เมื่อวันที่ 24 ม.ค.68 นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก "Paisal Puechmongkol" ร ะบุว่า เพื่อไทยกิ่งใจ การอภิปรายทั่วไป นายกอุ๊งอิ๊งครั้งนี้ บรรยากาศภายในพรรคร่วมอึมครึม ในขณะที่
 
1. ในขณะที่พรรคประชาชนประกาศจะยื่นเปิดขออภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ บรรยากาศภายในพรรคฝ่ายค้านร่วม คือพรรคประชาชน กับพรรคพลังประชารัฐ และพรรคไทยสร้างไทยปีกที่เหลืออยู่ มีความเป็นเอกภาพ และกระชับความร่วมมือด้วยการประกาศท่าทีทางการเมืองที่จะร่วมกันอย่างแข็งขันมากขึ้น แต่ในพรรคร่วมรัฐบาลกับมีความอึมครึม ส่อว่าสถานการณ์ภายในพรรคร่วมรัฐบาลอาจสุกงอมถึงขั้นแตกหัก ในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ได้ 
 
2. พรรคประชาธิปัตย์ ปีกที่ร่วมรัฐบาล ก็แกว่งไปแกว่งมา ในขณะปีกที่ไม่เอารัฐบาลก็ฟาดฟันทุกกระบวนท่า อย่างไม่ยั้งมือ จนพรรคเพื่อไทยต้องออกมาตอบโต้หลายครั้ง ใครจะรู้ว่าปีกที่ร่วมรัฐบาล เมื่อถูกกดดันจากปีกที่ไม่เอารัฐบาลและมวลชนหลักของพรรคประชาธิปัตย์แล้ว จะทำให้ปีกที่ร่วมรัฐบาลจะเปลี่ยนใจวันไหน สภาพเช่นนี้ มีหรือที่พรรคเพื่อไทยจะวางใจได้สนิท
 
3. พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้รู้สถานการณ์เต็มอก ว่าจะถูกถีบออกจากการร่วมรัฐบาลไม่วันใดก็วันหนึ่ง จึงตั้งป้อมรับมือพร้อมอยู่แล้ว ประกาศจุดยืนพร้อมพัง หรือพังเป็นพัง แล้วจะพังอะไร ก็คือพังรัฐบาลผสมใช่หรือไม่ ก็จะได้เห็นในช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
 
4. พรรคภูมิใจไทย ที่เจ้าสำนักเขากระโดง เคยประกาศก้อง จะให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี ก็คุมเชิงตั้งการ์ดสูงอยู่ตลอดเวลา ใช้ความได้เปรียบที่ครองกระทรวงมหาดไทย ขยายพื้นที่การเมืองทั่วประเทศ อย่างรวดเร็วและซึมลึก ถึงขนาดมุ่งจะกวาดการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อเป็นฐานเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อก้าวเป็นพรรคลำดับที่ 1 ในขณะเดียวกันการเคลื่อนไหวทั้งหลายก็ออกอาการชัดเจนว่า มีการแอบเสียบเพื่อบั่นทอนพรรคเพื่อไทยอย่างเลือดเย็น ในแทบทุกเรื่องราว เช่น กรณีที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ และที่ดินเขากระโดงเป็นต้น ที่ยังยิ้มเข้าหากันได้บ้าง ก็เป็นเรื่องอาการใช้ผ้าขาวห่อคลุมศพ หรือยื้อยุดอำนาจและผลประโยชน์ให้นานที่สุดเท่านั้น ทั้งที่ความจริงอาการภายใน จะแตกหักเละตุ้มเป๊ะขนาดไหน ก็พอมองเห็นกันอยู่ 
 
5. ภายในพรรคเพื่อไทยเอง ความแตกแยกภายใน และความผิดหวังของแกนหลักหลายคน ที่เคยได้รับคำมั่นสัญญา ว่าให้ตำแหน่งแหล่งที่สำคัญแต่พอเอาเข้าจริง ก็ถูกถีบหัวทิ้ง เพราะเขาเอาแต่คนวงในเท่านั้น ดังนั้นหลายคนจึงถอยออกมา และอีกหลายคนก็กลืนเลือดอยู่ จะไม่ยกมือไว้วางใจ หรือไม่ จึงเป็นเรื่องน่าระทึกใจ 
 
การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน แม้เป็นกระบวนการในการกำกับควบคุมรัฐบาล แต่ก็คือการเปิดสถานการณ์เอาคืนกันในทุกรูปแบบ และในทุกฝ่ายสถานการณ์นี้จะสุกงอมมากขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 
 ดังนั้น จึงย่อมเป็นที่ประหวั่นพรั่นพรึงว่า นายกรัฐมนตรีอาจตกเก้าอี้โดยการอภิปรายไม่ไว้วางใจในรอบ 50 ปีก็ได้