จาก “มีวันนี้เพราะพี่ให้” สู่วันที่ไม่มีพี่ เมื่อ “บิ๊กแจ๊ส”พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ล้างตาได้สำเร็จหวนคืนสู่เก้าอี้นายกอบจ.ปทุมธานี โดยได้รับชัยชนะแบบถล่มทลายด้วยคะแนน 187,975 คะแนน ทิ้งห่างอันดับ 2 ที่ได้คะแนนเพียง 120,007 คะแนน
ทั้งนี้ปัจจัยหนึ่ง ที่ทำให้ “บิ๊กแจ๊ส”มีชัยชนะ นอกจากการบริหารจัดการของ “บิ๊กแจ๊ส”เอง นั่นก็คือ ปัจจัยที่ “ชาญ”มีคดีความเป็นชนักปักหลัง หากได้รับเลือกตั้งก็ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
และปัจจัยสำคัญก็คือ การ “ถอยห่าง” ของพรรคเพื่อไทย ที่หากจำกันได้ในการเลือกตั้งนายกอบจ.ปทุมธานีเมื่อเดือนมิถุนายน 2567 ทักษิณ ชินวัตร ไปปรากฏตัวร่วมงานบวชลูกชายของ กฤษฎา หลีนวรัตน์ หรือ “นายกเบี้ยว” นายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี และแกนนำพรรคเพื่อไทยระดมกันลงไปช่วยหาเสียง แต่รอบนี้ “ทักษิณ”เก็บตัวเงียบ เพื่อไทยก็ไม่ออกอาวุธ
โดยเมื่อเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งรอบที่แล้ว ที่ “ชาญ” ได้ไป 203,010 คะแนน เฉือนชนะ “บิ๊กแจ๊ส” ที่ได้ 201,041 คะแนนไป แบบสูสี 1,969 คะแนน แต่ในการเลือกตั้งรอบนี้ “ชาญ”คะแนนหายไป 83,003 คะแนน ในขณะที่ “บิ๊กแจ๊ส”ได้เกือบเท่าเดิม ขาดไป 13,066 คะแนน
สำหรับ “บิ๊กแจ๊ส”อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้สร้างตำนานวลีดัง “มีวันนี้เพราะพี่ให้” ด้วยในสมัยเป็นผู้บัญชาการตำรวจนคบาล ได้แขวนภาพถ่ายขนาดใหญ่ข้างฝาห้อง เป็นภาพถ่ายที่ “ทักษิณ” อดีตนายกรัฐมนตรี ประดับยศให้พร้อมป้ายจารึกข้อความ “มีวันนี้เพราะพี่ให้”
เมื่อย้อนไทม์ไลน์ “บิ๊กแจ๊ส” ได้รับตำแหน่งเป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรนราธิวาส ในปี 2546 และกลับมาเป็นผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ปี 2547 ในช่วงที่ “ทักษิณ” เป็นนายกรัฐมนตรีขณะนั้น ก่อนจะขยับขึ้นไปรองผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และรักษาการผู้บัญชาการตำรวจนครบาลโดยลำดับ
พร้อมกันนี้ยังเปิดคลินิกรักษาโรค ด้วยการฝังเข็ม ที่มูลนิธิมงคล-จงกล ธูปกระจ่างก่อนจะก้าวเข้าสู่การเลือกตั้งนายกอบจ.ปทุมธานี ในนามของกลุ่มคนรักปทุม โดยได้รับการสนับสนุนจากพรรคเพื่อไทย จนได้รับชัยชนะเหนือคู่แข่ง คือ “ชาญ”
ในการเลือกตั้งสส.ปี 2566 เกิดความขัดแย้งกับพรรคเพื่อไทย ในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสส. และทำให้มีภาพของเขาไปเคียงข้างอยู่กับพรรคภูมิใจไทยและอดีตพรรคก้าวไกล และนำไปสู่การแตกหักกับ “พี่” ที่ชื่อ “ทักษิณ” ในศึกศักดิ์ศรีที่ปทุมธานี