กรมชลประทาน ระดมเครื่องจักร-เครื่องมือ เตรียมพร้อมรับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “ปาบึก” พร้อมเร่งพร่องน้ำจากอ่างเก็บน้ำตั้งแต่ขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ให้มีพื้นที่รองรับฝนที่จะตกหนักถึงหนักมาก บางพื้นที่อาจมีปริมาณฝนถึง 300 มิลลิเมตรต่อวัน

วันนี้ (3 ม.ค.62) ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) ทั้งส่วนกลางและระดับพื้นที่ในเขตภาคใต้ทั้งหมด ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำ ทิศทางและความรุนแรงของพายุโซนร้อน “ปาบึก” รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ 16 จังหวัดภาคใต้ตลอด 24 ชั่วโมง เบื้องต้นได้สั่งการให้นำเครื่องจักร-เครื่องมือไปติดตั้งในทุกพื้นที่ อาทิ เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ รถขุด รถแทรกเตอร์ และรถบรรทุกขนาดใหญ่ เป็นต้น เพื่อลดผลกระทบจากอิทธิพลของพายุปลาบึกให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งกรมชลประทาน มีจุดพักหลักเครื่องจักรกลที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช สงขลา และนราธิวาส อีกทั้งมีจุดพักรองเครื่องจักรกลอีก 13 แห่งครอบคลุมทั้งภาคใต้ ที่พร้อมจะเคลื่อนย้ายไปสนับสนุนเพิ่มเติมจากที่ได้ติดตั้งประจำในพื้นที่เกษตร เขตเศรษฐกิจ และเขตเมืองทุกจังหวัดอยู่แล้ว รวมทั้งพร้อมที่จะระดมเพิ่มเติมมาจากทั่วประเทศได้ทันที หากมีความจำเป็น

อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทาน ได้เร่งพร่องน้ำทั้งในอ่างเก็บน้ำและลำน้ำต่างๆ ไว้ล่วงหน้าก่อนนี้แล้ว เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ โดยได้พิจารณาจากสถิติน้ำไหลลงอ่างฯ ในช่วงเกิดพายุและการคาดการณ์ปริมาณฝนของกรมอุตุนิยมวิทยา แล้วนำมาเปรียบเทียบ เพื่อกำหนดช่องว่างของอ่างเก็บน้ำที่เหมาะสม ตามปริมาณน้ำที่คาดว่าจะไหลลงอ่าง อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีแนวโน้มน้ำจะล้นอ่างฯ 1 แห่ง คือ เขื่อนปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และอ่างขนาดกลางอีก 15 แห่งในจังหวัดกระบี่ นครศรีธรรมราช ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรีและสุราษฎร์ธานี

ดร.ทองเปลว กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังได้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งดูแลอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ให้พร่องน้ำในอ่างฯ และลำน้ำท้ายอ่างฯ เพื่อให้สามารถระบายน้ำจากฝนที่ตกลงมาได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น