วันที่ 5 ก.พ.2567 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ หลักสี่ กทม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมีนายทรงศักดิ์ ทรงศรี นายชาดา ไทยเศรษฐ์ และนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวง มอบนโยบายต่อผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
โดยนายอนุทิน กล่าวมอบนโยบายโดยเน้นย้ำถึงการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ในช่วงเวลาต่อจากนี้ว่า 1.ให้ทุกภาคสนับสนุนกิจกรรมมหามงคล ปี 2567 ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 2.กระทรวงมหาดไทยมุ่งเทิดทูนไว้ซึ่ง 4 สถาบันหลักของชาติไทย อันประกอบด้วย สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน 3.quick win การแก้ปัญหายาเสพติด 4.การจัดระเบียบสังคม
5.การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ 6.การขับเคลื่อนพลังงานสะอาด น้ำสะอาด และอากาศสะอาด 7.การส่งเสริมผลิตภัณฑ์ OTOP และการสนับสนุนส่งเสริมการประกอบอาชีพของประชาชน 8.การรับมือภัยแล้ง 9.ขอให้มีเจตนารมณ์ในการทำงานด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต ใช้ระบบคุณธรรมในการปฏิบัติราชการ 10.การปราบปรามทุจริตคอรัปชั่น
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า สำหรับกระทรวงมหาดไทยต้องมีทีมเวิร์คไม่เพียงแต่ในหน่วยงานภายในเท่านั้น แต่ยังต้องสามารถประสานและบูรณาการข้ามหน่วยงาน เพราะหลายภารกิจต้องใช้ความร่วมมือของทุกภาคส่วนจึงจะสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปราบผู้มีอิทธิพล หรือการแก้หนี้นอกระบบ
ดังนั้นขอให้ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยทุกคนยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ความโปร่งใส และมีความกล้าหาญที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องอยู่เสมอ เรายึดหลักคุณธรรม ถ้าถูกต้อง เราจะปกป้องท่าน ความดี จะปกป้องท่าน
“บางทีมันมีข่าวเรื่องแก๊งตบทรัพย์เข้ามา ก็อาจจะกระทบกับขวัญกำลังใจของท่าน แต่ผมขอย้ำว่า เขาทำอะไรเราไม่ได้ ถ้าเราทำทุกอย่างบนความสุจริต” รมว.มหาดไทย กล่าว
นายอนุทิน ยังกล่าวถึงความโปร่งใสในกระบวนการสอบคัดเลือก และรับบุคลากรเข้าทำงานว่า จะต้องไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง ขอกำชับหัวหน้าส่วนราชการ ต้องป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น ขณะเดียวกัน ตนขอเน้นย้ำในเรื่องของการการสร้างจิตสำนักประชาชนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องให้ความสำคัญในการส่งเสริมการสอนวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทย ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น การปลูกฝังจิตสำนึกความเป็นไทย ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยม รวมถึงการสอบคัดเลือกข้าราชกานของส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ต้องมีการบรรจุเรื่องราวเหล่านี้ในกระบวนการสอบคัดเลือก
นายอนุทิน กล่าวว่า อีกเรื่องสำคัญคือการปราบปรามทุจริตคอรัปชั่น กระทรวงมหาดไทย รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง ต้องเฝ้าระวังตั้งแต่การรับบุคลากรเข้าทำงาน การบรรจุ แต่งตั้งทุกระดับ ต้องไม่มีการซื้อขายตำแหน่งในกระทรวงมหาดไทย "ประกาศสงครามกับการซื้อขายตำแหน่ง" การบรรจุข้าราชการ และคัดเลือกบุคลากร เจ้าหน้าที่ ต้องพิจารณาความสามารถ ทัศนคติ จิตสำนึกความเป็นไทย รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และรู้คุณค่าประวัติศาสตร์ชาติไทย รวมถึงประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นตนเองให้เป็นมาตรฐานว่า คนกระทรวงมหาดไทย จะต้องมีทั้งความรู้ความสามารถ มีประสิทธิภาพ และความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้ง
“ผมขอให้ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยทุกท่านมีเจตนารมณ์ในการทำงานด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต ทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายประจำยึดการใช้ระบบคุณธรรมในการปฏิบัติราชการ มีความกล้าหาญที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องอยู่เสมอ ไม่หวั่นไหวกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย ผมจะสนับสนุนการทำงานของข้าราชการที่ยืนหยัดทำงานในสิ่งที่ถูกต้อง” นายอนุทิน กล่าว
รมว.มหาดไทย กล่าวว่า อีกนโยบายที่ยังต้องเน้นหนักให้ความสำคัญขับเคลื่อนต่อเนื่องคือ การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติ การจัดระเบียบสังคม ขอให้ทุกหน่วยงานให้ประสานงานด้านการข่าวกันอย่างเข้มข้น ระหว่างหน่วยงานทั้งในพื้นที่และส่วนกลางต่อไปนะครับ สถานบันเทิงต้อง "ไม่มีเด็ก ไม่มีปืน ไม่มียาเสพติด " และปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อเป้าหมายสำคัญ คือสังคมปลอดภัย ทางด้านการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ให้ยึดเป้าหมายหลักคือการช่วยลดความเดือดร้อนให้ประชาชนทั้งผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนในฐานะลูกหนี้และเจ้าหนี้ ซึ่งต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่ทำให้ภารกิจนี้ดำเนินไปได้อย่างน่าพอใจ โดยเฉพาะการจัดโครงการตลาดนัดแก้หนี้ ซึ่งเป็นช่องทางให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมแก้ปัญหา
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ขอให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนพลังงานสะอาด น้ำสะอาด และอากาศสะอาด ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้ง Solar Cell / Solar Rooftop หรือการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในหน่วยงานราชการ ในเรื่องน้ำสะอาด ให้ขับเคลื่อนการพัฒนาระบบประปา ให้สามารถผลิตน้ำประปาสะอาดดื่มได้ ควบคู่กับการให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดมลพิษจากแหล่งกำเนิด และขอให้เตรียมพร้อมรับกับปัญหาภัยแล้งที่ปีนี้คาดว่าสถานการณ์จะแล้งมากกว่าปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ขอให้ทุกส่วนราชการให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 และ พ.ศ.2568 อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากทั้ง 2 ปีมีช่วงการใช้จ่ายที่ทับซ้อนกันอยู่ เป็นเม็ดเงินงบประมาณจำนวนสูง หากมีการใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพจะสามารถส่งผลกระทบเชิงบวกต่อระบบเศรษฐกิจประเทศและส่งผลต่อเนื่องไปถึงปี 2569 ได้