ใกล้ทิวาวารสุดท้ายของปี 2024 (พ.ศ.2567) อันเป็น “ปีมะโรง-งูใหญ่” และพร้อมๆ กันนั้นก็จะล่องเปลี่ยนเข้าสู่ศักราชใหม่ “ปีมะเส็ง-งูเล็ก” ปี 2025 (พ.ศ. 2568) ที่จะขยับใกล้เข้าไปทุกขณะ ซึ่งตลอดช่วงรอบปีที่ผ่านมา ได้มีหลายเหตุการณ์สำคัญๆ และมีผลกระทบต่อโลกเราทั้งในช่วงขวบปีที่กำลังจะผ่านพ้น และทั้งล่วงไปถึงปีหน้า
ตลอดจนอาจลากยาวไปยังอนาคตต่อไป
เริ่มจาก “ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา 2024”
โดยการเลือกตั้งมีขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ผลปรากฏว่า “นายโดนัลด์ ทรัมป์” อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้สมัครรับเลือกตั้งจากพรรครีพับลิกัน คว้าชัยชนะเหนือคู่แข่งอย่าง “นางกมลา แฮร์ริส” รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้สมัครฯ จากพรรคเดโมแครต อย่างถล่มทลาย
ด้วยคะแนนเสียง “ป๊อปปูลาโหวต (Popular vote)” จากประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงกาบัตรเลือกตั้งในคูหาต่างๆ คิดเป็นร้อยละ 49.9 ต่อ 48.4
ส่วนคะแนนเสียง “อิเล็กทอรัลโหวต (Electoral vote)” จากคณะผู้เลือกตั้งในแต่ละรัฐ ปรากฏว่า นายทรัมป์ ทิ้งห่างนางแฮร์ริส อย่างชนิดไม่เห็นฝุ่น นั่นคือ 312 ต่อ 226 เสียง
ผลคะแนนเลือกตั้งที่ออกมา ก็ต้องบอกว่า ฉีกผลโพลล์ คือ การสำรวจความคิดเห็นของประชาชนชาวสหรัฐฯ ก่อนหน้ามิใช่น้อยเลยทีเดียว เพราะแทบจะทุกสำนักโพลล์ ระบุว่า จะแพ้-ชนะกันก็ไม่ห่าง จนจัดว่าเป็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งที่คู่คี่สูสีที่สุดในรอบหลายทศวรรษ และบางสำนักโพลล์ ก็ยังให้รองประธานาธิบดีแฮร์ริส นำหน้าเหนือกว่าอดีตประธานาธิบดีทรัมป์อยู่เล็กน้อยด้วยซ้ำ
ทั้งนี้ เมื่อกล่าวถึงการชิงชัยของบุคคลทั้งสอง แท้จริงแล้ว จะต้องเป็นการต่อสู้กันระหว่างอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ ของพรรครีพับลิกัน กับประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต แต่ปรากฏว่า ประธานาธิบดีไบเดน พ่ายแพ้อย่างยับเยินต่ออดีตประธานาธิบดีทรัมป์ ในศึกอภิปรายโต้วาทีแสดงวิสัยทัศน์ หรือดีเบต เมื่อปลายเดือนมิถุนายน จนทางพรรคเดโมแครต ต้องกดดันให้ประธานาธิบดีไบเดนถอนตัว แล้วให้รองประธานาธิบดีแฮร์ริส ลงสมัครับเลือกตั้งแทน
โดยมีรายงานเกี่ยวกับความระทึกระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง จากการที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ ถูกลอบยิงที่เมืองบัตเลอร์ รัฐเพนซิลเวเนียด้วย ซึ่งอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ รอดชีวิตมาได้ แต่ได้รับบาดเจ็บที่ใบหูขวา
เมื่อนายทรัมป์ ชนะเลือกตั้งก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่สอง ต่อจากนี้ก็จะได้รับการจับตาจ้องมองจากบรรดาประชาคมโลกว่า เขาจะดำเนินนโยบายในประเทศ และต่างประเทศ กันอย่างไรนับจากนี้ ซึ่งจะมีหลายประเด็นให้ต้องจับตา ได้แก่ นโยบายเกี่ยวกับผู้อพยพในสหรัฐฯ นโยบายกีดกันการค้า โดยเฉพาะกับจีน ที่หวั่นๆ กันว่า สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ จะทวีความดุเดือดขึ้น รวมถึงเรื่องสงครามรัสเซีย-ยูเครน สงครามอิสราเอลในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งหลังจากวันที่ 20 มกราคมปีหน้า ซึ่งเป็นวันประกอบพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของนายทรัมป์ โลกก็จะได้รู้กัน
ตามมาด้วย “สงครามรัสเซีย-ยูเครน”
สงครามนี้ก็ลากยาวมาตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2022 (พ.ศ. 2565) นับถึงปัจจุบัน ก็ 2 ปีกว่า เกือบจะ 3 ปี ในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้านี้
โดยสงครามเริ่มจากการประกาศใช้ปฏิบัติการพิเศษทางทหารของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ในวันดังกล่าว ส่งผลให้รัสเซียกรีธาทัพกำลังพลทหารมากถึง 2 แสนนาย บุกข้ามพรมแดนเข้าไปโจมตียูเครน ก่อนการสู้รบดำเนินไปอย่างยืดเยื้อ สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ทั้งสองฝ่าย แต่โดยส่วนใหญ่ความเสียหาย จะตกอยู่กับยูเครน ในฐานะที่ตกเป็นเป้าถล่มทางการทหารตลอดช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ สงครามผ่านมาแล้วถึง 1,040 วัน ก็ประมาณการกันว่า ทั้งรัสเซียและยูเครน สูญเสียกำลังพลทหารรวมกันแล้วหลายแสนนาย เช่นดียวกับทหารที่บาดเจ็บก็มีจำนวนนับแสนนายเช่นกัน
ขณะเดียวกัน ทางด้านสายธารความช่วยเหลือจากบรรดาชาติตะวันตก ที่นำโดยสหรัฐฯ ยุคประธานาธิบดีไบเดน ก็ยังคงหลั่งไหลทั้งเม็ดเงินและอาวุธยุทโธปกรณ์แก่ยูเครนอย่างต่อเนื่องหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จนกล่าวได้ว่า หากยูเครนไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเหล่าชาติตะวันตกที่นำโดยสหรัฐฯ อย่างนี้ ก็คงถูกรัสเซีย เผด็จศึกไปนานแล้ว
ทว่า หลังจากนี้ยูเครน เห็นท่าอาจจะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ อย่างมากมายเช่นนี้ในยุคที่ประธานาธิบดีทรัมป์ครองเมือง ตามนโยบายของนายทรัมป์ ที่เคยประกาศเสียงดังฟังชัดว่า จะดับไฟสงครามรัสเซีย-ยูเครนให้ได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากที่เขาเข้าสู่ทำเนียบขาวในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ
“สงครามอิสราเอลในภูมิภาคตะวันออกกลาง”
เป็นสงครามที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2023 (พ.ศ. 2566) ดำเนินมาถึง ณ ชั่วโมงนี้
เริ่มจากฝ่ายกลุ่มติดอาวุธของชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ได้แก่ ฮามาส อิสลามิกจีฮัด เป็นต้น ร่วมกันบุกข้ามพรมแดนเข้าโจมตีอิสราเอลก่อน พร้อมล่าถอยออกไปด้วยตัวประกันจากฝั่งอิสราเอลจำนวนหนึ่ง สงครามจึงได้ปะทุขึ้น
โดยอิสราเอลตอบโต้ทางการทหาร ทั้งจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเข้าใส่เป้าหมายในฉนวนกาซา จากเหนือจรดใต้ ก่อนส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าไป เพื่อหวังทำลายล้างกลุ่มติดอาวุธต่างๆ เช่น ฮามาส พร้อมทั้งพยายามยึดฉนวนแห่งนี้อย่างเบ็ดเสร็จ
อย่างไรก็ดี สงครามการสู้รบได้ลามเลยออกนอกฉนวนกาซา โดยลุกลามไปในเขตเวสต์แบงก์ สำหรับปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มฮามาสในเขตดังกล่าวด้วย และบานปลายไปยังเลบานอน ในสงครามเฟสใหม่เพื่อปราบปรามกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ นอกจากนี้ กองทัพอิสราเอล ก็ยังถือโอกาสที่ซีเรียโค่นล้มระบอบอัสซาดลงไปได้ ด้วยการบุกยึดที่ราบสูงโกลันของซีเรียในพื้นที่ที่ลึกขึ้นจากเดิม และอย่างเบ็ดเสร็จ เพื่อใช้เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ สำหรับรับมือกลุ่มติดอาวุธต่างๆ ต่อไป โดยยังไร้วี่แววว่า สงครามการสู้รบที่คาดว่าจะลากยาวไปในปี 2025 (พ.ศ. 2568) นี้ จะสิ้นสุดเมื่อไหร่?