การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เมื่อวันวันอาทิตย์ที่ 30ต.ค. ที่ผ่านมา “นักบุญ” เซาธ์แฮมป์ตัน เปิดบ้านพ่ายให้กับ “สิงห์บลูส์” เชลซี 2-0 โดยทีมเยือนได้ประตูจาก เอแด็น อาซาร์ น.6 และดิเอโก คอสตา น.56 ส่งผลให้เชลซี เก็บชัยชนะรวดทั้ง 4 นัดหลังสุด ยิงได้ถึง 11 และไม่เสียแม้แต่ลูกเดียว ยึดอันดับ 4 เหนียวแน่น ตามสามผู้นำอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, อาร์เซน่อล และ ลิเวอร์พูล แต้มเดียว

หลังเกมทาง อันโตนิโอ คอนเต กุนซือ เชลซี ออกมาชื่นชมลูกทีมทำผลงานได้อย่างสุดเพอร์เฟกต์ หลังบุกไปคว้า3คะแนนเต็ม พร้อมระบุ ว่ายังเร็วไปที่จะยกให้ทีมของเขาเป็นหนึ่งในตัวเต็งลุ้นแชมป์

“ช่วยเพิ่มความมั่นใจ และความเชื่อมั่นในการทำงานได้ เราสร้างโอกาสได้มากมาย มันเป็นเกมที่เพอร์เฟกต์ เมื่อกองหน้าทำประตูได้ และกองหลังไม่เสียประตู แน่นอนว่า สำหรับเรามันยังเร็วไปที่จะพูดถึงการลุ้นแชมป์ เราต้องทำงานกันให้หนักมากเข้าไว้เพื่อก้าวไปต่อ เรายังพัฒนาได้อีกเยอะ เราต้องดีขึ้นอีก”

ด้าน โคลด ปูแอล กุนซือของเซาแธมป์ตัน ยอมรับว่าทีมของเขาเล่นได้ดีแล้วในครึ่งแรกแต่การที่เสียประตูให้กับเชลซีไวไป ส่งผลให้ต้องเจอกับความยากในการจะเก็บผลการแข่งขันที่ดีจากเกมนี้

“ผมว่าเราเล่นได้ดีมากในครึ่งแรก แต่ก็เป็นเรื่องยากที่เล่นเจอกับทีมนี้เมื่อคุณเสียประตูไปหลังจากเริ่มมาไม่กี่นาที พวกเขาเล่นตามเกมตัวเองได้ด้วยเกมรับที่แกร่งและเกมโต้กลับ ครึ่งหลังเราพยายามแต่หลังจากเสียประตูที่สองก็เป็นเรื่องยากเลย เพราะนักเตะของผมล้าแล้ว มันน่าผิดหวังนะเพราะเราพยายามเล่นฟุตบอลให้ออกมาดี”

ขณะที่ โจเซ มูรินโญ กุนซือ แมนฯยูไนเต็ด มีสิทธิ์โดนบทลงโทษจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ)พิจารณาห้ามคุมทีมข้างสนามถึง 2 แมตช์ซ้อนเลยทีเดียว หลังเจ้าตัวไปมีปากเสียงต่อว่ากรรมการในจังหวะไม่ยอมเป่าจุดโทษในจังหวะที่ จอน ฟลานาแกน เสียบ มัตเตโอ ดาร์เมียน ล้มคว่ำในเขตโทษ

เดิมที มูรินโญ อาจโดนแบนแค่นัดเดียว แต่เมื่อยังติดทัณฑ์บนอยู่ด้วยดังนั้นจึงมีแนวโน้มจะถูกลงโทษหนักห้ามคุมทีมข้างสนาม 2 เกมรวดก็คือเกมออกไปเยือน สวอนซี ซิตี วันอาทิตย์ที่ 6 พ.ย. ต่อด้วยบิ๊กแมตช์รับมือ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล สัปดาห์ถัดไป

ทั้งนี้นอกจากแบนแล้ว เอฟเอ ยังได้แจ้งต่อ มูรินโญ่ บอสฝอยทองติดทัณฆ์บนเป็นเวลา 1 ปีห้ามทำพฤติกรรมซ้ำแบบเดิมอีกมิเช่นนั้นจะเพิ่มโทษเป็น 2 เท่า