วันที่ 8 พฤษภาคม 2566 เวลา 17.00 น. นายอภิชาติ ศรีเหรา นายอำเภอโพธิ์ทอง พร้อมด้วย พัฒนาการอำเภอและเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอ ผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบลอ่างแก้ว กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ ดำเนินการปลูกผักสวนครัว ภายใต้แนวคิด "ครัวชุมชนเพื่อคนโพธิ์ทอง" โดยได้รับสนับสนุนพืชผักสวนครัวจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ซึ่งเป็นการสร้างแหล่งอาหารในชุมชน เกิดการแบ่งปัน และใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์ ทั้งนี้ได้ปลูกผักสวนครัวจำนวน 90 ต้น และพันธุ์ต้นพริกที่เพาะเลี้ยงจำนวน 120 ต้น พร้อมห่มฟางคลุมดินให้ชุ่มชื่นทั่วทั้งบริเวณ เพื่อพัฒนาชุมชนให้ยั่งยืน ตามโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งหมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ณ บ้านพักนายอำเภอ หมู่ที่ 7 ตำบลอ่างแก้ว อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง
นายอภิชาติ ศรีเหรา นายอำเภอโพธิ์ทอง กล่าวว่า โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งหมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) เป็นโครงการเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 3 รอบ 36 พรรษา ซึ่งกระทรวงมหาดไทย ได้น้อมนำแนวพระดำริเรื่อง “หมู่บ้านยั่งยืน” (Sustainable Village) มาดำเนินการขับเคลื่อน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของประชาชนในหมู่บ้านให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม พร้อมทั้งขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยในระดับพื้นที่อำเภอได้กำหนดให้มีการแต่งตั้งกลไกขับเคลื่อนโครงการฯ ระดับอำเภอ ระดับตำบล และระดับหมู่บ้าน/ชุมชน โดยมีคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม./คณะกรรมการกลางหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง (อพป.)/คณะกรรมการชุมชน เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนร่วมกับ 7 ภาคีเครือข่าย ได้แก่ ภาครัฐ ภาคศาสนา ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคสื่อสารมวลชน และภาคประชาชน บูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อให้ "หมู่บ้านยั่งยืน" (Sustainable Village) เกิดผลเป็นรูปธรรม ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ ภายใต้เป้าหมายการสร้างความยั่งยืนให้ครอบคลุมในทุกมิติ
นอกจากนี้เพื่อส่งเสริมให้คนในชุมชนมีความมั่นคงทางอาหาร สามารถพึ่งพาตนเองได้ เป็นการน้อมนำพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตามโครงการ "บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” และ “ทางนี้มีผลผู้คนรักกัน” ทำให้คนในชุมชนสามารถลดรายจ่ายในครัวเรือน และยังมีพืชผักสวนครัวที่ปลอดสารพิษไว้บริโภคตลอดทั้งปี และที่สำคัญสามารถนำมาแบ่งปันให้กับเพื่อนบ้านและคนในชุมชน ส่งผลให้ทั้งตำบล ทั้งอำเภอ และทั้งจังหวัด มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รู้รักสามัคคี เอื้ออาทร เป็นการสร้างความรักความสามัคคีในชุมชน ประชาชนมีความสุข อันจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างแท้จริง