สำหรับการเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ของ นายสรวงศ์ เทียนทอง ถือเป็นสิ่งท้าทาย ด้วยสถานการณ์ของประเทศไทยที่ถูกรุมเร้าด้วยปัญหาต่างๆ ในช่วงสิ้นปี ซึ่งเป็นเวลาที่ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว หรือไฮซีซั่น ดังนั้นโจทย์ใหญ่ของรัฐมนตรีคนใหม่ในรัฐบาลของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี จึงต้องเร่งขับเคลื่อนทุกองคาพยพเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวให้ได้มากที่สุด
ภารกิจเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ
ในเรื่องนี้ นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้กล่าวว่า ภารกิจเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการทันที ใน 3 เรื่องหลัก คือ 1.ต้องเรียกความเชื่อมั่นให้กลับมา ทั้งทางฝั่งการกีฬาเอง ที่ไทยถูกยกเลิกการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬา เอเชียนอินดอร์และมาร์เชียลอาตส์ เกมส์ เป็นสิ่งที่ทำให้ทำความเสียหายให้กับประเทศ หรือในเวลานี้ทางด้านแหล่งท่องเที่ยวบางจังหวัดกำลังเจอวิกฤตน้ำท่วมหนักที่ต้องใช้เวลาฟื้นฟูอีกสักระยะหนึ่ง ส่วน 2.ส่งเสริมให้มีการทำแคมเปญต่างๆ เพื่อจะรองรับนักท่องเที่ยวทั้งต่างประเทศและในประเทศในช่วง ไฮซีซันนี้ได้ทันท่วงที และ 3.ให้ความสำคัญกับเรื่องของการท่องเที่ยวเมืองรอง ในการที่จะไปผลักดันนโยบายต่างๆให้เอื้อต่อการทำงานของผู้ประกอบการและตอบโจทย์นักท่องเที่ยว
สำหรับการขับเคลื่อนท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล ได้มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง หรือเมืองน่าเที่ยว โดยจะสนับสนุนภาคเอกชน ในการจัดอีเว้นท์ การลงทุนโรงแรม ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-made) อาทิ สวนสนุก และบริการต่างๆ ด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองรอง โดยภาครัฐจะเข้าไปส่งเสริมให้เกิดการลงทุน โดยช่วยเหลือในเรื่องของงบประมาณ หรือ แม้กระทั่งในเรื่องของข้อกฎหมายบางประการ และสิทธิประโยชน์ในเรื่องของภาษี
ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งไทยเที่ยวไทยมีหลายระดับ การโปรโมทให้คนเที่ยวไทยมากๆ ก็จะได้ทั้งระบบตั้งแต่รายใหญ่และรายเล็กๆในพื้นที่ ซึ่งถ้ามีโปรโมชั่น หรือแคมเปญที่กระตุ้นความต้องการให้คนเที่ยวในประเทศได้จริง รวมถึงการผลักดันให้เกิดเงินสดในระบบมากขึ้น เช่น โครงการที่เกิดขึ้น อาจจะคล้ายๆกับโครงการเราเที่ยวด้วยกันที่สามารถผลักดันการหมุนเวียนของรายได้ทั้งระบบไม่ว่าจะเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว หรือโรงแรม 2 ดาว เป็นต้น
ซึ่ง นายสรวงศ์ กล่าวว่า การส่งเสริมไทยเที่ยวไทยจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการมีรายได้ในช่วงโลว์ซีซั่นขณะที่ในช่วงไฮซีซั่น ซึ่งมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามานั้น จะต้องเข้าไปหารือเรื่องของการเดินทาง ที่พัก จะเป็นในรูปแบบใด ที่คล้ายๆกับโครงการเราเที่ยวด้วยกันซึ่งต้องหารือกับผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในลำดับต่อไป
ทำแคมเปญให้นทท.อยู่ไทยนานขึ้น
อย่างไรก็ตามในเวลานี้จะพบเห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ใช้เวลาอยู่ในเมืองไทยสั้นลง ดังนั้นการสร้างสถานที่ท่องเที่ยว Man-made ใหม่ๆ น่าจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ใช้เวลาในประเทศไทยนานขึ้น รวมไปถึงการทำโปรโมชั่นหรือแคมเปญต่างๆ เป็นแบบพริวิเลจ ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมไปถึงการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ แท็กซ์ รีฟัน สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องได้รับความสะดวกและคล่องตัวมากขึ้น เพราะปัจจุบันสินค้าช้อปปิ้งในไทย มีแบรนด์เนมต่างๆมากมาย ทันยุค ทันสมัย ราคาไม่แพงถ้าเทียบกับหลายประเทศ
ทั้งนี้ นายสรวงศ์ ยังกล่าวอีกว่า สำหรับเป้าหมายด้านการท่องเที่ยว คงต้องหารือกับททท.และดูสรุปข้อมูลล่าสุดก่อนจึงจะบอกได้ว่าการสร้างรายได้ท่องเที่ยวปีนี้ ควรจะอยู่ที่ 3.5 ล้านล้านบาท ตามที่รัฐบาลเดิมตั้งเป้าไว้ นอกจากนี้ในเรื่องของการส่งเสริมกีฬา จะมีการต่อยอดกีฬา เพื่อมากระตุ้นการท่องเที่ยว ทั้งกีฬาเอ็กซ์ตรีม วอเตอร์สปอร์ต ซึ่งนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้ความสนใจเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะปี 2568 ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันวอลเล่ย์บอล รวมถึงเจ้าภาพซีเกมส์ ซึ่งจะต้องไปพิจารณาเรื่องการจัดสรรงบประมาณ และการให้ความสำคัญในการผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ในเรื่องของมวยไทย ที่จะผลักดันให้มี ลีกมวย เพื่อส่งเสริมมวยไทยอย่างจริงจัง