แม่และแฟนสาว ญาติพี่น้องทำพิธีกราบไหว้บรรพบุรุษ โดยมีพระอาจารย์คูณฯ โทรศัพท์บอกกล่าว ให้ทำพิธีหว่านเมล็ดข้าวสารไล่ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย สิ่งอัปมงคลออกจากบ้าน เพื่อให้ช่วยคุ้มครองโอโน่ แรงงานไทยในอิสราเอลรอดและปลอดภัย

เมื่อเวลา 06.30 น.วันที่ 11 ต.ค. 2566 ที่บ้านของ นางบุญโฮม บุตโม อายุ 50 ปี ที่บ้านเลขที่ 277 ม.2 บ้านคำม่วง ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น มารดาของ นายผดุง บุตโม หรือโอฌม่ อายุ 26 ปี  แรงงานคนไทย ถูกยิงเข้าที่บั้นท้ายและบริเวณหลังรวมสองนัดภายในแคมป์คนงานที่ประเทศอิสราเอลพร้อมด้วย น.ส.สุพัตรา อาสานอก อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84 บ้านโนนรัง ม.11 ซึ่งเป็น แฟนสาวของ นายผดุงหรือโอโม่ พร้อมญาติพี่น้อง ร่วมกันจัดอาหารคาวหวาน ผลไม้ 9 อย่าง น้ำเขียว น้ำแดง น้ำเปล่ารวม 9 ขวด จุดธูปเทียน ไหว้บรรพบุรุษและไหว้เจ้าที่ ที่บริเวณริมถนนทางเข้าบ้าน

ในขณะเดียวกันก็มีพระอาจารย์คูณ พระวัดสระจันทร์ อ.พล จ.ขอนแก่น โทรศัพท์บอกกล่าวให้แฟนสาวและมารดาของน้องโอโน่ ทำพิธี หว่านเมล็ดข้าวสาร จากในบ้านออกมานอกบ้าน  โดยบอกว่า เป็นการไล่ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย สิ่งอัปมงคลออกจากบ้าน รับแต่สิ่งดีงามและจะรับแต่เรื่องที่เป็นมงคลกับครอบครัว

น.ส.สุพัตรา อาสานอก อายุ 28 ปี แฟนสาวของน้องโอโน่  กล่าวว่า หลังเกิดเหตุรุนแรงในอิสราเอล แฟนหนุ่มก็ถูกยิงบาดเจ็บ และทหารอิสราเอลช่วยเหลือนำส่งรพ. จากนั้นก็มีคนไทยเข้าไปช่วยเหลือ พาตัวออกจากรพ.ไปอยู่ที่บ้าน ซึ่งขณะนี้แฟนหนุ่มปลอดภัยแล้ว

“แต่ก่อนที่จะปลอดภัยและรอดชีวิตมาได้นั้น ก็ขาดการติดต่อต่อกันกับทางครอบครัว ไม่ทราบข่าวสารและความเคลื่อนไหวเลย ตนและครอบครัว วิ่งวุ่น ทำบุญและกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ บนบานศาลกล่าวไว้หลายที่ เพื่อให้แฟนหนุ่มปลอดภัย  รวมถึงพระแนะนำว่าถ้าติดต่อกันได้ ให้รีบจัดพิธีกราบไหว้บรรพบุรุษ  เมื่อแฟนหนุ่มติดต่อกลับมา และรู้ว่าแฟนปลอดภัยแล้ว จึงรีบจัดของเซ่นไหว้ กราบไหว้บรรพบุรุษทันที เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลกับโอโน่และครอบครัวตลอดไป”

น.ส.สุพัตรา  กล่าวต่ออีกว่า หลังจากคนไทยที่เป็นล่ามชื่อว่า คุณแจ๋ม เข้าไปช่วยเหลือแฟนหนุ่มออกมาจากรพ.ไปอยู่ที่บ้าน แฟนหนุ่มก็ติดต่อกลับมาหาครอบครัวตลอด โดยบอกว่าได้ลงชื่อกลับบ้านแล้ว รอวันเดินทางกลับ  จึงได้ประสานไปที่แรงงานจังหวัด ซึ่งก็ทราบว่า  คนไทย 15 คน ที่จะเดินทางกลับมาประเทศไทยนั้น โอโน่ยังไม่สามารถกลับมาได้ เพราะยังบาดเจ็บอยู่และไม่มีที่นั่งที่สะดวกสำหรับคนเจ็บ จึงน่าจะได้กลับมาในรอบต่อไป  ส่วนการพักอยู่ที่บ้านของล่ามชาวไทยนั้น ล่ามก็ซื้อเสื้อผ้าให้และพาไปหาหมอล้างแผลให้ ซึ่งต้องขอบพระคุณล่ามชาวไทย ที่ช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน

ทางด้าน นางบุญโฮม  กล่าวว่า ตอนนี้ ลูกชายถูกล่ามคนไทย ช่วยออกมาอยู่ที่บ้าน ก็รู้สึกสบายใจขึ้นมากกว่าเดิม เพราะสามารถติดต่อพูดคุยกับลูกได้ เห็นว่าลูกยังมีชีวิตอยู่ก็สบายใจขึ้นมาก  ซึ่งบอกลูกชายแล้วว่าให้กลับบ้านก่อน ลูกชายก็ยืนยันว่าจะกลับมาทันที ที่สามารถกลับมาได้  ส่วนพิธีที่ตนและครอบครัวจัดไหว้ในวันนี้ เป็นการไหว้บรรพบุรุษที่ช่วยปกป้องคุ้มครองลูกชาย ให้มีชีวิตรอดปลอดภัย และให้กลับมาที่บ้านอย่างปลอดภัย  เมื่อลูกชายกลับมาถึงบ้าน มาหาครอบครัวแล้วมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงก็จะให้บวชและแต่งงานกับแฟนสาว จากนั้นค่อยคิดหาทางไปทำงานที่ต่างประเทศ ตามที่ลูกชายต้องการ