วันที่ 11ต.ค.66 เวลา 13.30 น.ที่หน้าศาลากลางจังหวัดยโสธร นายสุวัฒน์ เข็มเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยนายไกร เอี่ยมจุฬา รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นายอำเภอป่าติ้ว หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดยโสธรร่วมส่งญาติของแรงงานจังหวัดยโสธรที่เดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลประกอบด้วย นางญาณิศา ทวีแก้ว และนางสาวพิมพัชสุดา แสงกอง ลูกสะใภ้ อยู่บเานเลขที่ 64 บ้านส่งเปือย ตำบลสงเปือย อำเคำเขื่อนแก้ว ที่จะเดินทางไปรับนายสุพิพัฒน์ กงแก้ว (ลูกชาย) และนางสาวมนฑกรานต์ เสมามิ่ง อยู่บ้านโคกสูง ตำบลสามัคคี อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธรที่จะไปรับนายธนศักดิ์ จันทร์ดำ ที่เป็นสามี ซึ่งทั้งสองครอบครัวที่เดินทางไปทำงานอยู่ที่ประเทศอิสราเอลและจะเดินทางกลับเป็นเที่ยวแรกของประเทศไทยและมีแรงงานจังหวัดยโสธร 1 คน และแรงงานจากจังหวัดหนองบัวลำภูที่ได้เมียที่อำเภอเลิงนกทาก้เดินทางกลับมาพร้อมกันที่จะถึงประเทศไทยในวันพรุ่งนี้
นายสุวัฒน์ เข็มเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร กล่าวว่าแรงงานไทยที่อยู่จังหวัดยโสธรที่ทำงานในรัฐอิสราเอลจังหวัดยโสธรมีแรงงานไทยที่ทำงานในรัฐอิสราเอล ทั้งหมด 126 คน แยกเป็น
เพศชาย 123 คน เพศหญิง 3 คน และยังไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและถูกควบคุมตัวแต่อย่างใด ซึ่งส่วนใหญ่แรงานไทยในจังหวัดยโสธรทำงานในตำแหน่ง คนงานเกษตรและสำหรับกำหนดการจะมีแรงงานไทยกลุ่มแรกเดินทางกลับถึงประเทศไทยวันที่ 12 ตุลาคม 2566 จำนวน 15 คน มีคนจังหวัดยโสธร 1 คน คือนายสุพิพัฒน์ กงแก้ว อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64 หมู่ที่ 8 ตำบลสงเปื่อย อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร และคนงานจังหวัดหนองบัวลำภู แต่ได้ภรรยาอยู่ที่จังหวัดยโสธร อำเภอเลิงนกทา แล้วแจ้งความประสงค์ที่จะเดินทางกลับบ้านภรรยา ที่บ้านโคกสูง ตำบลสามัคคี อำเภอเลิงนกทา และเมื่อแรงงานกลับมาถึงจังหวัดยโสธรจะทำพิธีบายศรีสู่ขวัญตามประเพณีของชาวอีสานหรือจังหวัดยโสธรต่อไป