จากเหตุการณ์ปะทะของกลุ่มตะวันออกกลาง โดยการบุกโจมตี “อิสราเอล” จากฝีมือของกลุ่มฮามาส เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา สร้างความตกตะลึง ตื่นตระหนกและความสูญเสียอย่างมาก และถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยปราศจากสัญญาณเตือนล่วงหน้า ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าเหตุความไม่สงบครั้งนี้มีแนวโน้มว่าจะยืดเยื้อยาวนาน

เมื่อวันที่ 13 ต.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 169 หมู่ 8 บ้านสระคุ ต.หนองหัวคู่ อ.บ้านผือ จ.อุดธานี โดยพบกับน.ส.วาสนา หรือ “อ้อน” ภรรยานายแจ็ค หรือนายวิทวัส กุลวงศ์ อายุ 34 ปี ชาวอ.ม่วงสมสิบ จ.อุบลฯ หนึ่งในแรงงานไทยในอิสราเอล

น.ส.วาสนา เปิดเผยว่า สามีไปทำงานที่อิสราเอลเกือบ 4 ปีแล้ว ซึ่งปกติจะวีดีโอคอลคุยกับสามีทุกวัน และวันที่เกิดเหตุตอนเช้าวันที่ 7 ต.ค.สามีได้ไลฟ์สดเห็นควันและเสียงระเบิด และเห็นมีกลุ่มฮามาสบุกเข้ามาในที่ทำงาน จากนั้นสามีก็วีดีโอหาตนเองมีกลุ่มคนบุกเข้ามา และก็บอกให้ตนเองวางสาย และยังไม่ให้โทรไปหา จากนั้นปรากฎว่าก็ติดต่อสามีไม่ได้อีกเลย มารู้อีก 3 วันโดยได้ติดต่อเพื่อนไป แต่เพื่อนของสามีไม่ได้เล่าว่าสามีถูกกลุ่มก่อการร้ายทำร้ายเกือบเอาชีวิตไม่รอด  แต่สุดท้ายก็ยอมบอกว่า นายแจ๊คถูกกลุ่มฮามาสปาดคอสาหัส ซึ่งตนตกใจมากและยิ่งทำให้เป็นห่วง จนมารู้ข่าวว่าตอนนี้สามีปลอดภัยดี ถือว่าเป็นความโชคดีที่รอดตายมาได้  และอยากให้เขากลับมาเร็วๆ

ขณะที่นาย หรือ “แจ๊ค” วีดีโอข้ามโลกมาเล่าเหตุการณ์ระทึกให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เหตุการณ์วันนั้นเกิดขึ้นตอนเช้าวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา ตอนเช้ามีกลุ่มฮามาสทั้งทหารและพลเรือนบุกเข้ามาที่ตนเองทำงานอยู่ ตนก็วิ่งไปหลบสักพักได้ออกมา ปรากฎว่ากลุ่มนี้กลับมาใหม่ ไปประจันหน้าแบบตัวต่อตัวกับกลุ่มฮามาส เขาบอกให้ผมนอนลงแล้วเอามือประสานท้ายทอย แต่ผมไม่ทำตามจึงเกิดต่อสู้กันขึ้นแบบตัวต่อต่อ เขามีอาวุธมีด สู้กันอยู่เกือบ 2 ชม เขาพยายามปาดคอและมีดปักที่ศีรษะ จึงหักมีดออก คิดว่าตัวเองตายไปแล้ว ต่อมาก็ได้สติทั้งเดินทั้งคลานไปหาเพื่อนเกือบ 1 กม.ให้เพื่อนช่วยเหลือ ดีใจที่รอดมาได้ ไม่คิดว่าจะมีชีวิตกลับมาแล้ว

ตอนที่ต่อสู้ก็คิดว่า สู้ก็ตายไม่สู้ก็ตาย เลยฮึดสู้สักครั้ง คือต้องใจสู้ เป็นไงเป็นกัน  ผมเคยเป็นทหารรักษาพระองค์ อยู่ ร.1 พัน 2 ถนนแจ้งวัฒนะ ปี 53 ปลดประจำการปี 54 ก็จดจำและเรียนรุ้ความอดทน การเป็นเลือดนักต่อสู้จากการเป็นทหารได้รับการฝึกจากครูฝึกมาใช้ด้วย ดีใจที่รอดมาได้  ตอนนี้อากรดีขึ้นเป็นลำดับ ส่วนจะกลับเมืองไทยวันไหนยังไม่รู้แน่ชัด และเมื่อผมกลับเมืองไทยคงไม่ไปอีกแล้วอิสราเอล และขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงเป็นใยครับ