ตามที่ นายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ได้มีการหารือในการสั่งเร่งปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติดในการจัดการประชุมขับเคลื่อนแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยได้มีการประชุมหารือกันในที่ประชุม ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
โดยทางด้าน นายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ได้มีการเปิดเผยในการประชุมขับเคลื่อนแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยอยากให้ทุกหน่วยงานได้มีการร่วมมือกันในการเร่งแก้ไขปัญหาและปราบปรามยาเสพติดทั้งยาบ้าที่ยังมีความคลุมเครือในส่วนของโทษและข้อหาเดิมซึ่งต้องวาระที่ต้องมีการปรับแก้ไขเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและความห่วงใยในเรื่องของโทษของยาเสพติดที่จะมีผลต่อเด็กและเยาวชน
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ยังได้มีการหารือกับร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีถึงการปราบปรามยาเสพติดประเภทต่างๆ โดยอีกหนึ่งในอีกสิ่งที่นายกได้มีการหยิบหยกมาหารือคือเรื่องกัญชาขอให้กระทรวงสาธารณสุขแก้ไขประกาศกระทรวง
โดยดึงกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดประเภท 5 และเร่งออกกฎกระทรวงอนุญาตให้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น ซึ่งก็ได้มีการสั่งการอีกหนึ่งส่วนในเรื่องของการยกระดับประสิทธิภาพการบำบัด ซึ่งในกรณีหากกัญชาถูกนำกลับไปไว้ในบัญชียาเสพติดประเภทที่ 5 อีกครั้ง ก็อาจจะเกิดผลกระทบต่างๆตามมาทั้งในเรื่องของผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับกัญชา
ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 พ.ค.67 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ เมืองพัทยา ชลบุรี ตรวจสอบบริเวณร้านกัญชา โดยพบว่าผู้ประกอบการที่เปิดร้านกัญชาภายในมีเป็นจำนวนมาก ที่มีการมาขอใบอนุญาตเปิดประกอบกิจการร้านกัญชา และหลังจากรัฐบาลจะมีการปรับแก้กฎหมาย ใหม่นี้ด้านผู้ประกอบการเองหวั่นผลกระทบ ที่จะตามมาและอาจจะต้องสูญเสียทรัพย์สินที่ลงทุนเปิดร้านขายกัญชาด้วยนั้น
โดยนายแบงค์ พนักงานของร้านขายกัญชา ที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้กับวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้ ได้มีการเปิดเผยในมุมมองของพนักงานคนนึงว่าทางผู้ประกอบการหรือร้านค้าก็คงจะเกิดความเสียหายต่างๆตามมาเพราะได้มีการลงทุนไปแล้วหลายล้านทั้งการนำเข้าอุปกรณ์ต่างๆ การเซ็นสัญญาผูกมัดกับฟาร์มกัญชา โดยทางร้านก็มีใบอนุญาตถูกต้อง ซึ่งก็ควรมีการจัดระเบียบให้ถูกต้องทั้งนี้ลูกค้าส่วนใหญ่ก็เป็นลูกค้าต่างชาติเพราะอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว หากกฎหมายข้อนี้มีการแก้ไขจริงก็คงจะมีผลกระทบเป็นโดมิโน่โดยกระทบกับหลายๆส่วน หากผู้ประกอบการได้รับผลกระทบก็คงจะมีผลกระทบต่อพนักงานที่ต้องโยกย้ายงานย้ายอาชีพต่อไป
น.ส.จุฑาทิพย์ พนักงานร้านกัญชาแห่งหนึ่ง บอกกับผู้สื่อข่าวว่า สำหรับร้านกัญชาเองถือว่าได้รับผลกระทบเต็มๆ ชึ่งรู้กันดีว่าหากปรับให้ผิดกฎหมายเป็นที่แน่นอนเลยว่าทางร้านเองต้องปิด แต่ทางร้านเองก็อยากจะรู้ด้วยว่าทางรัฐบาลเอง จะมีการปรับมาตรการให้ผู้จำหน่ายได้ปรับรูปแบบไหนบ้างและผู้ประกอบการที่เปิดร้านไปแล้ว ชึ่งในเมืองไทยเองถือเป็นพื้นที่มีผู้ประกอบการร้านกัญชาเป็นจำนวนมากหรือทางรัฐบาล จะช่วยเล็งเห็นถึงการปรับลดหย่อนให้กับผู้ประกอบการร้านกัญชาหรือไม่อย่างไรนั้น ต้องรอดูผลที่ตามมาภายหลังและดูการจัดระเบียบ โดยทางร้านเองส่วนใหญ่ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการจะเป็นชาวต่างชาติและจะไม่จำหน่ายให้กับเยาวชน โดยจะมีการตรวจสอบทุกครั้ง หลังจากที่มีผู้เข้ามาใช้บริการและอยากให้คำนึงถึงผู้ประกอบการที่เปิดร้านลงทุนลงแรงไปแล้ว ต้องทำอย่างไรถ้ามีการปรับเปลี่ยนเป็นที่แน่นอนว่าร้านต้องปิดและอยากให้ รัฐบาลเร่งแก้ไขถึงผลกระทบ ที่อาจจะตามมาภายหลังด้วย
ในขณะที่ผู้สื่อข่าวก็ได้ทำการสัมภาษณ์กับพี่น้องประชาชนทั่วไปถึงความคิดเห็นในเรื่องของนโยบายที่กัญชากำลังกลับไปสู่ในหมวดของยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 ว่ามีความคิดเห็นอย่างไร โดยที่ทางด้านของลุงแตผู้ที่ประกอบอาชีพค้าขายที่บริเวณชายหาดพัทยาก็ได้มีการว่าตนเองรู้สึกเห็นด้วยกับการแก้ไขเพราะว่าได้พบผู้ใช้กัญชาในทางที่ผิดกันเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะเยาวชนที่ได้เคยพบเจอ ในส่วนนี้ลุงแตได้มีการเปิดเผยถึงความเป็นห่วงไม่อยากให้เยาวชนยุ่งเกี่ยวเพราะอาจจะเกิดอันตรายที่จะส่งผลกระทบต่ออนาคตของน้องๆเยาวชนที่จะต้องเติบโตไปเป็นอนาคตคนรุ่นใหม่ของประเทศต่อไป