- โฆษณา -

ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น 1 ล้านคน!! ส่องทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายแรงงานสูงวัย ทิศทางจะเป็นแบบไหนในอนาคต?

คุณภาพชีวิต1 พ.ค. 2567 • 02:42 น.
ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น 1 ล้านคน!! ส่องทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายแรงงานสูงวัย ทิศทางจะเป็นแบบไหนในอนาคต?

ปี 2567 จะเป็นปีแรกที่ประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 60 ปี เพิ่มขึ้น 1 ล้านคน และคาดว่าในปี 2576 ไทยจะมีผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปี สูงถึง 28% ซึ่งจะก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอด (Super-Aged Society) หมายถึง สังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป เกินกว่า ร้อยละ 28 ของประชากรทั้งประเทศ หรือเป็นสังคมที่มีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป เกินกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด

ที่ผ่านมาภาครัฐได้ออกมาตรการณ์เพื่อรับมือกับสังคมสูงวัยหลากหลายมิติ ยิ่งในด้านเศรษฐกิจและสังคม ประเทศไทยเริ่มมีนโยบายเพิ่มระยะเวลาการเกษียณอายุคนทำงาน เช่น จากเดิม 60 ปี เพิ่มเป็น 65 ปี, การสนับสนุนให้บริษัทจ้างงานผู้สูงอายุ, เพิ่มทักษะและการจัดหางานให้เหมาะสมกับแรงงาน, ยกระดับคุณภาพชีวิต รวมถึงวางระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุ ฯลฯ

จากสถานการณ์ประชากรสูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนี้เอง ที่ทำให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของการสร้างสังคมแห่งการทำงานของผู้สูงอายุในอนาคต ตั้งคำถามและชวนทุกคนออกแบบ ‘งานที่ใช่ งานแบบใด ที่ผู้สูงอายุต้องการ’ ร่วมกันในเวทีสาธารณะ “ดีต่อใจวัยเกษียณ Job แฟร์ - งานของคนชำนาญการ” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ (สำนัก 9) สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่าย กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ThaiPBS) เป็นต้น ในการร่วมขับเคลื่อนงานผู้งอายุ

- โฆษณา -

แรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กล่าวถึงบทบาทของกรมกิจการผู้สูงอายุ ต่อการสร้างอาชีพ สร้างรายได้หลังวัยเกษียณเพื่อรับสังคมสูงวัยว่า คนอายุมากกว่า 60 ปี ปัจจุบันมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น และเตรียมพร้อมอย่างดีในการวางแผนสูงอายุ ที่สำคัญคือทุกคนพร้อมที่จะทำงาน โดยรู้รับปรับตัวกับบริบทยุคสมัยรอบตัวที่เปลี่ยนไป

“ที่ผ่านมาเราจะพบว่า ต่อให้อายุ 60 ปี แต่ก็ยังมีรายได้ ทั้งเกิดการจากที่ภาครัฐเราทำงานอย่างเข้มข้น และภาคเอกชนที่ร่วมกันผลักดันและสนับสนุนเชิงนโยบาย  ตัวอย่าง การสนับสนุนให้บริษัทจ้างงานผู้สูงอายุ นอกจากนั้น ภาครัฐได้เริ่มตั้งศูนย์บริการจัดหางานผู้สุงอายุ เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีงานทำและมีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทที่จ้างผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ในขณะเดียวกันก็เพิ่มทักษะด้านเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้สูงอายุรู้เท่าทันกระแสที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของโลกและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ”

รัฐบาลทำงานกับหลายภาคส่วนอย่างเข้มข้น ในเชิงนโยบายและโครงสร้าง แต่สิ่งที่สำคัญมาก ๆ ที่อยากชวนทุกคนทำงานไปด้วยกันคือ การเปลี่ยนมุมมองเห็น “ผู้สูงอายุเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีค่า มีทั้งภูมิปัญญา ความชำนาญการ และมีพลังมากกว่ามองว่า ผู้สูงอายุคือวิกฤกตของประเทศ”

​แม้ 60 ก็เปลี่ยนได้และเรียนรู้ได้ ประสบการณ์ของของ ป้าจูลี่ - จารีรัตน์ จันทร์ศิริ เจ้าของเพจคุณยายจูลี่มีสาระ ยูทูบเบอร์สาย Health & Beauty วัย 60 ปี ที่รู้รับปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี แม้จะเป็นเรื่องยาก แต่ป้าจูลี่ก็มองเห็นโอกาสในการสร้างรายได้ให้แก่ตนในวัยเกษียณเช่นเดียวกัน

​“สมัยที่เป็นมัคคุเทศก์ เรามั่นใจมากว่าอาชีพนี้แหละจะเป็นอาชีพหลักล่อเลี้ยงเราไปตลอดชีวิต ตอนนั้นเวลาลูกค้าชาวต่างชาติ ถามเราว่ารู้จัก E-mail ไหม? เราคิดเลยว่ามันไม่จำเป็นหรอก โลกจะหมุนก็หมุนไป เรามีความสุขกับปัจจุบันดีที่สุดแล้ว แต่วันหนึ่ง วันที่เรารู้ว่าโลกมันหมุนเร็วมาก จนเราตามไม่ทัน เราจะหยุดอยู่ที่ตรงนั้นไม่ได้ และเริ่มคิดว่าอาชีพที่เราเชื่อมั่นว่ามั่นคงอาจไม่ได้มั่นคงแล้วตามยุคนสมัย แก่แล้วจะทำอย่างไร เพราะอาชีพไกด์ต้องใช้แรง ขึ้นเขาลงหวย เริ่มมามองโลกปัจจุบัน ว่าโลกไปถึงไหน และเริ่มหันมาคุยกับลูก”

​ป้าจูลี่เริ่มต้นจากการเรียนรู้จาก Hi5 ใช้วิธีการถามลูก ให้ลูกสอนจนถึงยุค Facebook เริ่มทำ YouTube บันทึกและแบ่งปันเรื่องราวที่มีประโยชน์ให้คนอื่น ตั้งแต่ไม่มีรายได้ จนเริ่มมีผู้ติดตาม และสร้างรายได้ในที่สุด

​“เราดึงความชำชาญของเราออกมา เราถนัดเรื่องอะไร สนใจและรู้เรื่องอะไรก็มาแบ่งปันให้คนอื่นรู้ เริ่มจากการเป็นผู้ให้ก่อน แล้วผลลัพธ์อื่น ๆ ก็จะตามมา” ป้าจูลี่ทิ้งท้าย
​ในขณะเดียวกันการทำงานขับเคลื่อนสังคมสูงอายุ นอกจากมุมสูงอายุแล้ว ยังมีกลไกของชุมชน โดยมีคนรุ่นใหม่อย่าง มะเหมี่ยว - ปิลันธน์ ไทยสรวง ผู้ก่อตั้งแบรนด์ภูคราม จ.สกลนคร ที่ตั้งใจและทุมเทในการดึงศักยภาพ ภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ธุรกิจที่สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน

​“เหมี่ยวใช้เวลา 10 ปี ในการทำงานกับชุมชน นำประสบการณ์ที่เราเรียนรู้จากข้างนอกกลับมาทำงานที่บ้าน เจอคนทุกเพศทุกวัย ปู่ย่า ตายาย ลุงป้าน้าอา โดยทำผ่านงานผ้า สิ่งแวดล้อม และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพราะเชื่อว่าคนที่เก็บสุดยอดความรู้และภูมิปัญญาดีที่สุดคือ ป้า ๆ ยาย ๆ เริ่มจากเข้าไปเรียนรู้ เรื่อยมากจนเริ่มเห็นผลเมื่อเข้าสู่ปีที่ 8”

​การทำงานชุมชนไม่ใช่เพียงแค่การทำงานผ่านโปรดักส์ แต่เป็นการทำกระบวนการที่ยาวนานในการสร้างการมีส่วนร่วม รับฟังและเข้าใจความต้องการของชุมชน โดยเป้าหมายคือ การที่ทำให้ชุมชนเห็นคุณค่าของตนเอง รับรู้และภูมิใจในภูมิปัญญาที่สามารถเปลี่ยนเป็นมูลค่าได้ ซึ่งไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนเชิงโครงสร้างรูปธรรมเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการทำงานเปลี่ยนโครงสร้างภายในใจด้วย

ด้าน แสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ชี้ให้เห็นถึงแนวทางในการเสริมทักษะสู่การเป็นผู้ประกอบการในวัยเกษียณ การปรับตัวเป็นสิ่งสำคัญ มีการสำรวจออกมาว่า ผู้สูงอายุที่มีความต้องการพัฒนาสู่แรงงานมีฝีมือและต้องการทักษะเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งมีมากถึง 4 แสนราย

​“อยากชวนทุกคนทำงานร่วมกันผ่าน 5ส ในการขับเคลื่อนเรื่องงานของผู้สูงอายุ ที่ต้องทำงานร่วมกัน และส่งผลได้ในระยะยาว ส 1 สุขภาพ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ สุขภาพกายใจดี สิ่งอื่นที่ดีก็จะตามมาเช่นกัน ส 2 สภาพแวดล้อม และที่อยู่อาศัย บ้านดี เอื้อต่อการใช้ชีวิต ส 3 สังคม ที่ยอมรับผู้สูงอายุในการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม ส 4 เศรษฐกิจ หน่วยงานทุกส่วนต่างทำ ทั้งในเชิงโครงสร้างนโยบาย เอกชนพัฒนาผีมือแรงงานอย่างเข้มข้น และมองว่าแรงงานสูงวัยเป็นกำลังหนึ่งที่สำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ และ ส 5 สร้างสรรค์ ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการขับเคลื่อนของตัวเองให้มีความยั่งยืนต่อไป” แสงชัยกล่าว

​สังคมสูงวัย เป็นเรื่องที่ต้องคุยกันต่อเนื่อง สมเกียรติ จันทรสีมา ผู้อำนวยการสำนักเครือข่ายสื่อสาธารณะและการมีส่วนร่วม องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ThaiPBS) ชี้ให้เห็นถึงบทบาทสื่อในการทำงานสื่อสารเรื่องสังคมสูงวัย ไม่เพียงแค่เรื่องการพัฒนากำลังฝีมือแรงงาน แต่ก็ยังรวมถึงการขับเคลื่อนและทำงานกันต่อในมิติอื่น ๆ เพื่อให้เหล่าผู้สูงวัยมีหลักประกันทางสังคมภายใต้การทำงาน รวมถึงทำงานร่วมกันของกับวัยอื่น ๆ อย่างมีความสุข ซึ่งเป็นทิศทางใหญ่ของสังคมโดยมีรัฐบาลเป็นแกนหลัก ร่วมกับภาคีเครือข่ายในการทำงานเรื่องนี้ต่อไป