หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ขายข่าวขายความจริงให้ประชาชนคนไทยได้อ่านมาอย่างต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประเทศไทยฉบับนี้ ประจำวันพุธที่  15 พฤษภาคม 2567  รู้จักข้าวน้อยไป ...*...

ทัวร์นกขมิ้น ที่ ไปกินไปนอน 4 บุรี ของ นายกรัฐมนตรี ที่ชื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน เสร็จสิ้นไปเมื่อวันวาน เหมือนเป็นการไปหาเสียงเตรียมเลือกตั้ง ทั้งๆที่ นั่งเก้าอี้ผู้นำประเทศไทยได้ไม่ถึงปี แต่ ไม่มีผลงานอะไรออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรม มันใช่หรือครับ ? ...*...

หาเรื่องออกนอกประเทศไทยจนได้ วันนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ยังไม่สามารถทำให้คนไทยกลายเป็นเศรษฐี นำคณะขี่เครื่องบิน บินไป 3 ประเทศ ฝรั่งเศส อิตาลี และ ญี่ปุ่น นานถึง 10 วัน เครื่องรันเวย์กลับไทย วันศุกร์ที่ 24 นี้ เป็นการสร้างความรู้สึกดีๆ สำหรับ เวทีต่างประเทศ พ้นอาณาเขต ไม่ต้องถูกครอบงำ ได้เป็นผู้นำประเทศตัวจริงเสียงจริงเท่านั้น จะมีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันกลับมา ...*...

แต่งานนี้เข้าท่า บัญชา ของ นายกฯนิด ประกาศิตให้ ยาเสพติด แม้ เพียงครึ่งเม็ด ใครมีไว้ครอบครอง ให้ถือเป็นความผิดไว้ก่อน ที่นี่ บารอน ยกธงเชียร์ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีสาธารณสุขคนใหม่ รับบัญชานายกฯทันที เตรียมยกเลิกบัญชี ใครมียาเสพติด 5 เม็ด ถือได้ว่า เป็นผู้เสพ นำไปบำบัด ไม่ต้องติดคุก ...*...

ยาเสพติด ก็คือ ยาเสพติด ผู้ครอบครอง ต้องถือว่าผิด ส่วนจะดูว่า ใครเป็นผู้เสพ หรือ ผู้ค้า ต้องดูที่ พฤติกรรม ครับ ไม่ใช่ดูที่ปริมาณครอบครองยา และ ขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรม ที่สุดท้ายอยู่ที่ปลายขบวน ศาลสถิตยุติธรรม คือ ผู้ตัดสินใครเสพใครค้า ไม่ใช่ให้กฎกระทรวงบ้าๆมากำหนด ...*...

แม้แต่ กัญชา เช่นกัน  ต้องคืนกลับ เป็นยาเสพติดประเภท 5 ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นกัญชาเสรี โดยไม่มีกฎหมายรองรับ ฤทธิ์ของกัญชา พี้เข้าสู่ร่างกาย จะทำลายจิตประสาท เกิดอาการหลอนกัญชา ไม่มีความเป็นตัวตน เปลี่ยนเป็นคนละคน เป็นเบื้องต้นของการก้าวไปสู่ยาเสพติดชนิดอื่นได้ง่าย ...*...

มารู้จักข้าวสารกันดีกว่า มาจาก ข้าวเปลือก ที่ มีความชื้น 14 %  เป็นมาตรฐานความชื้นมากกว่านี้น้ำหนักข้าวเปลือกจะเพิ่มขึ้น ทำให้ ราคาข้าวเปลือกตก เมื่อ นำมาสีเป็นข้าวสาร จะทำให้ ได้ข้าวสารเต็มเมล็ดสวยงามพอดี และถ้า ความชื้นต่ำ 12 – 13 %  นอกจาก ทำให้น้ำหนักข้าวเปลือกหดหายไป ทำให้ ชาวนาเสียเปรียบ กับน้ำหนักที่หายไป และยังทำให้ ข้าวสาร ที่สีออกมา จะหักท่อน อีกต่างหาก …*…

ข้าวเปลือกความชื้นที่ 14   %  เมื่อ ผ่านขบวนการสีการขัดข้าวให้ขาว เป็นเหตุให้ เมล็ดข้าวสารจะร้อน เมื่อ นำมาใส่กระสอบ ทำให้ เกิดเหงื่อข้าวออกมา จึงมัก นำข้าวสารที่ผ่านการสีใส่กระสอบไปผึ่งลม เพื่อระบายความชื้น ที่เกิดจากเหงื่อข้าว…*…

ถึงกระนั้น ความชื้นก็ยังคงหลงเหลืออยู่ในกระสอบข้าวสาร และเมื่อ เก็บไว้นานๆ จะทำให้ ข้าวสารขาว เปลี่ยนสี เป็นข้าวสารสีเหลือง  ยิ่งเก็บไว้นานต่อไป ข้าวสารจะขึ้นรา อวสานข้าวสารกระสอบนี้ก็มาถึง เปรียบขนมปังหมดอายุแล้วขึ้นรา ต้องทิ้งขนมปังขึ้นราทั้งแถว ไม่สามารถเด็ดส่วนที่ขึ้นราออก แล้วนำส่วนที่เหลือมารับประทานได้ …*…

 เช่นเดียวกันกับ ข้าวสารรับจำนำ ที่ ตกค้างอยู่ในโกดังจังหวัดสุรินทร์ ที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ คงคิดน้อยไปหน่อย ไปโชว์อีเวนท์ ทำการทดลองชิมข้าวสาร ที่ เก็บไว้นาน 10 ปี ทำให้ เม็ดข้าวสารสีเหลือง และ ขึ้นราแน่นอน แต่ ที่ยังคงเป็นเม็ดข้าวสารเต็มเม็ดอยู่ ผู้รู้ยืนยันว่า มีการอบยา เพื่อ ฆ่ามอด ทำให้ คงเป็นข้าวสารเต็มเม็ด ไม่งั้นป่นเป็นผงไปทั้งโกดังข้าวแล้ว ...*...

ข้าวสารรับจำนำ ล็อตนี้ มีประมาณ 15,000 ตัน เหลือเป็นล็อตสุดท้าย หลายปีที่ผ่านมา มีการเปิดประมูลขายข้าวออกไปบ้างแล้ว แต่ มีการทิ้งประมูล มาถึงยุค รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ก็มีการ ประกาศเปิดประมูลรอบใหม่ แต่ไม่ทันไร นายภูมิธรรม เวชยชัย ก็ชิง ประกาศยกเลิกประมูล และโชว์อีเวนท์ โชว์เปิปข้าว เป็นข่าวอื้อฉาวไปทั้งโลก โดย คู่แข่งทางการค้าข้าวไทย ได้แก่ เวียดนาม อินเดีย ใจดี เชียร์ข้าวไทยล็อตนี้ให้เป็นข่าวฟรีๆ ...*...

หยุดเตะบอลเข้าประตูตัวเองเถิดครับ ท่านชัย วัชรงค์ โฆษกรัฐบาล ออกมาแก้ต่าง แบบข้างๆคูๆ ขนาดผู้รู้ หยั่ง อาจารย์อ็อด สวมยี่ห้ออาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรการันตีว่า ข้าวสารค้าง 10 ปี ล็อตนี้อันตราย พบสารอะฟลาท็อกซิน ซึ่ง เป็นสารก่อมะเร็ง ห้ามรับประทาน ท่านโฆษกรัฐบาลชัย ยังกล้าสงสัย เป็นข้าวล็อตเดียวกันหรือไม่ และ ไปเอาข้าวล็อตไหนมาชิม ...*...

ท่านโฆษกรัฐบาลชัย วัชรงค์ คงลืมไปว่า นอกจากจะเปิปข้าวสารค้าง 10 ปี แล้ว ยังมีการแจกข้าวสาวรล็อตนี้ให้สื่อติดไม่ติดมือกลับไปหลายสำนักข่าว และ ไม่ใช่ใครที่ไหน ที่ นำข้าวสารล็อตนี้ ไปให้ อาจารย์อ๊อด พิสูจน์ตามหลักวิทยาศาสตร์ บารอน ประกาศให้ทราบ สื่อเองครับ ...*...

ที่ดีก็ต้องชม ทั่นนายกฯนิด แสดงความรู้ผิดรู้ชอบ ยอมรับผลวิจัยข้าวค้าง 10 ปี ของ อาจารย์อ๊อด ล็อตนี้ ขอให้ยุติโครงการประมูลข้าวล็อตนี้ไปก่อน ดื้อด้านต่อไป จะกลายเป็นอีกหนึ่งจุดอ่อนของรัฐบาล นะจะบอกให้...*...

ที่มา:บารอน (15/5/67)