เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 21 ส.ค. 2566 ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์สส.ราชบุรี และโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ แถลงภายหลังการประชุมพรรคว่า ขอยืนยันอีกครั้งว่าพรรคจัดตั้งรัฐบาลจะไม่มีการแก้ไขมาตรา 112 ส่วน เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่มีการแก้ไขทั้งฉบับ จะสนับสนุนให้มีการแก้ไขในเรื่องที่เกี่ยวกับการส่งเสริมประชาธิปไตย และเรื่องการป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น ที่สำคัญจะไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ พรรครวมไทยสร้างชาติขอยืนยันกับประชาชนทุกคนว่าในการจัดตั้งรัฐบาลเรามีจุดยืนชัดเจน 

 

"สิ่งที่สำคัญในการร่วมจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ถือเป็นการเริ่มต้นการปรองดอง สมานฉันท์ ที่ผ่านมาเกือบ 20 ปี มีความขัดแย้งทางการเมือง แบ่งเป็นสองสีเสื้อ วันนี้ถือว่าได้พลิกวิกฤติเป็นโอกาส ในการเชิญชวนคนไทยทั้งประเทศสร้างความสามัคคีปรองดอง โดยเดินหน้าประเทศไทยไปด้วยกัน ยืนยันว่าจะทำให้ประชาชนทุกคนเกิดความสบายใจ ในการเดินหน้าประเทศไปด้วยกัน"นายอัครเดช กล่าว 

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทย ได้แถลงข่าวขอโทษประชาชนที่ต้องทำงานร่วมกับ 2 ลุง สาเหตุเพราะพรรคไม่ได้แลนด์สไลด์ ทางพรรครวมไทยสร้างชาติจะมีการชี้แจงอย่างไรบ้าง นายอัครเดช กล่าวว่า การร่วมรัฐบาลในครั้งนี้ ผู้สนับสนุนของพรรครวมไทยสร้างชาติมีความห่วงใยในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การกลับมาร่วมกันทำงาน กับพรรคที่มีจุดยืนในอดีตที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกัน แต่ครั้งนี้ยืนยันว่าจะเป็นการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส และถือเป็นนโยบายสำคัญของพรรคคือการสร้างความสมานฉันท์ปรองดองให้เกิดขึ้น จึงขอเชิญชวนทุกคนขับเคลื่อนประเทศไทยไปด้วยกัน ทิ้งความขัดแย้งไว้ เราจะต้องเดินหน้าสร้างความเจริญให้กับประเทศต่อไป ประชาชนก็รอรัฐบาลใหม่ การเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้หัวหน้าพรรคมีจุดยืน และนโยบายชัดเจนในการสร้างความมั่นคงให้กับประเทศปกป้องสถาบันหลักของชาติ 

 

นายอัครเดช กล่าวว่า ในที่ประชุมวันเดียวกันนี้หัวหน้าพรรค ได้แจ้งความคืบหน้าถึงโควตารัฐมนตรี ซึ่งพรรคจะได้ รัฐมนตรีว่าการ 2 ตำแหน่งและรัฐมนตรีช่วยว่าการ 2 ตำแหน่ง ในส่วนการเจรจาการกำกับดูแลกระทรวงไหนนั้นวันนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุย และใครจะได้นั่งเก้าอี้ก็ยังไม่ได้มีการพูดคุยเช่นกัน และเราขับเคลื่อนด้วยคณะกรรมการบริหารพรรคและสส.ของพรรค จึงเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี 

 

เมื่อถามว่า หัวหน้าพรรคชี้แจงหรือไม่การจัดตั้งรัฐบาลจะเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ นายอัครเดช กล่าวว่า ที่ประชุมได้พูดคุยกันเรื่องนี้หากการโหวตจากที่ประชุมร่วมรัฐสภา การเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯจากพรรคเพื่อไทยราบรื่น ก็ถือว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นในการจัดตั้งรัฐบาลเมื่อเราได้นายกรัฐมนตรีมา เพราะพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคมีความพร้อมในการร่วมจัดตั้งรัฐบาลอยู่แล้ว 

 

เมื่อถามว่า ตามธรรมเนียมแล้วคนที่เป็นหัวหน้าพรรคควรจะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ นายอัครเดชกล่าวว่า ตามธรรมเนียมแล้วก็ขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรค แต่แน่นอนว่าในฐานะพรรคการเมืองและสส.ของพรรคก็อยากให้หัวหน้าพรรคเข้าไปร่วมเป็นคณะรัฐมนตรี และถือเป็นส่วนสำคัญ อย่างตนเป็นสส. ก็อยากให้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ไปเป็นรัฐมนตรี และเชื่อว่าทุกพรรคการเมืองก็อยากให้หัวหน้าเป็นรัฐมนตรีทั้งสิ้นเพื่อร่วมบริหารประเทศ ถือเป็นสิ่งที่สมาชิกพรรคทุกคนต้องการ และเชื่อว่าจากการพูดคุยสถานการณ์ล่าสุดขณะนี้ถือว่านิ่งแล้ว เข้าสู่ขั้นตอนการโหวตนายกฯและคิดว่าวันที่ 22 ส.ค. ถ้าได้ชื่อนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย สถานการณ์ทางการเมืองก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติตามที่ประชาชนคาดหวัง

 

นายอัครเดช กล่าวว่า  การที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมา ก็จะไม่ส่งผลกระทบอะไรทางพรรครวมไทยสร้างชาติเชื่อว่าการกลับมาของนายทักษิณเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ในส่วนการจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร ก็ถือเป็นหน้าที่กระบวนการยุติธรรมที่ต้องดูแลต่อไป