กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย “กรมตรวจบัญชีสหกรณ์” ได้ส่งเสริมและผลักดันให้เกษตรกรและประชาชน มีการทำบัญชีรับ-จ่ายในครัวเรือนมาอย่างต่อเนื่อง โดยสร้างครูบัญชีอาสาหรือ "อาสาสมัครเกษตรด้านบัญชี” ซึ่งเป็นบุคลากรสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ในการเป็นวิทยากร วิทยากรผู้ช่วย เพื่อสอนแนะ กระตุ้นการเรียนรู้ และติดตามผลการทำบัญชีของเกษตรกร รวมถึงการสร้างเครือข่ายถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรในชุมชนของตนและพื้นที่ต่างๆ

จากการทำงานเป็นเครือข่ายร่วมกันระหว่างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และครูบัญชีอาสา ได้ช่วยเสริมสร้างให้เกษตรกรได้ใช้บัญชีในการวิเคราะห์ต้นทุนการประกอบอาชีพ เพื่อวางแผนธุรกิจในครัวเรือนของตนเองได้

นายสุริยะ ชูวงศ์ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาบัญชีฟาร์มประจำปี 2559 และครูบัญชีอาสากรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จากจังหวัดเพชรบุรี เป็นเกษตรกรคนหนึ่งที่เคยประสบปัญหาในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งเมื่อก่อนจำหน่ายกล้วยหอมทองในช่วงสินค้าล้นตลาด ทำให้ไม่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค และได้ราคาตกต่ำ แต่ในทางกลับกันเมื่อถึงช่วงเทศกาลที่กล้วยหอมทองเป็นที่ต้องการของตลาด กลับไม่มีสินค้าไปจำหน่าย สูญเสียโอกาสในการสร้างรายได้

จนกระทั่งได้รับการส่งเสริมองค์ความรู้ทางบัญชีจากกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จึงได้นำข้อมูลจากการจดบันทึกทางบัญชีมาวิเคราะห์การใช้จ่าย ทำให้สามารถมองเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และนำไปวางแผนในการเพาะปลูกให้ได้ผลผลิตที่สอดคล้องกับกลไกการตลาด เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ทำให้สามารถจำหน่ายกล้วยหอมทองได้ราคาดี

พร้อมกันนี้ นายสุริยะ ได้น้อมนำทฤษฎีไร่นาสวนผสม และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ในการปลูกพืชไร่พืชสวนแบบผสมผสาน แบ่งพื้นที่อย่างเป็นระบบ มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการผลิต บริหารจัดการระบบการเงินด้วยการทำบัญชีครัวเรือนและการทำการตลาด โดยศึกษาความต้องการของตลาดและตรวจสอบราคาของผักผลไม้ที่แตกต่างไปตามเทศกาลและฤดูกาล เพื่อนำมาวางแผนการปลูกพืชในแต่ละเดือนให้เหมาะกับความต้องการของตลาดในช่วงนั้นๆ

จากการที่ นายสุริยะ ได้นำข้อมูลทางบัญชีที่จดบันทึกไว้มาวิเคราะห์วางแผนการผลิต ทำให้สามารถมองเห็นถึงปัญหาและแนวทางแก้ไข จนพัฒนาตนเองสู่ความสำเร็จ

“องค์ความรู้ทางบัญชี ถือเป็นอาวุธทางปัญญาที่ส่งผลให้การผลิตภาคการเกษตร ผ่านพ้นความเสี่ยงจากกลไกทางการตลาดที่มีผลต่อการกำหนดราคาพืชผลทางการเกษตรและยังสามารถนำข้อมูลจากการจดบันทึกทางบัญชีมาใช้ในการบริหารจัดการปัจจัยการผลิตอย่างดิน น้ำ และปุ๋ยได้อย่างเหมาะสม จนทำให้ผ่านพ้นวิกฤติไปได้อีกด้วย”นายสุริยะ กล่าว

นับเป็นตัวอย่างของเกษตรกร ที่นำองค์ความรู้ทางบัญชีมาปรับเปลี่ยนวิถีในการดำรงชีวิตและการทำการเกษตร และยังเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรอื่นๆ นำไปเป็นแบบอย่าง สามารถปรับตัวฝ่าวิกฤติที่เกิดขึ้นสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน