พ่อแรงงานไทยในอิสราเอล ซึ่งเป็นหนึ่งใน 8 คนที่ถูกจับเป็นตัวประกันที่กาซา เชื่อลูกชายจะปลอดภัย หลังจากโฆษกกระทรวงการต่างประเทศแถลงว่ามีตัวประกันคนไทยเสียชีวิต 2 ราย วอนรัฐบาลเร่งเจรจา ระบุหากกลับมาได้จะให้บวช เรื่องหนี้สินยังไม่ต้องพูดถึง
วันที่ 17 พ.ค.67 นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศ ได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ว่า คณะกรรมการด้านการประเมินสถานภาพตัวประกันของรัฐบาลอิสราเอล ได้พิจารณาหลักฐานแวดล้อมที่เชื่อถือได้ และแจ้งว่า ตัวประกันคนไทย 2 คนเสียชีวิตแล้ว คือ นายสนธยา อัครศรี และนายสุทธิศักดิ์ รินทลักษ์ คาดว่าเป็นการเสียชีวิตตั้งแต่ช่วงต้นของเหตุการณ์เมื่อเดือน ต.ค.2566
ซึ่งการแถลงดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกให้กับญาติแรงงานไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกันที่เหลืออีก 6 คนเป็นอย่างมาก ซึ่งหนึ่งใน 6 คนตัวประกันที่เหลือในกาซา คือนายพงษ์ศักดิ์ หรือต้อม อายุ35ปี อยู่บ้าน ม.10 บ้านหนองจาน ต.บ้านคู อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ แรงงานไทยที่ถูกจับตัวไปเมื่อวันที่ 7 ต.ค.66
ด้าน นายวิลาศ อายุ 64 ปี พ่อนางพงษ์ศักดิ์ ที่ถูกจับเป็นตัวประกัน บอกว่า ตั้งแต่เกิดเหตุวันที่ 7 ต.ค.66 หรือประมาณ 7 เดือนที่ผ่านมา ไม่สามารถติดต่อลูกชายหรือติดต่อเพื่อนลูกชายได้เลย มีเพียงเจ้าหน้าที่ให้ส่งเอกสารให้ตนได้ส่งไปให้แล้ว
นายวิลาศ เล่าอีกว่า ลูกชายไปทำงานตั้งแต่ปี 2560 ส่งเงินมาใช้หนี้ธนาคารที่กู้เป็นค่าเดินทาง และเงินกู้นอกระบบ ถึงเวลานี้ยังใช้หนี้ไม่หมด กลับมาถูกจับเป็นตัวประกันอีก ส่วนตัวเชื่อว่าลูกชายปลอดภัยอย่างแน่นอน ได้บนกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เอาไว้แล้ว หากกลับมาจะบวชแก้บนส่วนเรื่องหนี้สินยังจะไม่พูดถึง
ส่วนหนึ่งก็อยากจะให้รัฐบาลหาแนวทางเร่งเจรจาให้มีการปล่อยตัวประกันในเร็ววัน เพราะยิ่งนานยิ่งรู้สึกไม่ดี เกรงว่าจะได้รับอันตรายมากกว่าจะกลับมาอย่างสวัสดิภาพ

