บิ๊กโจ๊กยืนยันความบริสุทธิ์ เผยไม่รู้สึกกังวลปมตกแต่งบัญชีทรัพย์สิน เชื่อไม่นานความจริงปรากฏ  ปฎิเสธต่อสายตรงคุย ผบ.ตร. ด้าน บิ๊กต่อบอก ไม่ได้กลั่นแกล้ง ชี้หมายเรียกเป็นคนละคดีกับปปช.รับวินิจฉัย ขู่ออกหมายจับ หากบิ๊กโจ๊ก"ไม่มาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกครั้งที่สอง เชื่อทำคดีจบก่อนเกษียณพ้นเก้าอี้ผบ.ตร.

     เมื่อวันที่ 18 มี.ค.67 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีถูกออกหมายเรียก โดยพนักงานสอบสวนจากสน.ทุ่งสองห้อง นำหมายมาติดไว้หน้าบ้านพักเมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่า ไม่ทราบรายละเอียดเรื่องหมายเรียกอะไรทั้งสิ้น ได้ฟังแต่จากข่าว ก็ยังไม่รู้เรื่องรายละเอียดอะไร ต้องรอกลับกรุงเทพฯ ก่อน
   

 ส่วนที่ผบ.ตร.ได้มอบหมาย พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานสอบวินัยพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หลังถูกหมายเรียกในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงิน และสมคบการฟอกเงินนั้น นั้น  ตนยังไม่ทราบเหมือนกัน แต่ในเรื่องคดี ได้มอบหมายทนายความไปหมดแล้ว ทุกอย่างต้องว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม ตนเองมั่นใจว่า ไม่ได้ทำอะไรผิด ทุกอย่างว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม และต้องพิสูจน์ไปตามกระบวนการของกฎหมาย
   

 ไม่ได้กังวล เราทำหน้าที่ตามปกติ วันนี้ก็ต้องทำหน้าที่ดูแล รักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ ให้เกิดความเรียบร้อย เพราะมาต่างจังหวัดก็มีปัญหามากมาย ที่มีเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านมา ทั้งถูกฉ้อโกง ต้องใช้กำลังและสมอง แก้ปัญหาให้ชาวบ้านดีกว่า ส่วนเรื่องคดีความ มั่นใจในกระบวนการยุติธรรม และเชื่อมั่นว่าไม่ได้ทำผิด
   

 ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีไฟเขียวให้ตรวจสอบคดีนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ทุกอย่างว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม ผิดคือผิด ถูกคือถูก ไม่มีอะไรให้หนักใจ ส่วนที่การสอบสวนสาวไปถึงเจ้าหน้าที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องในการตกแต่งบัญชีทรัพย์สินนั้น  เรื่องคดีวันนี้ก็ให้ตรวจสอบ แต่การตรวจสอบนั้นก็ต้องชอบธรรม และเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย อำนาจของการสอบสวน อะไรก็ตามวันนี้ตนเองพร้อมให้การตรวจสอบ เดี๋ยวสักพักความจริงจะปรากฏออกมาเอง ซึ่งบัญชีทรัพย์สินของตนได้รายงาน ป.ป.ช.อยู่ตลอด สำหรับข่าวเรื่องตกแต่งบัญชี เรื่องนี้ทนายจะเป็นผู้ชี้แจงเอง แต่วันนี้ตนขอทำงานก่อน
 

   เมื่อถามว่า ได้โทรศัพท์หา พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. เป็นการส่วนตัว หลังถูกตำรวจออกหมายเรียกหรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์บ่ายเบี่ยง และบอกว่า ไม่ขอพูดเรื่องนี้
 

   ด้าน  พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. เปิดเผยกรณีพนักงานสอบสวนออกหมายเรียก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. ให้มารับทราบข้อกล่าวหา "เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงินและ สมคบฯ ฟอกเงิน" ในคดีเว็บพนันออนไลน์ "BNKMaster"  ว่า กรณีนี้ในทางพนักงานสอบสวนเป็นไปตามขั้นตอน โดยมี พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เป็นผู้รับผิดชอบ และตนทราบเรื่องในทางพฤตินัยแล้ว แต่เอกสารหมายเรียกของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ที่พนักงานสอบสวนต้องส่งมาที่ตน ขณะนี้ยังไม่มาถึง แต่คาดว่าจะได้รับวันนี้ และขอกลับไปตรวจสอบก่อน แต่ไม่มีผลทางคดี ซึ่งรายงานในฐานะผู้บังคับบัญชาเท่านั้น
   

 พล.ต.อ.ต่อศักด์ กล่าวยืนยันว่า ไม่ได้กลั่นแกล้ง ทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐาน ซึ่งเมื่อวานนี้เป็นการออกหมายเรียกครั้งที่ 1 ที่มีกำหนดให้ไปรายงานตัวในวันที่ 21 มี.ค.นี้ ที่สน.เตาปูน ซึ่งเป็นไปตามสิทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหาว่าจะเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาหรือไม่ แต่ถ้าหากออกหมายเรียกครบ 2 ครั้ง แล้วยังไม่ไปรับทราบข้อกล่าวหา ขั้นตอนต่อไปพนักงานสอบสวนก็จะพิจารณาออกหมายจับ
   

 สำหรับกรณีที่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ระบุการออกหมายเรียกมิชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากการสอบสวนไม่ถูกต้อง เพราะพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจ เนื่องจากสำนวนคดีอยู่ที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าวว่า คดีที่ป.ป.ช. ตรวจสอบเป็นคดีเว็บพนันมินนี่ ซึ่งเป็นคนละส่วนกับคดี BNK Master ในพื้นที่ สน.เตาปูน แต่ก็คดีนี้ถือเป็นสิทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหา สามารถปฏิเสธหรือโต้แย้งได้
   

 ส่วนการตั้งหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดี BNK Master ในพื้นที่ สน.เตาปูน คดีนี้แยกออกจากคดีเว็บพนันออนไลน์ของมินนี่ที่สำนวนส่งไปที่ ป.ป.ช.โดยมี พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผบ.ตร. เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน ที่แต่งตั้งมาตั้งแต่อดีต ผบ.ตร. คนก่อน
   

 ทั้งนี้ หากพล.ต.อ.สุรเชษฐ์บริสุทธิ์ก็คือบริสุทธิ์ ส่วนคดีนี้ยืนยันว่ายังไม่มีการแต่งตั้งหัวหน้าพนักงานสอบสวนตามที่เป็นข่าว โดยจะกลับไปพิจารณาว่าการตั้งหัวหน้า พนักงานสอบสวนไม่จำเป็นต้องเป็นพลตำรวจเอก เนื่องจากจะเป็นข้อครหา เพราะแต่ละคนก็เป็นแคนดิเดตที่ชิงตำแหน่ง ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็จะต้องส่งกลับไปที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลเป็นผู้พิจารณา
   

 ส่วนหมายเรียกอีกหนึ่งฉบับที่พนักงานสอบสวนส่งไปให้ตนเองในฐานะผู้บังคับบัญชาทราบ สำนักงานกฎหมายและคดี (กมค.ตร.) จะมีการรายงานให้ทราบในช่วงบ่ายวันนี้ ซึ่งตามขั้นตอนหากพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ถูกออกหมายเรียกและถูกออกหมายจับก็จะต้องมารายงานตัวในฐานะต้องคดีอาญา หลังจากนั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อมีผลก็จะสั่งให้พักราชการ โดยเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวจะแล้วเสร็จก่อนที่ตนจะเกษียณอายุราชการภายในเดือนก.ย.นี้
     

สำหรับที่ทนายความของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์จะออกมาแฉเส้นทางการเงิน โดยอ้างว่าจะสะเทือนไปทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น ถ้าพยานหลักฐานถึงใครก็ต้องรับสภาพหากชี้แจงไม่ได้ รวมถึงถ้าเส้นเงินถึงตนก็ต้องรับสภาพเช่นเดียวกัน ซึ่งพยานหลักฐานทุกอย่างพิสูจน์ได้ตามวิทยาศาสตร์ และมองว่าสำนักงานแห่งตำรวจแห่งชาติจะแตกได้อย่างไร จะต้องดำรงอยู่ไว้ ส่วนใครจะผิดก็ว่าไปตามความผิด
 

   ส่วนประเด็นที่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ลงพื้นที่จ.เชียงใหม่ เพื่อติดตามภารกิจของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตนมองว่าเป็นหน้าที่ของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์อยู่แล้ว เพราะดูแลงานด้านความมั่นคง