จากกรณีญาติออกมาร้องสื่อ ให้ช่วยตามหาน้า-หลาน 5 ชีวิต หายตัวออกจากบ้านปริศนา เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา ประกอบด้วย นางอุษา ปานรอด อายุ 43 ปี, น.ส.ชนนิกานต์ หรือ น้องบีม โตชะนก อายุ 22 ปี, น.ส.ญาสุมินร์ หรือน้องรุ้ง โจมฤทธิ์ อายุ 22 ปี (เพื่อนสนิทบีม), ด.ช.พรพิพัฒน์ ปานรอด อายุ 13 ปี หรือ น้องฟอร์ด, ด.ญ.ศิรประภา หรือน้องฟ้าใส รุจิตร อายุ 13 ปี โดยมี “นายแบงค์ ลมกรด แสงสว่าง” อายุ 36 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ แฟนของบีม นำรถตู้สีขาวทะเบียน นข 8797 อุดรธานี มี “นายนพดล แสงเมืองอินทร์” เป็นคนขับ และมีหญิงสาวคนสนิทของนายนพดลนั่งมาในรถรวม 3 คน โดยนายแบงค์ได้พาทั้งห้าคนหายออกจากบ้านไป และไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย จนเวลาผ่านล่วงเลยไปนานกว่า 2 เดือน ญาติกังวล ไม่รู้เป็นตายอย่างไร ก่อนต่อมา กล้องวงจรปิดเผยภาพทั้ง 5 คน ปรากฏตัวอยู่ที่ย่านลาดพร้าว กรุงเทพฯ

วันที่ 30 มิ.ย. 66 รายการโหนกระแส ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33  สัมภาษณ์ เพ็ญศรี พี่สาวอุษาที่หายตัวไป, ป้าเกสร ป้าน้องรุ้งที่หายตัวไป มาพร้อม ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร

 

บุคคลที่หายไป อุษา , บีม, ฟ้าใส น้องของบีม แต่คนล่ะพ่อ, ฟอร์ด หลานอุษา อีกครอบครัว รุ้ง เพื่อนสนิทบีม ที่หายตัวไปด้วย ป้าเพ็ญศรีมีศักดิ์เป็นพี่สาวของอุษา เด็กๆ ก็เป็นหลานเรา เรื่องราวเกิดอะไรขึ้น?

เพ็ญศรี : ตอนน้องบีมไปเรียนที่วค.สุราษฎร์ฯ น้องบีมทำงานผับด้วย มีผู้หญิงชื่อปลาที่มากับแบงค์ แนะนำให้น้องบีมรู้จักแบงค์ที่ผับ

แบงค์เป็นชายที่มารู้จักกับบีม และเป็นคนที่หายตัวไปด้วย?

เพ็ญศรี :   ค่ะ แล้วพามาแนะนำที่บ้านอุษา จากนั้นก็ไปๆ มาๆ รู้จักกันประมาณเดือนก.พ. ปีนี้ ไม่ถึง 3 เดือน

บีมพาแบงค์มาเจอคนในบ้าน พี่เพ็ญศรีเจอด้วยมั้ย?

เพ็ญศรี : เจอค่ะ แบงค์เป็นคนพูดจาก้าวราว อวดอ้างว่าตัวเองรวย มียศถาบรรดาศักดิ์ ทำอะไรก็ได้ เข้าถึงทนาย ถึงคนใหญ่ๆ ได้หมด แต่งตัวภูมิฐาน เขาบอกถ้าเขาขึ้นศาล เขาจะมียศพระราชทานอะไรสักอย่าง

จากนั้นเขามาตีสนิทอะไรกับในบ้านเราบ้าง?

เพ็ญศรี : เชิงจะขอน้องบีมแต่งงาน จะทำบ้านใหม่ให้ จะปิดที่ดิน ปิดธกส. อุษาก็ดีใจ แม่ก็ถาม พี่ก็ถามว่าถ้าเขามาปิดจริง รู้ที่อยู่เขาหรือยัง รู้มั้ยบ้านเขาอยู่ที่ไหน เขาบอกจะมายกบ้านใหม่ ตกแต่งทำใหม่ให้หมด

พี่เพ็ญเลยบอกอุษาว่ารู้จักหัวนอนปลายเท้าเขาหรือยัง เขาว่าไง?

เพ็ญศรี : อุษาบอกว่าเขาจะมาเป็นลูกเขย เขาจะมาหลอกเอาอะไร เรามีอะไรให้หลอก ก็ถามเขาอีกว่าถ้าเขาไม่หลอก มาดี ต้องพาพ่อแม่มาสู่ขอ แต่นี่ไม่เคย ไม่รู้จัก

อุษาก็เชื่อ จากนั้นเกิดอะไรขึ้น?

เพ็ญศรี : จากนั้นก็พากันหายไปเลย ไปๆ มาๆ

เขามีรถตู้มารับ เป็นรถประจำตำแหน่งของแบงค์ ภาพที่เกิดคือ 3 มี.ค. 66 มีอุษา บีม แบงค์ รุ้ง เขาใช้ชีวิตแบบนี้กันตลอด ส่วนนพดล คือคนขับรถตู้ประจำตำแหน่งนายแบงค์ เขามีการรับกันแบบนี้ทุกวี่วันแล้วออกไปเที่ยวกัน?

เพ็ญศรี : ไปรับตอนเช้า ตอนเย็นมาส่งที่บ้าน บางทีก็ไปนอนรีสอร์ต ทั้งบ้านเลย อุษาเป็นคนจ่ายตังค์ แบงค์ไม่ได้ออกอะไรสักบาท อุษาขายที่ดินไป 3 แสนเพื่อลงทุนทำปั๊มน้ำมันอะไรสักอย่ากับไอ้แบงค์นี่แหละ

ไม่ทันหาซื้อที่ปั๊มเลย ปรากฏว่าพาไปเที่ยว และให้อุษาจ่ายเงินให้?

เพ็ญศรี : จ่ายเงินทุกอย่าง ไม่ว่าจะกิน จะใช้ อุษาจ่ายทั้งนั้น

เคยไปกับเขามั้ย?

เพ็ญศรี : เคยไป 4 ครั้ง อุษาจ่ายทุกอย่าง แบงค์ไม่ออกอะไรเลย

โทรศัพท์ล่ะ?

เพ็ญศรี : แบงค์กำไว้หมดทั้ง 6 เครื่อง ก็ถามอุษาว่าโทรศัพท์ตัวเอง ของหลานทุกคน ทำไมไม่ให้เก็บเอาไว้เอง อุษาจะเป็นคนโพสต์โซเชียล หลานเล่นโซเชียล ติ๊กต๊อกอะไรต่างๆ อุษาบอกว่าแบงค์เขาทำงาน ต้องเอาโทรศัพท์ให้เขาทำงาน

ของพี่เพ็ญโดนมั้ย?

เพ็ญศรี : เขาจะขอ แต่พี่ไม่ให้ พี่บอกว่าพี่มีสิทธิ์ส่วนตัว จะโพสต์อะไรก็ได้ ไม่ได้ผิดกฎหมาย

เขาห้ามโพสต์ ห้ามถ่ายรูป ห้ามบอกว่าไปที่ไหน?

เพ็ญศรี : ใช่ พอพี่จะโพสต์เขาไม่ให้โพสต์ บอกว่าไม่ต้องให้คนรู้หรอก เราจะทำอะไรอยู่ที่ตัวเรา

ในบ้านอุษา มีกล้องวงจรปิดไล่ไป วันที่ 8 รถมาอีกแล้ว นพดลเป็นคนขับ แบงค์ก็มาด้วย และมารับสมาชิกในบ้านไปเที่ยวกัน วันที่ 12 เดือน 3 มาอีกแล้ว นายนภดลเหมือนเดิม นายแบงค์นั่งมา แบงค์ดูทรงไม่ธรรมดา?

เพ็ญศรี : ไม่ธรรมดา ในรถตู้เขาจะบอกว่าแม่ศรีอย่าจับกระเป๋าเขานะ ไม่ต้องให้เด็กคนไหนจับนะ มีปืนสองกระบอกในกระเป๋า เดี๋ยวปืนลั่นใส่ อย่าให้ใครไปจับนะ

12 เดือน 3 เป็นภาพสุดท้ายของกล้องวงจรปิดบ้านนี้ เพราะหลังจากนั้นนายแบงค์สั่งตัดกล้องวงจรปิดทิ้งเลย เพราะอะไร?

เพ็ญศรี : เขาบอกว่าไม่จำเป็นต้องมีกล้องวงจรปิดไว้ ผมทำงาน แม่อุษาไม่ต้องใช้กล้อง เขาจะตัดหมดเลย

เป็นการถ่ายคลิปครั้งสุดท้ายของกล้องวงจรปิด จากนั้น 22 เม.ย. หายตัวไปหมดเลย วันนั้นได้เจอเขามั้ย?

เพ็ญศรี : ไม่ได้เจอ ได้เจอล่าสุด 14 เม.ย.

เขามีอาการเป็นยังไง?

เพ็ญศรี : ก็ไปศาลกันปกตินี่แหละ ก็คัดค้านน้องตลอดว่าอย่าไปลงทุนอะไรกับมัน เพราะเราไม่รู้ที่มาที่ไป บอกหลานอะไรทุกอย่าง แต่เขาไม่เชื่อ

ฝั่งป้าเกสร ป้าน้องรุ้ง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับครอบครัวเขาเลย เป็นแค่เพื่อน แต่หายไปด้วย?

เกสร : ค่ะ หายไปด้วย ปกติน้องรุ้งกลับบ้านตลอด ไม่เคยขาดค่ะ

เขาติดต่อมาหาป้ามั้ย?

เกสร : เขาบอกจะไปทำงานกับแบงค์ แฟนน้องบีม จากนั้นก็ไม่ค่อยกลับบ้าน บอกว่าเขามีงานให้ทำ ให้ค่าแรงวันละ 300 ป้าก็ไม่ค่อยเจอเขาหลังๆ เขาไปกับน้องบีมตลอด

เขาบอกมั้ยแบงค์ทำงานอะไร?

เกสร : เคยถาม เขาบอกว่าป้าไม่ต้องรู้หรอก เขาบอกแค่ไหนก็รู้แค่นั้น

ป้าเคยเจอแบงค์มั้ย?

เกสร : ไม่เคยเจอ

ในเดือนพ.ค. มีชาวจีนคนนึงลืมโทรศัพท์ไว้ในปั๊มน้ำมัน คนเก็บได้คือรุ้ง ที่หายไป 22 เม.ย. เหตุการณ์วันนี้ มีการโทรศัพท์ติดต่อมาหาน้าเกสร?

เกสร : รุ้งเป็นคนโทรมา วันที่ 8 พ.ค. บอกว่าจะกลับบ้านวันที่ 10 พ.ค. เขาบอกเขาอยู่เมืองกาญจน์ ตอนเขาโทรเข้ามาจำไม่ได้เป็นเบอร์ใคร 

รุ้งใช้เบอร์โทรของชาวจีนโทรมา แต่สุดท้ายไม่กลับอีก หายไปเลย?

เกสร : ติดต่อไม่ได้เลย เป็นครั้งสุดท้ายที่คุยกับรุ้ง

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีภาพจากกล้องวงจรปิดแมนชั่นแห่งนึง ตร.ได้มา เป็นภาพหลานๆ พี่ปรากฏอยู่ นายโบ้ เป็นมือขวานายแบงค์ น้องฟอร์ด วิ่งข้ามถนนไปมา น้องบีม และอุษาเดินนำหน้า จากนั้นจะเห็นรุ้ง ทั้ง 5 คน ไปอยู่แมนชั่นแห่งนึงที่ซอยลาดพร้าว 130 มันก็เป็นประเด็น ทีมข่าวคุยกับเจ้าหน้าที่อพาร์ตเมนต์ เขาบอกว่าไม่แน่ใจว่าเขามาพักหรือเปล่า แต่อาร์มไปคุยกับแม่ค้าบริเวณนั้น แม่ค้าบอกว่าใช่ มาซื้อส้มตำ ดูปกติเลย คุยกันปกติ เข้าเซเว่นวิ่งเล่นกัน เห็นครั้งสุดท้ายวันก่อน เขาอยู่กันที่ชั้น 2 ใช้ชีวิตปกติเลย หลังทีมข่าวคุยกับแม่ค้าส้มตำ ก็ไปคุยกับแม่ค้าขายน้ำ บอกว่าพักอยู่ที่นี่จริงๆ แต่พอมีข่าว มีคนขับรถกระบะสีดำมาแล้วพาเด็กขึ้นรถ ขับออกไปด้วยกันหมดเลย ฉันถ่ายภาพไว้ได้ เป็นภาพชายคนนึงไปนั่งรอรับอยู่ จำได้มั้ยเขาเป็นใคร?

เพ็ญศรี : นายแบงค์

จากนั้นมีรถกระบะสองตอนสีดำ ขับออกไป คนกลุ่มนี้ขึ้นรถแล้วหนีหายไปหมดเลย?

เพ็ญศรี : ถ้าความรู้สึกของพี่ ถ้าเขาไม่ทำของผิดกฎหมาย จะหนีทำไม

อุษากับบีม เขาทะเลาะกับเรามั้ย?

เพ็ญศรี : ไม่เคยทะเลาะ ไม่เคยมีปัญหา ถ้าเขาไปไหนเขาจะบอกแม่ แม่อายุ 76 แล้ว อุษาไม่เคยทิ้งแม่ บีม รุ้ง ฟ้าใส น้องฟอร์ดก็เรียนอยู่ แต่ไม่ยอมกลับ ไม่ได้เรียนสักคน

แบบนี้เรียกว่าลักพาตัวมั้ย?

ทนาย : อย่างแรกลักพาตัวคือบังคับไป ต้องรู้ก่อนว่าบังคับให้คนทั้งกลุ่มไปหรือเปล่า ต้องมีข้อมูลหลักฐานก่อน แต่ที่น่าสนใจคือไปกันทำไม มีการค้ามนุษย์มั้ย เพราะมีเด็กไปด้วย เด็กที่ว่าก็ไม่ใช่ลูกเขา เป็นลูกคนอื่น ยิ่งน้องอายุยังน้อยเป็นเยาวชน แม้น้องจะอยากไป ไม่ใช่ว่าจะพาลูกเขาไปได้ ต้องไปขอผู้ปกครองเขาก่อน ป้าเป็นคนเลี้ยงมา ก็ต้องขอเขาก่อน ป้าหาโรงเรียนให้เรียน หาข้าวให้กิน หาบ้านให้นอน พอหลานเขาหายไป เขาก็ถึงแจ้งหาหลานเขา

ป้าเพ็ญศรีเป็นผู้ปกครอง ที่อาจไม่ได้เต็มตัว เพราะผู้ปกครองคืออุษา ที่ไปด้วยกัน แล้วผัวอุษาอยู่ไหน?

เพ็ญศรี : อยู่ที่บ้าน เมื่อวานเขาก็เป็นลม เมียหายลูกหาย เขาก็เครียด

ป้าเกสร ดูแลรุ้ง?

ทนาย : เป็นผู้ปกครองก็มีสิทธิ์ไปแจ้งความดำเนินคดีได้ พรากผู้เยาว์ ถ้ายังอยู่ในเกณฑ์

เกสร :   อายุ 22

ทนาย : เกินแล้ว แต่ต้องดูว่าเขาสมัครใจไปมั้ย เราไม่รู้ว่าลูกหลานเราไปกับคนอื่นไปทำอาชีพอะไร มีความกังวลว่าเอาลูกเอาหลานออกไปจากบ้าน ไม่รู้เอาไปทำงานสุจริตมั้ย ค้ามนุษย์หรือเปล่า นี่เป็นความกังวลของเขา หรือเอาไปทำคอลเซ็นเตอร์ทางชายแดนหรือเปล่า

แต่ 5 คนเหมือนไม่ได้มีความกังวลใจ กลับหนีไปด้วยกันอีก?

ทนาย :   ถ้าดูจากวงจรปิดที่จับภาพได้ที่แมนชั่นลาดพร้าว เด็กก็ดูอิสระ ถ้าจะกลับก็กลับได้ แม้แต่โทรศัพท์ เขายืมโทรศัพท์ใครแถวนั้นก็โทรได้แล้ว เพราะเขาไม่ได้ตามประกบอะไรเลย

โดนหลอกหรือเปล่า?

ทนาย : เป็นไปได้ แต่ก็อธิบายเราสิ จะเอาลูกหลานเราไปต้องบอกเราสิ

คุยกับ “นพดล” คนขับรถตู้นายแบงค์ วันที่ 22 ที่ผ่านมา พี่ไปรับเขาพาไปที่ไหนบ้าง?

นพดล : พาไปพัทยาครับ ไปเที่ยวกัน รู้จักนายแบงค์ประมาณปีนึง ได้รับงานจากกลุ่มรถให้ไปรับคนนี้ สนิทสนมไม่มาก ระดับนึง ทำงานกับเขามาเกือบปี

รู้มั้ยเขาทำงานอะไร?

นพดล :  เขาบอกเขาทำธุรกิจปั๊มน้ำมัน ประมูลงาน

เวลาไปใครจ่ายเงินให้พี่?

นพดล :  เมื่อก่อนนายแบงค์จ่าย หลังจากนั้นตั้งแต่เดือนธ.ค. ไม่ได้รับค่าแรงอะไรเลยครับ

พี่อยู่กับเขามาปีนึงแล้ว เขาพาตระเวนตลอด ก่อนมาบ้านหลังนี้ นายแบงค์ไปติดสาวอยู่ที่ไหนมั้ย?

นพดล :  ไม่มีครับ

พี่พาเขาไปไหน ที่ไม่ได้รับเงินเดือนธ.ค.?

นพดล :  ไปสุราษฎร์ฯ วันที่ 25 นายแบงค์บอกจะพาไปหาที่เปิดปั๊มน้ำมัน

ก่อนมาถึงเดือนก.พ. พี่พานายแบงค์ไปที่อื่นหลายที่มั้ย?

นพดล :  มากรุงเทพฯ บ้าง ไปสุราษฎร์ฯ บ้าง ช่วงนั้นเขาเจอน้องบีมที่ร้านอาหารแห่งนึง ตอนกลางคืนก็ไปนั่งดื่มกันอยู่กับน้องบีม เขาทำเด็กเสิร์ฟที่ร้านอาหาร ตอนเช้านายแบงค์ก็บอกผมให้ไปรับน้อง ผมก็ยังงง ไปคุยกันตอนไหน

ตอนไปรับบีม ไปพัทยา พี่ได้รับเงินค่าจ้างมั้ย?

นพดล : ช่วงนั้นไม่ได้รับค่าจ้างเลย

แล้วพี่ขับให้เขาทำไม ไม่ทำมาหากินเหรอ?

นพดล : ผมก็โดนกรณีเดียวกับคุณอุษา โดนหลอกเอาเงินไปเหมือนกัน

นายแบงค์หลอกเอาเงินพี่ไปยังไง?

นพดล : เขาบอกเขาหมุนไม่ทัน ต้องจ่ายค่าภาษี ค่าธรรมเนียม ตอนนั้นก็อยากช่วยเขา ก็เลยให้เขาไปก่อน

ตอนนี้พี่จะบอกว่าพี่เป็นผู้เสียหาย โดนนายแบงค์หลอกเอาเงินไปเหมือนกัน เลยต้องอยู่กับเขา งั้นเหรอ?

นพดล :  ใช่ครับ เขาบอกเดี๋ยวก็ได้เงิน ผมก็อยากได้เงินส่วนนั้นกลับมา เลยต้องไปกับเขาตลอด

หลัง 22 เม.ย. ที่พาเขาไปพัทยา แล้วไปไหนกันต่อ?

นพดล : วนอยู่แถวพัทยาบ้าง กรุงเทพฯ บ้าง ฉะเชิงเทราบ้างครับ จนถึงวันที่ 29 เม.ย. พอดีทางบ้านโทรไปบอกว่าแม่ผมเสีย นายแบงค์บอกว่ามีธุระที่เชียงราย ก็ขอรถขับไป

รถเป็นของใคร?

นพดล : รถตู้เป็นของพี่ชายผมครับ

คนดูแลคือพี่ แล้วอยู่ดีๆ เอารถคันนี้ให้นายแบงค์ใช้เลยเหรอ?

นพดล : ครับ คิดว่าไม่มีอะไรครับ

พี่บอกว่าโดนเขาหลอก แล้วพี่เอารถตู้ให้เขาขับอีกเหรอ?

นพดล : ตอนที่รู้ว่าโดนหลอกคือวันที่ 10 พ.ค. พอดีผมมีหมายจับอยู่ที่อุดรฯ ตร.มาจับผมที่บ้าน นายแบงค์มารับผมเพื่อไปส่งอุษาที่บ้าน แต่ผมโดนจับ ทางบ้านพี่ชายก็กันคนออกนอกพื้นที่ ไม่ให้อยู่ในบ้าน ผู้ใหญ่บ้านก็โทรประสานงานเจ้าหน้าที่ตร. มารับตัวออกไปจากพื้นที่

ตัวพี่เองโดนหมายจับ ตร.ล็อกตัวไป พี่โดนคดีอะไร?

นพดล : คดีฉ้อโกงครับ วันนั้นโดนล็อกตัว รถไม่ได้ออกจากบ้านเลยครับ แล้วทั้ง 5 คนก็ไปอยู่ที่สภ. วันที่ 10 พ.ค.วันที่ผมถูกจับกุม

เมืองกาญจน์ไปกับเขามั้ย?

นพดล : ไม่เคยไปครับ

รุ้งโทรมาวันไหน?

เกสร : 8 พ.ค. บอกว่าอยู่เมืองกาญจน์ค่ะ

วันที่ 10 พี่เพิ่งถูกจับ แล้วพี่อยู่ไหนวันที่ 8 ?

นพดล : อยู่ที่บ้านครับ

รถตู้พี่อยู่ไหน?

นพดล : แบงค์เอาไปครับ เขาเอารถผมออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 30 ที่มาส่งผลที่บ้าน

พี่จะบอกว่า วันที่ 30 พี่ขออนุญาตลาเขาก่อนไปหาแม่ที่พะเยา หลังจากนั้น ถึงวันที่ 10 เขาไปไหนพี่ไม่รู้ แต่ 10 พ.ค. นายแบงค์ขับรถมารับพี่อีกที แล้วพี่ถึงถูกจับ?

นพดล : ครับ

ทนาย : แล้วทำไมถึงถูกจับได้ในเมื่อเขามารับ จุดเชื่อมโยงอยู่ตรงไหน

นพดล : ตร.ตามรถตู้มา น้องญาสุมินทร์ เจอโทรศัพท์นักท่องเที่ยวในห้องน้ำปั๊มที่แม่สลวย แล้วไม่ได้คืนเขา เอาไปขาย

แสดงว่าไม่ได้เจอที่กาญจน์ แสดงว่าหลานคุณโกหก?

เกสร : ถ้านพดลไม่โกหก หลานก็โกหก

ทนาย : อยากรู้ว่าบรรยากาศที่มีการจับกุม ทำไมอยู่ๆ ตร.ไปจับเขาได้ ในเมื่อตร.ตามอีกคดีไป เพราะปกติหมายจับอยู่ในระบบ ไม่ใช่อยากจับแล้วจะจับได้เลย และมีการควบคุมตัวไปอยู่ที่รพ. ถ้ากลุ่มคนทั้งห้าถูกบังคับมา ทำไมไม่แจ้งตร.ตอนนั้นเลย มันคุยกันในโรงพักแล้วนะ ถ้าโดนบังคับทำไมน้องไม่แจ้ง

พี่ถูกจับวันที่ 10 เด็กๆ อยู่ในเหตุการณ์มั้ย?

นพดล : อยู่ครับ

แล้วตร.ตามเจอพี่ได้ยังไง?

นพดล : ตร.แกะรอยที่น้องรุ้งหยิบโทรศัพท์ในห้องน้ำ ที่นักท่องเที่ยววางทิ้งไว้แล้วเอามาขาย ตร.แกะรอยจากทะเบียนรถครับ

เขาจับพี่คนเดียว แต่เด็กๆ ตร.ไม่ได้รู้เรื่องว่าหายตัวไป เด็กๆ มีการบอกตร.มั้ยว่าถูกลักพาตัวมาหรือถูกบังคับมา?

นพดล : ไม่มีครับ

เวลาอยู่ร่วมกับคนกลุ่มนี้ ลักษณะเหมือนถูกหลอกไปมั้ย?

นพดล : อันนี้ก็ไม่แน่ใจครับ

พี่แยกไม่ออกเหรอ?

นพดล : ไม่ได้ถูกหลอกครับ

พี่ไม่สงสัยเหรอ คนบ้าอะไรไปรับญาติพี่น้องเขามาแล้วให้พี่ขับรถไปพัทยา ไปแม่สลวย เชียงราย พะเยา ต่างๆ นานา ไม่สงสัยเหรอว่าพวกนี้ไม่กลับบ้านกันเหรอ ไม่ถาม ไม่เอะใจเหรอ?

นพดล : ครับผม (หัวเราะ) เหมือนไปกันปกติครับ ไม่มีงอแง อยากกลับบ้านก็ไม่มี เขาให้ไปไหนก็ไปด้วย เราคนขับรถ นายลมกรดสั่งอะไรก็ไปตามที่เขาสั่งครับ

ทั้งที่เขาไม่จ่ายเงินพี่?

นพดล : เรื่องฉ้อโกงมารู้ทีหลังครับ

ตอนนั้นเขาไม่จ่ายตังค์ให้พี่ พี่ก็ไปให้เขาเหรอ?

นพดล : ครับผม เขาไม่ใช่ญาติ แต่เงินที่นายแบงค์ยืมไปก็เยอะอยู่ ก็เกือบ 5 แสนครับ

ทำให้ต้องอยู่ เหมือนเป็นเชลย?

ทนาย : แล้วเขาจะเอาเงิน 5 แสนจากไหนมาคืนพี่

นพดล : ไม่รู้ เขาบอกเดี๋ยวได้ตังค์แล้วจะเอามาคืน

ทนาย : แล้วเขาบอกว่าจะเอามาจากไหน ทำไมถึงเชื่อ

นพดล : เขาบอกมีธุรกิจน้ำมัน ประมูลนี่แหละครับ

ช่วงเช้าที่ผ่านมา อุษาติดต่อกลับมาแล้ว?

เพ็ญศรี : ใช่ค่ะ

 เอาอะไรโทรมาหา?

เพ็ญศรี : เบอร์โทรศัพท์ไม่ทราบของใครเหมือนกัน โทรมาถามว่าแจ้งความทำไม เขาเพิ่งเห็นข่าว

เขาหนีทำไม เขาหนีตั้งแต่เมื่อวาน?

เพ็ญศรี : ก็นั่งน่ะสิ ตอนนั้นถึงสนามบินที่นครฯ เขาก็โทรมาเลย ถามว่าแจ้งความทำไม เขาเต็มใจมา ไม่ได้หนีอะไรมา เราก็ถามว่าถ้าไม่ได้หนีอะไรมา ทำไมไม่เอาลูกไปโรงเรียน ลูกขาดการศึกษามา 2 เดือนกว่าแล้ว น้องบีมก็ไม่ได้เรียน ถ้าไม่หนีจริงๆ เอาตัวตนมายืนยันที่สภ.ท่าศาลา พี่ยินยอมรับผิดทุกอย่าง เขาก็วางสายไปเลย น้ำเสียงไม่พอใจ พี่ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจากนั้นเอาเบอร์โทรที่อุษาโทรมาให้ตร.ไป ก็ไม่ติดแล้ว ปกติไม่เคยทะเลาะกันเลย

ตอนนี้ที่บ้านเป็นยังไง พอรุ้งหายไป?

เกสร : กังวลใจมาก เขาบอกกลับแน่นอนวันที่ 10 เมื่อก่อนที่ติดต่อได้ เขาบอกลูกอยากกลับบ้าน

เขารู้จักบีมนานหรือยัง?

เกสร : นาน เขาเรียนมัธยมด้วยกัน สุราษฎร์ก็เรียนด้วยกัน พักห้องเดียวกัน เช่าหอเดียวกัน ไปทำงานที่ผับก็ไปทำงานด้วยกัน

เป็นไปได้มั้ย เขาถูกหลอกไปขายของ?

ทนาย : ก็เป็นไปได้ ชวนกันไปทำงาน แต่ต้องเป็นงานสุจริตนะ

เกสร : ก็กลัวเขาพาไปทำงานที่เด็กไม่รู้ว่าเป็นงานไม่ดี แบงค์อาจหลอกให้เด็กทำ ก็กลัว กังวล อีกอย่างกลัวถูกขาย กลัวอยู่สองอย่าง

 

อุษาทะเลาะกับผัวหรือเปล่า?

เพ็ญศรี : มีบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นหย่าร้าง ไม่ได้หนีผัว อยู่กันแบบปกตินี่แหละ

ทนาย : มีความเป็นไปได้ไม่กี่อย่าง หนึ่งเขาหนีใครบางคนอยู่ เลยไม่อยากปรากฏตัว จากธุรกิจของเขาที่ทำหรือเปล่าเราไม่รู้ บังเอิญจังหวะหนีก็หอบกันไปหมด

ถ้าให้นั่งวิเคราะห์ อันดับแรก นายแบงค์เป็นแฟนบีม บีมเป็นลูกสาวอุษา เขามีน้องสาวน้องบีมคือฟ้าใส มีเพื่อนบีมคือรุ้ง แล้วก็น้องชายคือฟอร์ด คนที่จะกำหนดทิศทางเด็ก 4 คนนี้ได้ผมว่าเป็นอุษา ไม่น่าจะเป็นแบงค์ ผมว่าแบงค์น่าจะเป็นคนคุยกับอุษาเพื่อให้กำหนดทิศทาง เชื่อว่าคนกำหนดทิศทางว่าไปด้วยกันนะ คืออุษา ฉะนั้นอุษาต้องเชื่อแบงค์มาก?

ทนาย : เป็นไปได้ บางอันที่เคยทำ ถามว่าทำไมต้องเอากันไปทั้งบ้าน เขาบอกว่าทิ้งลูกไว้จะเป็นภาระในใจ ก็เลยต้องเอาลูกไปด้วย เอาเด็กไปด้วยจะได้สบายใจ ถ้าต้องหนีอะไรสักอย่างนึง

ถ้าแบงค์คบอุษาจะไม่แปลกใจเลย แต่นี่แบงค์คบบีม แต่พาอุษา คนเป็นแม่ไปด้วย รุ้งก็ไมได้เกี่ยวอะไรด้วย แต่เอาไปด้วย ที่น่าสนใจ วันที่ตร.ไปจับตัวนพดล ข้อหาฉ้อโกง ตอนนั้นเด็กๆ อยู่กันครบหมด ถ้าถูกหลอกหรือถูกลักพาตัว เด็กๆ ต้องบอกตร. แต่นี่ทุกคนไม่ปริปากอะไรเลย แต่ยังไปเที่ยวโน่นนี่ปกติ เป็นเรื่องที่แปลก?

ทนาย : ในแง่กฎหมาย เด็กต้องไปโรงเรียน ผู้ปกครองต้องพาเด็กไปเรียนหนังสือด้วย ถือว่าเด็กขาดเรียนไปเทอมนึงเลย

 ตอนพี่นภดล ชับรถกับคนกลุ่มนี้ อยู่กับนายแบงค์ ฝั่งพี่เองสนิทกับใครที่สุดในนั้น?

นพดล : สนิททุกคนพอประมาณครับ เวลากินข้าวนายแบงค์เป็นคนจ่าย แบงค์สนิทสนมกับน้องบีมมากที่สุดครับ

เวลาอยู่ในรถ กำหนดทิศทางไปเที่ยวที่ไหน ใครเป็นคนบอก?

นพดล : แบงค์เป็นคนบอกครับ ทุกคนก็ตามนั้น ไปตามแบงค์บอก

โทรศัพท์มือถือทุกคนอยู่ไหน?

นพดล : แบงค์เอาไปจำนำหมดแล้วครับ ทุกคนยินยอมให้จำนำ บางช่วงเหมือนเงินขาดค่ากินข้าว ค่าโรงแรมบ้าง

ทุกคนยอมเหรอ?

นพดล : ใช่ครับ

อยูในรถเขาหัวเราะร่าเริงแจ่มใสกันมั้ย หรือไม่ค่อยพูดค่อยจา?

นพดล : คุยกันปกติครับ

ทนาย : โทรศัพท์เด็กๆ จะแพงขนาดนั้นเลยหรอ ไม่น่ายอมให้เอาออกไปจากตัวง่ายๆ นะ ที่งงคือทำไมพี่นภดลถึงมั่นใจว่า 5 คนเขาสมัครใจให้เอาโทรศัพท์ไปจำนำกันหมด มันคุยอะไรกันตอนนั้น มันเป็นปัจจัยที่ห้าของคนปัจจุบันแล้วนะ

นพดล : ไม่มีท่าทีอะไรเลยครับ

ทนาย :เรื่องนี้ถ้าไม่มีอะไรก็คุยกันให้จบ การยิ่งหนีก็ยิ่งทำให้กังวล

อยู่ในสายกับ “สุพจน์” สามีอุษา พี่ทะเลาะกับเมียบ้างหรือเปล่า?

สุพจน์ : มีบ้าง แต่ไม่ถึงขนาดนั้น

อุษาโทรหาพี่บ้างมั้ย?

สุพจน์ : โทรมาล่าสุด วันที่ 8 พ.ค. เขาโทรมาให้ฟ้าใสขอตังค์กินขนม แต่ผมติเขาก่อนว่าทำไมไม่เอาลูกมาสมัครเรียน เขาก็วางไป ไม่ได้คุย เขาคงรู้ว่าขอตังค์ไม่ได้

ขอเยอะมั้ย?

สุพจน์ : ไม่เยอะครับ

เมื่อวานพี่เป็นลมเลยเหรอ?

สุพจน์ : เสียใจครับ

คิดว่าที่เขาไปเป็นอะไร ตอนนี้เหมือนสมัครใจไปแล้ว?

ทนาย : การบังคับไม่มี แต่การล่อลวงนี่ไม่รู้

สุพจน์ : ผมมองไปทางเดียวกัน ไม่ได้บังคับ แต่ตกกะไดพลอยโจน หยิบยืมตังค์แล้วปล่อยไปแบบนั้น

ทนาย : พี่สงสัยเรื่องอะไร

สุพจน์ : เหมือนเขาต้องไป ประมาณนั้น เป็นเพราะภาระครับ เหมือนยืมเงิน อุษายืมเงินชาวบ้านไปให้แบงค์ครับ

อุษายืมเงินชาวบ้านรไปให้แบงค์ เลยไม่กล้ากลับมาเพราะกลัวชาวบ้านเล่นงาน?

เกสร : แล้วรุ้งหนีอะไร ถ้าอุษาหนีหนี้ ข้องใจมากเลย

เพ็ญศรี : ถ้าอุษาหนีหนี้ แล้วทำไมต้องพาลูกพาหลานไปด้วย  ตัดอนาคตลูกหลานทั้งสองคน

นี่ถึงเข้าประเด็นที่บอก เหมือนโดนกำหนดมาจากฝั่งอุษา อุษากำหนดทิศทางเลยว่าไม่ให้กลับ ทุกคนเลยต้องอยู่ และชักจูงกันไปเรื่อยๆ แต่แน่นอนเงินต้องมีวันหมด ถ้าเงินหมดจะทำยังไง นี่ถึงขั้นจำนำโทรศัพท์ ถ้าไม่มีเงินจะทำยังไง?

เกสร :   ถ้าไม่ทำงานผิด ก็ขายคน ก็กังวลว่าจะขายเด็กไปเลย

เพ็ญศรี : นานๆ ไปอาจค้ามนุษย์ ต้องคิดไว้ก่อน

ทนาย : ถ้าดูอยู่ให้ติดต่อมาว่าหลานปลอดภัย

เพ็ญศรี : ตัวแม่ช่างเถอะ แต่น้องฟ้าใสกับฟอร์ดให้กลับมาเรียนหนังสือ แม่เขาจะไปไหน จะพาน้องบีมไปไหนไม่ว่า

พี่สุพจน์ยืนยันว่าพี่อุษายืมหนี้ยืมสินมาเยอะมั้ย?

สุพจน์ : ประมาณแสนกว่าบาท มอเตอร์ไซค์ตัวเองเอาไปจำนำอีก 7-8 หมื่น ไม่รู้เอาเงินไปทำอะไร แต่เอาไปใช้ตอนอยู่ด้วยกัน

เคยเจอแบงค์มั้ย?

สุพจน์ : เคยเจอ 2-3 ครั้ง ผมไม่ได้สนใจเขา เขาไม่ได้สนใจผม

แต่เขาคุยกับลูกเมียพี่นะ?

สุพจน์ : ผมเห็นทรงแล้วก็หมั่น เขาเลยกันให้ผมออกไป

หมั่นเขาเรื่องอะไร?

สุพจน์ : มันไม่ใช่ตั้งแต่ตอนที่เข้ามา จะเข้ามาเป็นลูกเขย ไม่ได้มาดี บอกเหมือนจะรวย แต่เห็นปั๊บไม่ได้รวย กำมะลอครับ

 ทนาย :   ฟังดูเหมือนมีประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวด้วย มีทั้งเรื่องเงิน ความสัมพันธ์ในครอบครัว

สุพจน์ : หมายถึงเขาดันผมออกไป ถ้าผมอยู่ แบงค์เขาทำอะไรไม่สะดวก ทำอะไรไม่ได้

ทนาย : แล้วเขาจะทำอะไร

สุพจน์ : เอาเงินไปทำนั่นทำนี่ครับ

ตอนนี้แบงค์น่าจะชักจูง อุษาจวนตัวน่าจะหนีหนี้เพราะไปยืมเงินคนนั้นคนนี้มา บีมเข้าใจได้เป็นแฟนแบงค์ อุษาหนีหนี้ ก็น่าจะไปกับแม่ได้ เพราะแม่ไปด้วย รุ้งไม่น่าเกี่ยวข้องอะไรด้วยเลย นอกจากชักจูงว่าเดี๋ยวมีเงินให้ ถ้าทำงานกับเขา น้องฟอร์ดกับฟ้าใสเป็นเด็ก ไปไหนไปกันอยู่แล้ว แม่ไปเขาก็ต้องไป น่าจะออกทรงนี้?

ทนาย : จริงๆ มีกฎหมายคุ้มครองเด็กนะ  ถ้าพบเห็นว่าไม่ตั้งใจให้เด็กไปเรียน ก็อาจผิดพรบ.คุ้มครองเด็ก ถ้ามีกฎหมายอาญามาเกี่ยวข้อง ทางญาติให้พื้นที่สืบหาคนที่เอาน้องไปได้เลย เจอตัวมาก็จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น?

เพ็ญศรี : เขาหนีอีกแล้ว

ร้องไห้ไปหลายตลบแล้ว?

เกสร : ร้องทุกวัน เรายังไม่มีลูก เอาหลานมาเลี้ยง หลานก็หายไปเลย จริงๆ ติดกันมากเลยนะ เขาเรียนสุราษฎร์ฯ โทรมาทุกวัน แต่พออยู่กับแบงค์ก็ขาดการติดต่อเลย ฝากบอกแบงค์กับน้องษา ช่วยเอารุ้งมาคืนเถอะ คนในครอบครัวเขายังไงก็ได้ เขาอยู่ด้วยกัน แต่รุ้งเป็นของอีกคน ให้เอามาคืน

เพ็ญศรี : อยากให้อุษาเอาฟอร์ดกับฟ้าใสมาส่งที่บ้าน พี่ขอหลานสองคนกลับมา เขาจะไปไหนไม่ว่าเลย พี่เลี้ยงพี่รักของพี่มาก เลี้ยงแต่อ้อนแต่ออกเลย น้องฟอร์ด อุษาถือวิสาสะพาฟอร์ดไป ฟ้าใสอยู่ในอุปการะของแม่ ถ้าจะยังไงให้พาน้องฟอร์ดกลับมา แต่ก็ให้คิดให้ดี ตอนนี้พ่อเขาทุกข์หนักเหมือนกัน เขาเป็นลมแล้วเป็นลมอีก ฟ้าใสไม่สามารถปกครองได้

สุดท้ายน่าจะโดนชักจูง?

ทนาย :   อาจบอกความจริงไม่หมดเพราะว่าไม่มีโทรศัพท์ ไม่ได้รับข้อมูลทางอื่นเลย

เป็นไปได้ไง อุษาโทรหาพี่สาว?

สุพจน์ : เขาโทรมาตอนไหน

เพ็ญศรี : อุษาโทรมาบอกว่าไม่ต้องติดตามเขา เขาไม่ได้หนีอะไร เขาเป็นคนไปเอง ไม่ต้องแจ้งความ ถ้าแจ้งความเขาจะฟ้อง เขามีสิทธิ์ทำอะไรก็ได้ เขาโทรมาประมาณตีห้าได้ ก่อนถึงสนามบิน มันโทรมาว่ายุ่งทำไม พอโทรกลับก็ไม่ติดแล้ว

สุพจน์ :   เขาโทรเบอร์อะไร แคปส่งมาให้หน่อย เดี๋ยวจะลองโทร

ถ้าอุษากลับมาจะให้อภัยเขามั้ย?

สุพจน์ : ไม่ น่าจะแยกกันอยู่ เพราะอะไรไม่ขอบอกดีกว่า เขาเอาลูกไปด้วย ก็ห่วงลูกมาก

ไม่ต้องร้องนะ เดี๋ยวช่วยกันตาม?

สุพจน์ : ครับผม (ร้องไห้)

 ทนาย : ป้ามีสิทธิ์แจ้งความนะ เพราะเด็กหาย เขาต้องดำเนินการตามขั้นตอน ส่วนทางโน้นถ้าดูอยู่ก็ไม่ยาก ให้บอกว่าอยู่ไหน

 

อุษาพาลูกพาหลานกลับมา ถ้าทำแบบนี้ ฝั่งพี่สร เขาแจ้งความอุษาได้นะ?

ทนาย : แจ้งได้ พรบ.คุ้มครองเด็ก แต่ต้องไม่เกิน 18

อุษาพากลับมานะ เขาพร้อมให้อภัยนะ อย่าเตลิดไป แล้วแบงค์เป็นใครก็ไม่รู้ ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าเลย ไปเชื่อเขาได้ยังไง ต้องไว้ใจคนที่โตมาด้วยกัน อย่าไว้ใจคนอื่น?

ทนาย : มีปัญหาอะไรก็กลับมาแก้ ไม่ใช่ว่าต้องหนีอย่างเดียว มันแก้ได้ปัญหา เรื่องนี้ตร.จะตามจนกว่าจะเจอ อุษาจะหนีได้อีกกี่ชม. ตังค์ก็จะหมด

เอาเด็กกลับมาก่อน เดี๋ยวเด็กอดๆ อยากๆ ไม่มีที่เรียนหนังสือ?

เกสร :   ญาติจะตรอมใจตายอยู่แล้ว

เพ็ญศรี : เอาอนาคตลูกหลานมาก่อนดีกว่า อย่าเอาเด็กไปพัวพันเลย

เกสร : แบงค์เป็นเรื่องตร. ช่างเขาเหอะ เอาเด็กมาคืนอย่างเดียว อย่างอื่นไม่เกี่ยว

อยากบอกอะไรอุษา?

เพ็ญศรี : ถ้าฟังอยู่ให้เอาหลานสองคนกลับมา น้องจะไปทำอะไรพี่ไม่ว่า ถ้าน้องสมัครใจ ถ้าไม่ได้สมัครใจก็ออกมาเปิดเผยความจริง มาคุยกับพ่อ กับพี่น้องทุกคน จะได้ไม่กังวลอยู่อย่างนี้ ทุกคนให้อภัย ไม่ได้คิดว่าน้องไปทำอะไรผิด หนีหนี้ไม่ต้องหนี เราแก้ปัญหาได้ ไม่ตายก็หาได้ วอนให้กลับมาเถอะนะ

เกสร : ถ้ารุ้งดูอยู่กลับบ้านนะลูก ทุกคนรออยู่ ไม่โกรธ ให้อภัยหมดเลย พ่อกับย่าก็รออยู่ รักรุ้งมาก (ร้องไห้) ถ้าอยู่ด้วยกัน หอมทุกวันเลย ถ้าดูอยู่ติดต่อป้าก็ได้นะลูกนะ