วันที่ 24 มี.ค.ที่ บก สส.บช.น.พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. หัวหน้าชุดปฏิบัติการ PCT 5 เปิดเผยว่า ตามนโยบายของ 
คดีที่ 1 บุกจับ 'หนุ่มหลอกขายสินค้าไอที' ผู้เสียหายกว่า 280 คน มูลค่า 10 ล้านบาท เมื่อวันที่ 23 มี.ค.66 เวลาประมาณ 13.00 น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. หัวหน้าชุดปฏิบัติการ PCT 5 พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น.,พ.ต.ท.ยิ่งยศ ลีชัยอนันต์ พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฏศรี รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พ.ต.ต.ทศรัสมิ์ กิติธารา สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ พร้อมกำลังชุดปฏิบัติการที่ 4 นำหมายค้นศาลจังหวัดธัญบุรีที่ 147/2566 เข้าตรวจค้นบ้านแห่งหนึ่ง หมู่ 1 ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ร่วมกันจับกุมนายณิชพน แก้วคำ อายุ 35 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 39/280 หมู่ที่ 1 ตำบลรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาพระโขนง ที่ 96/2566 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 
ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อประชาชน ”มีหมายจับติดตัวอีก 5 หมาย 1.หมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ 73/2566 ลงวันที่ 27 มกราคม 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ร่วมกันฉ้อโกง ”,2.หมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ 98/2566 ลงวันที่ 30 มกราคม 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง ” ,3.หมายจับศาลแขวงนครราชสีมา ที่ 570/2565 ลงวันที่ 27 กันยายน 2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ร่วมกันฉ้อโกง ”,4.หมายจับศาลแขวงนนทบุรี ที่ 824/2565 ลงวันที่ 15 ธันวาคม 2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง ”และ5.หมายจับศาลแขวงดอนเมือง ที่ 360/2565 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ”โดยจับกุม ได้ที่บริเวณภายในบ้านแห่งหนึ่ง หมู่ 1 ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานีนำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่าคดีนี้สืบเนื่องจาก ชุดลาดตระเวนออนไลน์สืบนครบาล ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายเป็นจำนวนมากผ่านเพจ "สืบนครบาล IDMB" ว่านายณิชพน ได้ประกาศขายสินค้าไอทียี่ห้อ Apple เน้นขายพวกหูฟัง Airpod ผ่านเฟซบุ๊กชื่อ Palacop Nichapon โดยขายราคาถูกกว่าท้องตลาด ทำให้มีผู้สนใจสั่งสินค้ากว่า 280 คน มีการโอนเงินสั่งซื้อตั้งแต่หลักพันถึงหลักแสนบาท รวมมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท แต่เมื่อถึงเวลารับสินค้าปรากฏว่าผู้ต้องหาไม่ยอมส่งสินค้าให้ ผู้เสียหายจึงไปแจ้งความกับตำรวจในหลายพื้นที่ ตรวจสอบเพิ่มเติมผู้ต้องหาเคยถูกจับเมื่อเดือน ก.ค. 64 อีกทั้งยังมีชื่อถูกขึ้นบัญชีในเว็บไซต์ blacklistseller 
จากการซักถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ปัจจุบันตนเองไม่ได้ประกอบอาชีพ อาศัยอยู่กับพ่อแม่ เคยขายสินค้าในเพจกลุ่ม Apple market ซึ่งตนขายถูกกว่าร้านอื่น มีลูกค้ามารับถึงบ้านหรือบางครั้งก็ส่งพัสดุทางขนส่ง ไม่เกิดปัญหาใดๆ ต่อมาตนได้ออกจากกลุ่มและหันมาขายเองผ่านเฟซบุ๊ก ใช้ชื่อ Palacop Nichapon มีลูกค้าประจำ ใช้วิธีสั่งสินค้ามา ก็ขายไป กินกำไรส่วนต่าง แต่ช่วงหลังๆตนเองมีอาการป่วยในช่วงโควิด-19 ประสบปัญหาด้านการเงิน จึงไม่ได้ส่งสินค้าให้กับลูกค้าจำนวนมาก 
คดีที่ 2 เพจ บางเวลา โคตรคิดถึง หลอกขายเสื้อวงคณะขวัญใจ วงดนตรีแนวอินดี้โฟล์กชื่อดังขวัญใจเด็กแนว ความเสียหาย 5 แสนบาท เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2566 เวลาประมาณ 15.50 น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. หัวหน้าชุดปฏิบัติการ PCT 5 พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.ยิ่งยศ ลีชัยอนันต์ , พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.สมพงษ์ เกตุระติ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 5 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมนายสุวัฒน์ คำพีระ อายุ 19 ปี อยู่ที่บ้านเลขที่ 38/5 หมู่ 4 ตำบลบึงยี่โถ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเพชรบุรี ที่ 17/2566 ลงวันที่ 13 มกราคม พ.ศ.2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง และโดยทุจริตนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ทำให้ผู้อื่นเสียหาย อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ” 
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่าชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. ได้ออกลาดตระเวนออนไลน์จนเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่ถูกคนร้ายใช้เฟซบุ๊กชื่อบัญชี “ จาง หาย ” , ชื่อบัญชี “ Suwat Khamphira ” , ชื่อบัญชี “ บางเวลา โคตรคิดถึง ” เข้าไปโพสต์หลอกขายเสื้อวงดนตรี “ คณะขวัญใจ ” ซึ่งเป็นวงดนตรีแนวอินดี้โฟล์กชื่อดังขวัญใจเด็กแนวอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปลายปี 2564 ถึงปัจจุบัน สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้เสียหายที่หลงเชื่อจำนวนมาก ซึ่งตามแนวทางการสืบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ทราบว่าตัวการที่ก่อเหตุ คือ นายสุวัฒน์ หรือเพียว คำพีระ โดยพบประวัติว่า ณ ปัจจุบัน นายสุวัฒน์ คำพีระ มีประวัติเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดเพชรบุรี ที่ 17/2566 ลงวันที่ 13 มกราคม พ.ศ.2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง และโดยทุจริตนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ทำให้ผู้อื่นเสียหาย อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ” อยู่ในระบบอยู่ 1 หมายจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบทำการสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เพื่อตัดวงจรการกระทำความผิด โดยจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าศาลาริมคลอง ภายในซอยรังสิต - นครนายก 93 ตำบลบึงยี่โถ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 
ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยรับว่าตนเรียนจนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เดินทีประกอบอาชีพเป็นพนักงานคลังสินค้าของบริษัทแห่งหนึ่งย่านคลอง 7 ธัญบุรี แต่เนื่องจากงานที่ทำขณะนั้นหนักและได้ค่าตอบแทนน้อยไม่พอใช้ จึงได้ลาออก แล้วหันมาขายเสื้อวงคณะขวัญใจซึ่งเป็นวงดนตรีแนวอินดี้โฟล์กชื่อดังที่ตนชื่นชอบ ประกอบกับกระแสความฮิตของวงดนตรีคณะขวัญใจขณะนั้นกำลังมาแรง ตนจึงเห็นช่องทางทำธุรกิจ ช่วงแรกที่ทำตนมีการส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าจริงตามปกติ จนเมื่อช่วงปลายปี 64 ตนถูกพ่อค้าอีกรายซึ่งตนมักจะสั่งซื้อเสื้อวงคณะขวัญใจเพื่อมาโพสต์ขายหากำไรโกงไม่ส่งของทำให้สูญเงินที่สะสมมาเกือบหมดตัว จึงไม่มีเงินทุนที่จะสั่งซื้อเสื้อมาขายเพื่อหากำไร จึงคิดและเริ่มหาภาพเสื้อวงคณะขวัญใจที่มีบุคคลอื่นโพสต์ขายในกลุ่มอื่นในลักษณะเดียวกันมาโพสต์ขายในกลุ่ม “ คณะขวัญใจ ซื้อ ขาย โชว์ แลกเปลี่ยนความรู้ ” ในกลุ่ม “ คณะขวัญใจCollectibies ” ในราคาที่ถูกกว่า จนมีผู้เสียหายหลงเชื่อ เห็นว่าได้กำไรโดยที่ไม่ต้องลงทุน จึงทำเรื่อยมา เมื่อมีการโพสต์ประจาน ตนก็จะเปลี่ยนชื่อเฟซบุ๊ก แล้วกลับมาก่อเหตุซ้ำอีกวนไปเป็นเวลากว่า 1 ปี จนมาถูกจับกุม ที่ผ่านมาก่อเหตุมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2564 มีผู้เสียหายหลงเชื่อเดือนละกว่า 20 คน ความเสียหายต่อผู้เสียหาย 1 ราย ประมาณ 1,300 บาท ถึง 4,000 บาท มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 500,000 บาท ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุรู้สึกสำนึกในความผิดที่ได้กระทำ กราบขออภัยผู้เสียหายที่ตนเคยก่อเหตุ และจะพยายามทยอยโอนเงินที่ก่อเหตุชดใช้คืนให้โดยเร็ว และสัญญาว่าเมื่อเสร็จสิ้นจากการถูกดำเนินคดีก็จะกลับตัวเป็นคนดีของสังคม ทำอาชีพสุจริตอื่นแทน โดยขอให้คดีของตนเป็นตัวอย่างให้คนที่คิดจะหลงกระทำความผิดว่าถึงอย่างไรเมื่อกระทำความผิดต่อสังคมแล้วสุดท้ายไม่นานก็หนีไม่พ้นโทษที่ได้กระทำ เพราะอย่างไรเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะสามารถสืบสวนติดตามจับกุมได้อย่างแน่นอน นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ชะอำ ภ.จว.เพชรบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวฝากเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่าในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมีกลโกงมากมายหลายรูปแบบ ขอให้ประชาชนได้โปรดใช้สติในการใช้ชีวิตในสังคม อย่างหลงเชื่อกลโกง โดยสืบนครบาลจะจัดชุดลาดตระเวนออนไลน์ตรวจจับมิจฉาชีพทางโลกโซเชี่ยล อย่างต่อเนื่อง และท่านแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ "สืบนครบาล IDMB" ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.