วันที่ 10 พ.ย. 66 เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ โฆษกระธานสภาฯ แถลงว่า ผลงานการประชุมสภาฯ ระหว่างวันที่ 3 ก.ค.ถึงวันที่ 30 ต.ต.สมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง มีการประชุมสภาฯ รวมจำนวน 27 ครั้ง และมีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา 5 ครั้ง ดังนี้ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ร่างพระราชบัญญัติบรรจุระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อรอการพิจารณา จำนวน 1 ฉบับ รอการบรรจุระเบียบวาระการประชุมสภาฯ (อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติ ตามรัฐธรรมนูญ ฯ มาตรา 77) จำนวน 23 ฉบับ อยู่ระหว่างการพิจารณาให้คำรับรองของนายกฯ เนื่องจากเป็นร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวด้วยการเงิน 26 ฉบับ ผู้เสนอขอถอน จำนวน 5 ฉบับ อยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ 2 ฉบับร่างพระราชบัญญัติที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเสนอตามหมวด 3 หรือหมวด 5 ของรัฐธรรมนูญ บรรจุระเบียบวาระการประชุมสภาฯ เพื่อรอการพิจารณา 3 ฉบับ อยู่ระหว่างการพิจารณาให้คำรับรองของนายกฯ เนื่องจากเป็นร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวด้วยการเงิน จำนวน 2 ฉบับ อยู่ระหว่างเชิญชวนให้มีการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย 14 ฉบับ ผู้เสนอขอถอน 2 ฉบับ อยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ 4 ฉบับ ส่วนข้อบังคับการประชุมสภาฯ ประกาศราชกิจจานุเบกษามีผลบังคับใช้แล้ว 1 ฉบับ บรรจุระเบียบวาระการประชุมสภาฯเพื่อรอการพิจารณา จำนวน 1 ฉบับ พระราชกำหนด จำนวน 2 ฉบับ
โฆษกประธานสภาฯ กล่าวว่า ส่วนญัตติที่ส่งรัฐบาลดำเนินการ 10 เรื่อง 42 ญัตติ อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกมธ. 15 เรื่อง 48 ญัตติ รอการพิจารณา 26 ญัตติ ที่ตกไปเนื่องจากผู้เสนอญัตติไม่อยู่ในที่ประชุม 3 ญัตติ มีที่ผู้เสนอขอถอน 3 ญัตติ ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ 2 ญัตติ สำหรับกระทู้ถามด้วยวาจา 12 กระทู้ ส่วนกระทู้ถามทั่วไปตอบในที่ประชุมสภาฯ 18 กระทู้ ขณะที่กระทู้ถามแยกเฉพาะ 19 กระทู้ นอกจากนี้สส.ขอปรึกษาหารือในที่ประชุมสภาฯ 2,439 ข้อหารือ และเรื่องอื่น ๆ รับทราบรายงานตามกฎหมายของหน่วยงานต่าง ๆ 36 เรื่อง ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภา 35 คณะ จำนวน 1 เรื่อง ส่วนการประชุมร่วมกันของรัฐสภา คือการให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาตาม มาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
สำหรับกิจกรรมตามประเพณีที่เคยปฏิบัติกันมาได้แก่ งานลอยกระทง ประธานรัฐสภาได้ให้ความสำคัญและยังคงสนับสนุนในการให้จัดตามเดิมรวมทั้งขอเชิญชวนให้มาร่วมลอยกระทงที่รัฐสภาเป็นเจ้าภาพในวันที่ 27 พ.ย. 66 โดยได้เรียนเชิญเอกอัครรราชทูตประเทศต่าง ๆ ร่วมงานด้วย