อธิบดีกรมชลประทาน เร่งแจ้งผู้ว่าฯ 16 จว.ภาค รับพายุ “ปาบึก” ขึ้นฝั่ง คาดฝนตกหนักกว่า 300 มม. ช่วง3-5 ม.ค.นี้ เตรียมพร่องน้ำเขื่อน-ลำน้ำ 75-80%

วันนี้ (2 ม.ค.62) ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าได้รายงานต่อนายกฤษฏา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงความพร้อมรับสถานการณ์ฝนตกหนักจากพายุปาบึก คาดการณ์ว่า จะมีปริมาณฝนตกสะสมสูงสุด 300 มม. ได้เฝ้าระวังพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงวันที่ 3-4 มกราคม 2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล ในช่วงวันที่ 4-5 มกราคม 2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ทั้งนี้การแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีหนังสือแจ้งการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 16 จังหวัดตั้งแต่จังหวัดเพชรบุรีลงไป และได้ประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลสถานการณ์ไปยังพื้นที่แล้ว ได้เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ(SWOC )ทั้งส่วนกลางและ SWOC ส่วนภูมิภาคติดตามสถานการณ์และรายงานข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง

อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังได้ให้ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 15 เป็นผู้แทนประจำศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจชั่วคราวในสภาวะวิกฤติ ในการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง ซึ่งมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 4 แห่ง อยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน 2 แห่งคือ อ่างฯแก่งกระจาน และอ่างฯปราณบุรีปัจจุบันมีปริมาณเก็บกักอยู่ระหว่าง 86 และ 90% ได้สั่งการให้พร่องน้ำเพื่อให้มีที่ว่างรองรับปริมาณน้ำแล้ว สำหรับอีก 2 แห่งอยู่ในความดูแลของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยคือ อ่างฯรัชประภา และอ่างฯบางลาง มีปริมาณน้ำ 83 และ 74 % มีที่ว่างเพียงพอที่จะรองรับปริมาณน้ำได้ทั้งนี้ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ได้มีการประเมินสถานการณ์และวางแผนบริหารจัดการเช่นเดียวกับกรมชลประทาน ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จำนวน 39 แห่ง โดยมีอ่างที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 90 % จำนวน 8 แห่ง ให้ดำเนินการพร่องน้ำให้มีช่องว่างที่จะรอรับปริมาณน้ำได้ ส่วนอ่างฯที่เหลืออีก 31 แห่งมีน้ำเฉลี่ย 75-80%ให้พิจารณาพร่องน้ำให้อยู่ในเกณฑ์เก็บกักและเหมาะสมกับปริมาณน้ำท่าที่จะไหลลงอ่างฯ สถานการณ์น้ำในลำน้ำสายหลักต่างๆ ได้มีการพร่องน้ำมาก่อนหน้าแล้ว ปัจจุบันปริมาณน้ำในลำน้ำมีประมาณ 30% ต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 2-3 เมตร