วรวัจน์ ส.ส.แพร่ แนะผู้สูงอายุ ผูก บัญชีพร้อมเพย์เตรียมรับเงินหมื่นฟื้นเศรษฐกิจ 27 มกราคม
 

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดแพร่เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2568 ว่า ที่บ้านพักตำบลทุ่งกวาว อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่   นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย เขต 3 ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับ ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นการขยายผลกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติมจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย ควบคู่กับการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพให้แก่กลุ่มเปราะบางให้ครอบคลุมกว้างขวางมากยิ่งขึ้น โดยผู้สูงอายุจะสามารถใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตตามความจำเป็นของตน ทั้งยังส่งผลต่อการสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้เพิ่มเติม และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว  และจะช่วยส่งเสริมความอยู่ดีมีสุขของผู้สูงอายุที่ดีขึ้น อาทิ สุขภาพอนามัย สภาพความเป็นอยู่ มาตรฐานการดำรงชีวิต ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวและชุมชน ซึ่งจะส่งผลดีกับภาพรวมทั้งในด้านคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ และกระตุ้นเศรษฐกิจภายในพื้นที่นั้นๆ 

ส่วนกลุ่มเป้าหมาย ผู้ที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2567 สำเร็จ ที่มีสัญชาติไทยและมีอายุตั้งแต่ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ 15 กันยายน 2567 (เกิดก่อนหรือในวันที่ 16 กันยายน 2507) และมีคุณสมบัติเพิ่มเติม คือไม่เป็นผู้มีเงินได้พึงประเมินเกิน 840,000 บาทสำหรับปีภาษี 2566 , ไม่เป็นผู้ที่มีเงินฝากรวมกันเกิน 500,000 บาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 , ไม่เป็นผู้อยู่ในสถานสงเคราะห์ในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 , ไม่เป็นผู้ต้องขัง 4 ประเภท ได้แก่ นักโทษเด็ดขาด ผู้ต้องขังระหว่าง ผู้ต้องกักขัง และผู้ต้องกักกัน ตามฐานข้อมูลของกรมราชทัณฑ์ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 และไม่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับเงินตามโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ
              


นายวรวัจน์ กล่าวอีกว่า กรมบัญชีกลาง จะเริ่มทยอยจ่ายเงินจำนวน 10,000 บาทต่อคน โดยจะเร่งจ่ายเงินครั้งแรกในวันที่ 27 มกราคม 2568 ผ่านบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชนของกลุ่มเป้าหมาย ในกรณีที่จ่ายเงินให้แก่กลุ่มเป้าหมายไม่สำเร็จในครั้งแรก จะมีการดำเนินการจ่ายเงินซ้ำ ให้แก่กลุ่มเป้าหมายดังกล่าวจำนวน 3 ครั้ง เมื่อพ้นกำหนดการ ทั้ง 3 ครั้งแล้ว รัฐจะยุติการจ่ายเงินให้แก่กลุ่มเป้าหมาย และถือว่ากลุ่มเป้าหมายไม่ประสงค์รับเงินภายใต้โครงการฯ โดยเน้นย้ำให้กลุ่มเป้าหมายตามโครงการฯ ดำเนินการตรวจสอบบัญชีธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชนว่ายังสามารถใช้งานได้หรือไม่ หรือหากยังไม่ได้ผูกพร้อมเพย์ขอให้ดำเนินการผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชนเพื่อรับสิทธิตามโครงการฯ หรือไปติดต่อธนาคารเจ้าของบัญชีเพื่อดำเนินการ กระบวนการดังกล่าว เมื่อผู้สูงอายุที่เข้าเกณฑ์ 27 มกราคมนี้ ได้รับสิทธิ์จากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและนำไปใช้จ่าย เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดทั้งต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ และ ภาพรวมเศรษฐกิจ ที่ดีขึ้น นายวรวัจน์กล่าว