“เผ่าภูมิ”ตอกย้ำ”เพื่อไทย”เดินหน้า“ดิจิทัล วอลเล็ต” ต่อ ขอให้ประชาชนรอฟังข่าวดี รัฐบาลเตรียมแถลงถึงความชัดเจน แย้มมีลุ้นเร่งแจก 1.22 แสนล้านบาท ก่อนภายในกันยาฯ นี้

เมื่อวันที่ 28 ส.ค.67 นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง เปิดเผยว่า แนวนโยบายในการบริหารเศรษฐกิจของประเทศนั้น อยากให้รอความชัดเจนจากการแถลงนโยบายของรัฐบาลใหม่ น่าจะเหมาะสมและได้รับข้อมูลที่ตรงมากกว่า แต่มีแนวโน้มสูงที่รัฐบาลจะมีการนำนโยบายที่ได้พัฒนาในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา มาทำต่อเนื่องไป เพราะอย่าลืมว่าแนวคิดและ DNA ของรัฐบาล ซึ่งเป็น DNA เดิม จึงมีความเป็นไปได้สูงที่แนวนโยบายที่รัฐบาลได้ดำเนินการในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาจะถูกนำมาดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อที่จะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ


สำหรับโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัล วอลเล็ตนั้น ก็เป็นอีกเรื่องที่อยากให้รอการแถลงนโยบายจากรัฐบาลใหม่ แต่ยอมรับว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะรับแนวคิดที่มีการสะท้อนผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อที่จะทำให้การกระจายเม็ดเงินทำได้รวดเร็วและเหมาะสมกับสถานการณ์มากขึ้น โดยยืนยันว่าจะมีแนวโน้มที่ดี และเป็นแนวโน้มที่ประชาชนน่าจะถึงพอใจ

นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า เรื่องดิจิทัลวอลเล็ตยืนยันว่าไปต่อแน่นอน โดยตอนนี้ยอดลงทะเบียนเข้ามาแล้ว 30 ล้านคน ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะไม่มีการขยายระยะเวลาการลงทุเบียน แต่รายละเอียดทั้งหมดยังต้องรอนโยบายรัฐบาล ต้องรอการพูดคุยกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง แต่มีความเป็นไปได้สูงที่ประชาชนน่าจะได้รับข่าวดี และประชาชนน่าจะดีใจ โดยโครงการจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ตรงจุด รวดเร็วทันใจ และเป็นประโยชน์กับประเทศ ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดอยากให้รอการแถลงนโยบายของรัฐบาลก่อน

นายเผ่าภูมิ ยังกล่าวถึงกรณีการใช้งบประมาณปี 2567 วงเงิน 1.22 แสนล้านบาท สำหรับดำเนินโครงการดิจิทัล วอลเล็ต ว่า มีความเป็นไปได้สูงว่าเม็ดเงินทั้งหมดจะเร่งออกได้ก่อนภายในเดือน ก.ย.67 แต่รายละเอียดคงต้องรอการแถลงจากรัฐบาล พูดตอนนี้คงไม่เหมาะ เพราะต้องเป็นนโยบายของรัฐบาล ซึ่งกระบวนการคือนโยบายของพรรคเพื่อไทย ที่จะต้องนำไปหารือกับพรรคร่วมก่อนว่ามีความเห็นอย่างไร จะปรับอย่างไร ก่อนจะออกมาเป็นนโยบายรัฐบาลที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องไปทางเดียวกัน

นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า ถามว่าระหว่างนี้มีการพูดคุยกันในเบื้องต้นเกี่ยวกับโครงการดิจิทัล วอลเล็ตหรือไม่ ต้องบอกว่า มี แต่การเปิดเผยต้องเป็นการเปิดเผยที่เป็นทางการ โดยยืนยันว่าเป็นแนวโน้มที่ดี และเป็นรูปแบบที่ทุกฝ่ายพึงพอใจ เป็นไปตามที่หลายๆ ฝ่ายแนะนำ หลายๆ ฝ่ายให้ความเห็นมา ซึ่งในช่วงต้นอาจจะมีเรื่องการคัดค้านบ้าง เราก็พยายามปรับเพื่อให้ออกมาอยู่ในจุดที่ทุกฝ่ายพึงพอใจ และเป็นประโยชน์สูงสุดกับประเทศ