรุง ยังระทม! ค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานระดับสีส้ม 12 พื้นที่ เขตลาดกระบัง สูงสุด คาด 7 วันข้างหน้าฝุ่นคลุ้งหนักขึ้น
เมื่อวันที่ 29 ม.ค.68 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เรื่อง ติดตามปัญหาหมอกควัน ไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) โดยมีหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมและยังมีผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด ประชุมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อติดตามสถานการณ์หมอกควันฝุ่นละออง PM 2.5 และผลการดำเนินงานของหน่วยงานทุกภาคส่วน ในการแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กเพื่อลดมลพิษ
นายอนุทิน กล่าวระหว่างการประชุมว่า นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงต่อสถานการณ์นี้เป็นอย่างมาก ได้ติดต่อ ติดตาม ประสานงาน เรียกประชุมหารือกับตนตลอดเวลา ในช่วงที่เดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งได้ยืนยันไปว่า ทุกคนมีความพร้อมรับมือป้องกันและแก้ไขปัญหา ไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 โอกาสนี้นายกรัฐมนตรีขอให้เชิญและแต่งตั้งนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม นายประเสริฐ จันทรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษาของกองบัญชาการอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ โดยให้นายจิรายุ ทำหน้าที่เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลต่างๆ ให้ประชาชนตระหนักรู้ จะได้ให้ความร่วมมือกับภาครัฐ
มูลเหตุมาจากการเผา หากทำให้ประชาชนไม่เผาได้ มลพิษก็จะเกิดขึ้นน้อยมาก จึงไม่ต้องกังวลว่าเพื่อนบ้านจะทำอย่างไร เราต้องจัดการในบ้านของเราให้เรียบร้อยก่อน ถ้าในบ้านเราเรียบร้อยแล้ว แล้วยังมีเหตุมาจากเพื่อนบ้าน ก็จะมีความกดดันมายังรัฐบาล รัฐบาลก็จะต้องเร่งไปเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน ในการแซงชั่น ไม่อุดหนุนสินค้าทางการเกษตร หากมาจากการเผาวัชพืชเหล่านี้ และก่อให้เกิดมลพิษข้ามมายังประเทศเรา สิ่งสำคัญคือเราต้องดำเนินการแก้ไขในบ้านของเราให้เรียบร้อยเสียก่อน
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เราเจอภัยพิบัติมาโดยตลอด ต้นปีภาคเหนือ ไตรมาส 3 ภาคกลาง ไตรมาส 4 ภาคใต้ เราใช้เงินเกือบ 20,000 ล้านบาท เป็นค่าชดเชยทดแทนความเดือดร้อน หลังคาเรือนละ 9,000 บาท เหตุการณ์ลักษณะนี้ก็ใกล้เคียงกัน น้ำลดหรือเพิ่มเกิน 3 วัน ชาวบ้านได้เงิน แต่กรณีหมอกควันยังไม่เกิด เราจะเอาเงินไปให้ชาวบ้านก่อนไม่ได้ มันต้องเกิดการเผาเกิดมลพิษควันดำก่อน กว่าจะเอาเงินออกมาได้ ความเสียหายค่ามลพิษต้องเกิน 150 ไมโครกรัม หากไปถึงจุดนั้น ประเทศไทยมืดมิดไปทั้งประเทศ ถึงจะนำเงินไปใช้ได้ ดังนั้นธรรมชาติไม่เหมือนกัน มีเงินแต่การใช้ไม่เหมือนกัน จึงขอข้อแนะนำช่วยกันคิดการสนับสนุนของแต่ละจังหวัด ในการผลักดันให้มีงบช่วยเหลือชาวบ้านก่อน เพื่อที่จะให้หยุดเผา เป็นจุดที่ต้องวางมาตรการ มันดูเหมือนภัยพิบัติ แต่การช่วยเหลือแตกต่างกัน ในส่วนนี้ขอความร่วมมือทุกฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ ภาครัฐ เกษตร ทรัพยากร และหน่วยงานเทคโนโลยีให้ช่วยกัน ส่วนที่บังคับใช้กฎหมาย ก็ต้องทำอย่างเต็มที่ ไม่ให้เกิดการกระทำที่ผิดกฎหมายและก่อให้เกิดความเดือดร้อน
วันเดียวกัน ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานครรายงานสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร วันที่ 29 มกราคม 2568 เวลา 07.00 น. ตรวจวัดค่าฝุ่นละออง PM2.5 ได้ 26-45.5 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐานอยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (มาตรฐานไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม.) จำนวน 12 พื้นที่ คือ 1.เขตลาดกระบัง ด้านหน้าโรงพยาบาลนคราภิบาล : มีค่าเท่ากับ 45.5 มคก./ลบ.ม. ,2.เขตหนองแขม สามแยกข้างป้อมตำรวจ ถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 : มีค่าเท่ากับ 43.9 มคก./ลบ.ม., 3.เขตบางกอกน้อย บริเวณหน้าสถานีตำรวจรถไฟบางกอกน้อย : มีค่าเท่ากับ 40.7 มคก./ลบ.ม. ,4.เขตสวนหลวง ด้านหน้าสำนักงานเขตสวนหลวง : มีค่าเท่ากับ 40.4 มคก./ลบ.ม. ,5.เขตภาษีเจริญ หน้ามหาวิทยาลัยสยาม(ประมาณซอยเพชรเกษม 36) ทางเข้ามหาวิทยาลัย : มีค่าเท่ากับ 40.0 มคก./ลบ.ม. ,6.เขตพระโขนง ภายในสำนักงานเขตพระโขนง : มีค่าเท่ากับ 39.1 มคก./ลบ.ม. ,7.เขตธนบุรี ริมป้ายรถเมล์บริเวณแยกมไหศวรรย์ : มีค่าเท่ากับ 38.9 มคก./ลบ.ม. ,8.เขตทวีวัฒนา ทางเข้าสนามหลวง 2 : มีค่าเท่ากับ 38.7 มคก./ลบ.ม. ,9.เขตคลองสามวา ภายในสำนักงานเขตคลองสามวา : มีค่าเท่ากับ 38.5 มคก./ลบ.ม. ,10.สวนรมณีย์ทุ่งสีกัน เขตดอนเมือง : มีค่าเท่ากับ 37.7 มคก./ลบ.ม. ,11.เขตบางขุนเทียน ภายในสำนักงานเขตบางขุนเทียน : มีค่าเท่ากับ 37.7 มคก./ลบ.ม. ,12.เขตสายไหม ป้ายรถเมล์ด้านหน้าสำนักงานเขตสายไหม : มีค่าเท่ากับ 37.6 มคก./ลบ.ม.
อย่างไรก็ตาม คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ฝุ่น ในช่วงวันที่ 29 ม.ค.-3 ก.พ.68 การระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ "อ่อน" ประกอบกับมีการเกิดอินเวอร์ชั่นใกล้ผิวพื้น อย่างต่อเนื่อง ทำให้มลพิษทางอากาศแพร่กระจายได้อย่างจำกัด ส่งผลให้ความเข้มข้นของฝุ่นละอองมีแนวโน้มส่งตัวถึงเพิ่มขึ้นในช่วงดังกล่าว