วันที่ 19 ม.ค. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากการเข้าร่วมประชุม World Economic Forum (WEF) 2024 ตั้งแต่วันที่ 15-19 ม.ค.นี้ ว่า ทั้ง 3 วัน ได้มีโอกาสเจอนักลงทุน และผู้นำประเทศต่างๆจากหลายประเทศในทุกมิติ ทั้งนี้ ได้มีโอกาสพูดคุยกับน.ส.วิโอลา อัมแฮร์ท ประธานาธิบดีสวิตเซอร์แลนด์ ในเรื่องของการค้าขาย ซึ่งเข้าใจว่าประเทศไทยเป็นผู้ค้าที่สำคัญ และมีการดูแลประชาชนซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี ส่วนเรื่องธุรกิจใหญ่ๆ ก็เป็นที่ประจักษ์อยู่แล้วและเป็นการตอกย้ำอย่าง ไมโครซอฟท์ หรือกูเกิล เองก็ตาม ที่เกี่ยวกับดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งทางกูเกิล เองก็ได้ให้ความมั่นใจว่าจะลงทุนเยอะมาก ก็จะเป็นขั้นตอนไป นอกจากนี้ ยังเจอกับบริษัทยักษ์ใหญ่เยอะไปหมด ซึ่งทุกคนที่ไปก็มีความมุ่งมั่น ในการพบปะพูดคุย และถือเป็นอีกเวทีที่ได้มีโอกาสเจอกับสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และความจริงก็ไม่ได้นัดไว้ แต่พอดีใกล้รับประทานอาหารเที่ยง ตนจึงส่งข้อความไปหาท่าน จึงได้มีการพบกัน และได้มีการตอกย้ำการแก้ไขปัญหา PM2.5 ซึ่งได้มีการสั่งการไปยังทุกหน่วยงานของทั้ง 2 ประเทศเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยถึงเรื่องการเดินทางเยือนประเทศไทยในวันที่ 7 ก.พ.นี้ ว่าจะมีการหารือในประเด็นอะไรบ้าง 

 

นายกฯ กล่าวต่อว่า ถือได้ว่าการประชุม WEF ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีและมีการต่อยอด และความจริงแล้วอยากให้รัฐมนตรีหลายท่านไปด้วย แต่ด้วยเมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส  เป็นเมืองเล็ก หาที่พักลำบากมาก  ตนจึงได้พูดคุยกับประธานWEF  ว่าปีหน้าอยากให้มีการจัดสรรห้องพักให้กับประเทศไทยเยอะขึ้น เพื่อจะได้เอารัฐมนตรีไปได้หลายท่าน จะได้เปิดห้องอีกห้องหนึ่งไว้สำหรับการพบปะหารือให้ได้มากขึ้น  แต่ความจริงแล้วก็ว่าถือเป็นสถานที่จำกัดบริเวณ ทำให้มีการพบปะกันได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องดีได้มีการนำเรื่องที่พบปะหารือกันไปต่อยอดได้ 

 

เมื่อถึงกรณีที่ Sultan Ahmed bin Sulayem ประธานกลุ่มบริษัท และผู้บริหารของบริษัทดูไบ พอร์ต เวิลด์  (DP World) ให้ความสนใจโครงการแลนด์บริดจ์ นายกฯ กล่าวว่า  ใช่ครับ  เขามีความสนใจ เพราะเขาบริหารท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรีอยู่แล้ว คนที่มาเจอก็เป็นCEO  ซึ่งเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นดูจากสายตาแล้ว และพูดคุยแล้วมีความเข้าใจประเทศไทยและรักประเทศไทย

และเป็นคนที่กษัตริย์ของดูไบให้ความมั่นใจ ไว้วางใจสูงมากก็มีการเชิญมาพูดคุยกันในเดือนหน้า เพื่อไปดูสถานที่ โดยกระทรวงคมนาคมเป็นเจ้าภาพ นอกจากนี้ได้พบกับ Mr. Adani ประธานของ Adani Group ซึ่งทุกคนทราบดีอยู่อยู่แล้วว่าเขาเป็นมหาเศรษฐีอันดับต้นๆของโลก ซึ่งโชคดีได้มีโอกาสได้เจอ ซึ่งเขาบริหารสนามบินอยู่หลายสนามบินในประเทศอินเดีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองรอง ก็เป็นที่ประจักษ์ดีว่าเขาก็อยากบินเข้ามาในเมืองรองของไทยเยอะ ตนก็ได้พูดคุยตอกย้ำเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศ ว่าอยากให้มีการกำหนดระยะเวลาเข้าออกของสายการบินเพิ่มมากยิ่งขึ้น ระหว่าง 2 ประเทศ Mr. Adani ให้ความมั่นใจว่าเดี๋ยวจะไปช่วยพูดให้ และจะพยายามเปิดการกำหนดระยะเวลาเข้าในไทยให้เข้ามาท่องเที่ยวในไทยได้มากยิ่งขึ้น ส่วนเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ เขาสนใจมาก เพราะเขาเองกับอินเดียมีการทำเรื่องโลจีสติการเชื่อมต่อตะวันออกกลาง ตรงนี้เป็นการต่อจิ๊กซอว์ในภาพครบ และเข้าใจว่าเดือนก.พ. Mr. Adani จะเดินทางมาดูพื้นที่จริงด้วย

 

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านและหลายฝ่ายมองว่าโครงการแลนด์บริดจ์ไม่คุ้มทุน รัฐบาลยังยืนยันเดินหน้าโครงการต่อได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ไม่ว่าจะทำเรื่องอะไรก็ตามก็ต้องมีคนที่ไม่เห็นด้วย หรือให้ข้อ คิดเตือนสติรัฐบาล ซึ่งเราก็ต้องระมัดระวังในเรื่องพวกนี้ ถือเป็นเรื่อง ต่อธรรมดา ยืนยันเดินหน้าต่อ“

 

นายกฯกล่าวว่า ตนเดินทางกลับด้วยเครื่องบินพาณิชย์สายการบินสวิสอินเตอร์เนชันแนลแอร์ไลน์ แต่ขาไปเดินทางสายการบินไทย  เนื่องจากการบินไทยออกเร็วจึงต้องมาใช้สายการบินพาณิชย์ของสวิส จึงได้มีโอกาสไปใช้เลาจน์ของเขา ต่างจากของเรายังไง มีข้อดีข้อที่ต้องปรับเป็นอย่างไร และจากที่ตนเดินสนามบินซูริค ซึ่งก็พอจะเห็นข้อแตกต่างของเค้าและของเรา ก็จะนำไปปรับปรุงแก้ไข

 

ผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯจะเข้าทำเนียบรัฐบาลต่อหรือไม่ โดยนายกฯตอบกลับว่า  “ คุณแม่ไม่สบายจะข ไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลก่อน และจะเข้าทำเนียบรัฐบาล”

 

จากนั้นผู้สื่อข่าวสอบถามว่านายกฯเสียงไม่ค่อยดี นายกฯ กล่าวว่า “ เป็นหวัดนิดหน่อย”