วันนี้(8 ธ.ค.67)น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี เดินทางเข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือกับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังถูกชายไม่ทราบชื่อรูปร่างสูงใหญ่ ขับรถจยย. ไล่ถีบ พยามปาดให้จอด ก่อนลงมารัวหมัดใส่ไม่ยั้งจนได้รับบาดเจ็บ
น.ส.เอ เล่าว่า เมื่อช่วงวันที่ 6 ธ.ค. 67 ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. ตนได้พร้อมเพื่อนพนักงานได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาตามปกติเหมือนทุกวัน บริเวณ ซอยจรัญ 35 แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กทม. ระหว่างทางได้มีชายสวมเสื้อคลุมแขนยาวสีเขียว สวมหมวกกันน็อคปิดบังใบหน้า ขับตามเธอมา จากนั้นชายคนดังกล่าวพยายามถีบรถเธอให้ล้ม เธอจึงเร่งเครื่องหนี ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะขับรถ จยย. มาปาดหน้าเพื่อให้เธอจอด จากนั้นชายดังกล่าวได้ลงจาดรถ จยย. มารัวหมัดใส่เธอและเพื่อนไม่ยั้ง จนรถล้มลงและยังตามมาซ้ำไม่หยุด จนเพื่อนเธอต้องวิ่งเข้ามาช่วยเอาไว้ ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะรีบวิ่งหนีขึ้น จยย.หลบหนีไป หลังเกิดเหตุตนจึงรีบไปแจ้งความไว้ที่ สน.บางขุนนนท์ ก่อนไปพบแพทย์เพื่อรักษาตัว
น.ส.เอ ยืนยันว่า เธอเองไม่เคยเห็นชายคนดังกล่าวมาก่อน และไม่เคยมีปากเสียงอะไรกับใคร ขับรถก็ขับช้าๆมาตามถนน ไม่ได้มีปัญหากับเพื่อนร่วมทางแน่นอน แต่ทราบว่าทำไมผู้ก่อเหตุต้องมาทำกับเธอแบบนี้ จากเหตุการณ์วันนั้นทำให้รู้สึกหวาดกลัวมาก เพราะปกติจะต้องใช้ถนนเส้นนั้นอยู่เป็นประจำ ต้องไปทำงานและรับส่งลูกน้อยวัย 4 ขวบ ไปกลับโรงเรียนทุกๆวัน จึงทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยเป็นอย่างมาก เพราะกลัวว่าวันนึงถ้าตนมากับลูกเพียง 2 คน แล้วมาเจอชายคนดังกล่าว ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น โชคยังดีที่คราวนั้นมีเพื่อนพนักงานนั่งซ้อนท้ายมาด้วยจึงช่วยไว้ทัน แต่ก็ได้รับบาดเจ็บอยู่พอสมควร ที่ตาซ้ายฟกช้ำบวมจนลืมตาไม่ขึ้น ลูกตาอักเสบแดง ปากฉีก ตามตัวมีรอยเขียวช้ำ ต้องหยุดงานเพื่อรักษาตัวตามแพทย์สั่ง ตนได้ปรึกษากับเพื่อนที่ทำงานและคนที่รู้จัก หลายคนเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากยังจับผู้ก่อเหตุไม่ได้ จึงแนะนำให้ตนเดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือกับเพจสายไหมต้องรอด และอยากให้ เพจสายไหมต้องรอด ช่วยประสานงานเร่งตามคดีนำตัวคนผิดมาลงโทษให้เร็วที่สุด
ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ด่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ภายหลังได้รับแจ้งกล่าวว่า กรณีนี้มีกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานชัดเจน เชื่อว่า จนท.ตำรวจ สน.บางขุนนนท์ จะสามารถตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้จะให้ทีมงานพาผู้เสียหายไปติดต่อกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เพื่อขอรับเงินเยียวยา เงินค่ารักษาพยาบาล ในฐานะผู้เสียหายในคดีอาญาต่อไป ทั้งนี้หากผู้เสียหายกังวลเรื่องความปลอดภัย ก็สามารถยื่นคำร้องขอรับการคุ้มครองพยาน จากกระทรวงยุติธรรม ได้อีกด้วย